Bitcoin ทะลุ $63,000 ฟื้นคืนแรงขายปลายมิถุนายน ขณะ XRP นำเหรียญใหญ่บวกแรง
Bitcoin ขึ้นเหนือ 63,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก ลบล้างการปรับฐานช่วงปลายเดือนมิถุนายน หลังตลาดคริปโตฟื้นต่อจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนลงและท่าที Fed ที่ผ่อนคลายกว่าเดิม การซื้อขายช่วงวันหยุดสหรัฐฯ มีสภาพคล่องบางกว่าปกติ จึงอาจทำให้ราคาขยับแรงกว่าพื้นฐานจริง ตลาดยังต้องดูว่าราคายืนได้หรือไม่ เมื่อตลาดสหรัฐฯ กลับมาเปิดทำการตามปกติ
Bitcoin รอบพุ่งทะยานครั้งต่อไปอาจต้องใช้เงินใหม่ $1 ล้านล้าน หลังรอบนี้เงินเข้า $697,000 ล้านแต่ผลตอบแทนลดลง
รายงานจาก CryptoQuant ชี้ว่า Bitcoin ต้องใช้เงินทุนใหม่จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อผลักดันราคาให้ปรับตัวขึ้นในแต่ละรอบวัฏจักร โดยหากตลาดต้องการเห็นการพุ่งแรงแบบหลายเท่าตัวอีกครั้ง อาจต้องมีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ รอบปัจจุบันซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2022 มาถึงปัจจุบัน มีเงินทุนใหม่ไหลเข้า 697,000 ล้านดอลลาร์ แต่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เพียง 689% เท่านั้น ต่ำกว่ารอบก่อน ๆ ที่ใช้เงินน้อยกว่าแต่ดันราคาได้แรงกว่ามาก
Bitcoin อาจกลับมาไล่ทันตลาดหุ้น หลัง AI ดึงเงินออกจากคริปโตชั่วคราว แต่ภาพหลัง Halving ยังไม่จบ
นักวิเคราะห์จาก Schwab และ Hashdex มองว่าการที่ Bitcoin หลุดจากจังหวะบวกของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจไม่ยืดเยื้อ เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากเงินทุนไหลไปหา AI และหุ้นเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ Bitcoin ยังอยู่ในรูปแบบฟื้นตัวหลัง Halving ที่เคยใช้เวลานานกว่าจะกลับมาเร่งตัว หากเม็ดเงินเสี่ยงเริ่มหมุนกลับ คริปโตอาจกลับมาเคลื่อนไหวใกล้สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
วงการ Bitcoin ถกเดือด แผนแช่แข็ง 1.1 ล้าน BTC ของ Satoshi ก่อนภัยควอนตัมมาถึง
ข้อเสนอของ CZ ที่ให้แช่แข็ง Bitcoin ของ Satoshi Nakamoto ราว 1.1 ล้าน BTC รับมือภัยคุกคามคอมพิวเตอร์ควอนตัม กำลังจุดกระแสถกเถียงในวงการ ฝ่ายคัดค้านมองว่านี่ขัดกับหลักการพื้นฐานของ Bitcoin ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบไร้ศูนย์กลาง ส่วนฝ่ายเห็นด้วยบางส่วนมอง ประเด็นสำคัญไม่ใช่การจัดการเหรียญ Satoshi แต่คือการเตรียม Bitcoin ให้พร้อมกับโลกหลังควอนตัม ก่อนที่ความเสี่ยงจะกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน
นักแฮกสายขาวใช้เซิร์ฟเวอร์ $3,000 เจอช่องโหว่ Aptos ที่อาจทำคริปโต $70,000 ล้านเสี่ยง
นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบช่องโหว่สำคัญใน Aptos ที่อาจกระทบหลักประกันด้านความปลอดภัยของเครือข่ายและสินทรัพย์มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ โดยใช้ต้นทุนทดสอบเพียงเซิร์ฟเวอร์ราคา 3,000 ดอลลาร์ ช่องโหว่ดังกล่าวถูกแก้ไขแล้ว โดยไม่มีผู้ใช้งานหรือสินทรัพย์ใดได้รับผลกระทบ แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าแม้อุตสาหกรรมคริปโทฯ จะพัฒนาไปมากแค่ไหน แต่ความเสี่ยงจากช่องโหว่ในระดับโครงสร้างพื้นฐานของบล็อกเชน ยังคงเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรม
EU จ่อสกัดรายย่อยเข้าตลาด Prediction Market ชี้ผลิตภัณฑ์เสี่ยงสูงต้องถูกกำกับแบบอนุพันธ์
หน่วยงานกำกับยุโรปส่งสัญญาณว่าตลาด Prediction Market ที่กำลังเติบโตเร็วอาจต้องถูกกำกับเหมือนผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ หากหน้าที่จริงของสินค้านั้นคือการเดิมพันหรือเก็งกำไรจากเหตุการณ์ ไม่ว่าจะถูกเรียกด้วยชื่อการตลาดแบบใดก็ตาม ท่าทีนี้อาจจำกัดการเข้าถึงของรายย่อยในยุโรป และเพิ่มแรงกดดันให้แพลตฟอร์มอย่าง Polymarket และ Kalshi ต้องปรับโครงสร้างการให้บริการ
กฎคริปโตใหม่อังกฤษเปิดทางสภาพคล่องโลก แต่ภาระขอใบอนุญาตอาจทำผู้เล่นเล็กอยู่ยาก
กรอบกฎหมายคริปโตใหม่ของอังกฤษได้รับคำชมว่าอาจช่วยเชื่อมสภาพคล่องระดับโลกและดึงสถาบันเข้าตลาดได้มากขึ้น แต่กระบวนการขออนุญาตและข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎยังเป็นด่านใหญ่สำหรับบริษัทจำนวนมาก หากอังกฤษทำให้ระบบอนุญาตเดินได้จริง ตลาดอาจได้ทั้งความชัดเจนและสภาพคล่อง แต่ต้นทุนกำกับดูแลจะสูงขึ้นตามไปด้วย
NYLIM ชี้ Tokenization รอบต่อไปคือพอร์ตลงทุนเฉพาะบุคคล ไม่ใช่แค่แปลงกองทุนขึ้นบล็อกเชน
Thomas Sy จาก New York Life Investment Management มองว่าโอกาสใหญ่ของ Tokenization คือการสร้างพอร์ตลงทุนเฉพาะบุคคลในระดับที่ระบบการเงินเดิมทำได้ยาก ไม่ใช่แค่นำกองทุนเดิมขึ้นบล็อกเชน Stablecoin ที่เริ่มถูกใช้ในการชำระเงินกำลังสร้างความต้องการสินทรัพย์ Tokenized ที่ให้ผลตอบแทน และอาจเป็นประตูให้สถาบันเข้ามาใช้โครงสร้าง DeFi มากขึ้นในอนาคต
ผู้ซื้อโทเคนคริปโตตระกูล Trump ขาดทุนรวม $3,800 ล้าน ข้อมูล On-chain ชี้หลายกระเป๋ายังติดลบหนัก
ข้อมูลจาก Nansen ระบุว่าผู้ซื้อโทเคนคริปโตที่เกี่ยวข้องกับ Trump ขาดทุนรวมราว 3.8 พันล้านดอลลาร์ โดย TRUMP token ร่วงลง 96% จากจุดสูงสุด และกระเป๋าในตลาดรองของ WLFI ส่วนใหญ่ยังขาดทุนอยู่ ตัวเลขนี้เพิ่มแรงกดดันต่อประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะธุรกิจคริปโตครอบครัว Trump ยังถูกจับตามองควบคู่กับบทบาทของรัฐบาลต่อกฎสินทรัพย์ดิจิทัล
XRP พุ่ง 8% หลังข้อมูล On-chain ชี้ผู้ถือขาดทุนหนักสุดเป็นประวัติการณ์ จุดกระแสเก็งแรงรีบาวด์
ข้อมูลจาก Santiment ระบุว่า นักลงทุน XRP กำลังเผชิญภาวะขาดทุนเฉลี่ยหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยตัวชี้วัด MVRV ระยะ 30 วันและ 365 วันลดลงสู่ระดับ -45% และ -47% ตามลำดับ สะท้อนว่านักลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาวส่วนใหญ่ยังติดลบ แต่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าภาวะ “Capitulation” หรือช่วงที่นักลงทุนยอมแพ้และขายออกจำนวนมาก มักเป็นจุดที่ความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเริ่มน่าสนใจสำหรับนักลงทุนสายสวนกระแส