Bitcoin ย่อลงแถว $64,000 หลังแตะจุดสูงสุดรอบเดือน เจอแรงขายทำกำไร-ข่าวอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ กดดันตลาด
Bitcoin ถอยกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ 64,000 ดอลลาร์ หลังทำจุดสูงสุดของเดือนที่ 65,500 ดอลลาร์ โดยถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้แรงขายกระจายไปทั่วตลาดคริปโทฯ และสินทรัพย์เสี่ยง ข้อมูลตลาดอนุพันธ์ยังสะท้อนว่าฝั่งหมีเริ่มคุมทิศทางราคาในหลายโทเคน แม้ตลาดออปชันยังมีนักลงทุนบางส่วนเดิมพันว่า Bitcoin อาจฟื้นขึ้นแตะ 72,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม
JPMorgan มองเงินสด Strategy แตะ $3,000 ล้านเป็นสัญญาณบวกต่อ Bitcoin แม้เงิน ETF ยังผันผวน
JPMorgan มองว่าการที่ Strategy เพิ่มเงินสดสำรองเป็น 3,000 ล้านดอลลาร์ หรือพอรองรับภาระปันผลหุ้นบุริมสิทธิได้ราว 20 เดือน เป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวม Bitcoin เพราะช่วยลดความกังวลว่าบริษัทอาจต้องขาย BTC เพื่อหาเงินสด ขณะเดียวกันกระแสเงินใน Bitcoin Futures ทั้ง CME และ Perpetual Futures ยังเป็นบวก แม้ Spot Bitcoin ETF จะยังไหลเข้าออกแรงในช่วงหลัง
Ethereum เด่นกว่า Bitcoin หลังเงินไหลเข้า Spot ETH ETF เร่งตัว BlackRock กวาดเม็ดเงินหลัก
Ethereum ทำผลงานเด่นกว่าเหรียญใหญ่ส่วนใหญ่ในสัปดาห์นี้ โดยราคาเพิ่มขึ้นราว 11% ใน 7 วัน ขณะที่ Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 4% แรงหนุนสำคัญมาจาก Spot Ether ETF สหรัฐฯ ที่มีเงินไหลเข้า 96 ล้านดอลลาร์ใน 3 วันแรกของสัปดาห์ มากกว่ายอดรวมทั้งสัปดาห์ก่อน โดยเงินส่วนใหญ่ไหลเข้ากองทุนของ BlackRock ขณะที่ Robinhood Chain ซึ่งใช้ ETH เป็นค่า Gas และมีวอลุ่มบน DEX มากกว่า 800 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ช่วยเพิ่มดีมานด์ใหม่ให้เครือข่าย Ethereum
Citadel Securities ลงทุน Crypto.com $400 ล้าน ดันมูลค่าบริษัทแตะ $20,000 ล้าน รุก Tokenized Securities-อนุพันธ์
Citadel Securities ลงทุนเชิงกลยุทธ์ 400 ล้านดอลลาร์ใน Crypto.com ทำให้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตมีมูลค่าประเมิน 20,000 ล้านดอลลาร์ และถือเป็นการระดมทุนจากสถาบันครั้งแรกของบริษัทนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2016 เงินทุนก้อนนี้จะใช้ขยายธุรกิจไปยังหลักทรัพย์ Tokenized, อนุพันธ์ และสินทรัพย์ประเภทอื่น สะท้อนว่าบริษัทการเงินดั้งเดิมยังเดินหน้าเข้าหาโครงสร้างพื้นฐานคริปโตอย่างต่อเนื่อง
Visa เปิดแพลตฟอร์ม Stablecoin หนุน Open USD กดดัน Circle ในศึกเงินดิจิทัลบนระบบชำระเงินโลก
Visa เปิดตัว Visa Stablecoin Platform เพื่อให้ธนาคาร ฟินเทค และบริษัทคริปโตออก เก็บ โอน และไถ่ถอน Stablecoin ผ่านระบบที่ Visa ดูแล โดยเริ่มรองรับ Open USD ของ Open Standard แพลตฟอร์มนี้รวมทั้งกระเป๋าเงิน การเชื่อมต่อบล็อกเชน และระบบควบคุมความปลอดภัยเข้ากับเครือข่ายชำระเงินเดิมของ Visa ความเคลื่อนไหวนี้เพิ่มแรงกดดันต่อ Circle หลังหุ้น CRCL ร่วงราว 5% จากความกังวลเรื่องการแข่งขันในตลาด Stablecoin
Alpaca ระดมทุน $135 ล้าน เสริมโครงสร้างพื้นฐานหุ้น Tokenized หลังถือสินทรัพย์อ้างอิงแล้วกว่า $1,500 ล้าน
Alpaca ระดมทุน 135 ล้านดอลลาร์เพื่อต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานสำหรับหุ้น Tokenized โดยบริษัทระบุว่าเคยทำหน้าที่เคลียร์หรือดูแลสินทรัพย์อ้างอิงให้หุ้นสหรัฐฯ Tokenized ราว 94% ของตลาด และปัจจุบันถือหุ้นอ้างอิงมากกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์ ดีลนี้ตอกย้ำว่าตลาดหุ้นบนบล็อกเชนยังต้องพึ่งบริษัทที่ได้รับกำกับดูแลเพื่อถือหุ้นจริง จัดการสิทธิประโยชน์ และเชื่อมธุรกรรมบนเชนเข้ากับตลาดทุนเดิม
Galaxy เปิด Vault บน Morpho ให้สถาบันนำ Stablecoin ไปสร้างผลตอบแทนผ่าน Fireblocks
Galaxy Digital เปิดตัว Galaxy Curator ธุรกิจจัดการ Vault บน Morpho เพื่อให้ลูกค้าสถาบันของ Fireblocks กว่า 2,400 รายนำ Stablecoin ที่ไม่ได้ใช้งานไปสร้างผลตอบแทนบน DeFi ได้ง่ายขึ้น ผลิตภัณฑ์เริ่มจาก Quality Vault ที่เน้นรักษาเงินต้นผ่านสินทรัพย์ค้ำประกันคุณภาพสูง และ Enhanced Vault ที่รับความเสี่ยงสูงขึ้นเพื่อผลตอบแทนมากขึ้น ผ่านสินทรัพย์อย่าง Liquid Restaking Token, Pendle Principal Token และผลิตภัณฑ์ของ Ethena
Ledger เปิดเครื่องมือให้ AI Agent จัดการพอร์ตคริปโตได้ แต่ทุกธุรกรรมต้องให้มนุษย์อนุมัติผ่านฮาร์ดแวร์วอลเล็ต
Ledger เปิดตัว Ledger Agent Stack ชุดเครื่องมือโอเพนซอร์สที่ให้ AI Agent อ่านยอดเงิน วิเคราะห์พอร์ต เตรียมธุรกรรม และเสนอการจ่ายเงินได้ โดยยังไม่สามารถเข้าถึง Private Key หรือย้ายเงินเองได้ ธุรกรรมสำคัญทุกครั้งต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ใช้ผ่านอุปกรณ์ Ledger ก่อน แนวคิดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของความปลอดภัยในยุคที่ AI Agent เริ่มเข้ามาจัดการงานการเงินและคริปโตมากขึ้น
MegaETH ปิดโปรแกรม Mega Mafia หลังหลายแอปที่ปั้นมาเลือกย้ายไปสร้างบนเชนอื่น
MegaETH ประกาศยุติโปรแกรม Accelerator ชื่อ Mega Mafia หลังดำเนินมา 2 ปี และช่วยบ่มเพาะโปรเจกต์ราว 20 ทีมที่ระดมทุนรวมประมาณ 80 ล้านดอลลาร์ แต่ทีมงานยอมรับว่าแอปที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากไม่ได้สร้างต่อบน MegaETH ตามที่คาดไว้ บางโปรเจกต์แยกไปทำเชนของตัวเองหรือย้ายไป Base และ Monad ทำให้ MegaETH จะหันไปเน้นสร้างแอปของตัวเองและโปรเจกต์ที่ผูกกับระบบนิเวศโดยตรงมากขึ้น