- Bitcoin พุ่งแตะ 70,000 ดอลลาร์ครั้งแรกในรอบ 11 สัปดาห์ หลังสภาพคล่องตลาดดีขึ้น
Bitcoin เคลื่อนไหวที่ 69,249.35 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.96% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยซื้อขายในกรอบสูงสุด–ต่ำสุดที่ 70,000–64,166 ดอลลาร์ แรงซื้อเกิดขึ้นหลังรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรเป็นสองเท่า ช่วยหนุนความเชื่อมั่นด้านสภาพคล่อง ประกอบกับความหวังว่ากฎหมาย Clarity Act จะคืบหน้า การพุ่งขึ้นยังบีบให้สถานะ Short ถูกล้างมากกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การทะลุแนวต้าน 66,600 ดอลลาร์เปิดโอกาสทดสอบเป้าหมายทางเทคนิคบริเวณ 76,000 ดอลลาร์ แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นยังต้องจับตา
- Trump เร่งสภาคองเกรสผ่าน Clarity Act แต่เงื่อนไขจริยธรรมยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
ประธานาธิบดี Donald Trump เรียกร้องให้สภาคองเกรสเดินหน้ากฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทฯ ฉบับที่เป็นธรรม ระหว่างพบผู้บริหารจาก Coinbase, Gemini, Ripple และ Chainlink ที่ทำเนียบขาว อย่างไรก็ดี ร่างกฎหมายยังต้องรวบรวมเสียงสนับสนุนในวุฒิสภาให้ได้ 60 เสียง และยังติดประเด็นข้อจำกัดด้านจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ผลตอบแทนจาก Stablecoin และมาตรการป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมาย
- Coinbase เชื่อม Hyperliquid เปิดซื้อขาย Perpetual Futures เลเวอเรจสูงสุด 50 เท่า
Coinbase เพิ่มบริการ Perpetual Futures ใน Base App ผ่าน Hyperliquid ให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงตลาดมากกว่า 290 คู่ ครอบคลุม Bitcoin, Ethereum หุ้นในรูปโทเคน และสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมเลเวอเรจสูงสุด 50 เท่า โดย Hyperliquid เป็นผู้ประมวลผลคำสั่งซื้อขาย บริการนี้ยังไม่เปิดในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา และประเทศที่จำกัดอนุพันธ์คริปโทฯ เนื่องจากเลเวอเรจสูงเพิ่มทั้งโอกาสทำกำไรและความเสี่ยงถูกล้างสถานะ
- HYPE พุ่ง หลัง Trump เผย CFTC กำลังหาทางนำ Hyperliquid เข้าสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย
โทเคน HYPE ปรับตัวขึ้นแรง หลัง Trump ระบุว่าประธาน CFTC กำลังพิจารณาแนวทางให้ Hyperliquid เข้ามาให้บริการในสหรัฐฯ ภายใต้กฎของรัฐบาลกลาง หากเกิดขึ้นจริง แพลตฟอร์มอาจเข้าถึงตลาดอนุพันธ์สหรัฐฯ ที่อยู่ภายใต้การกำกับได้โดยตรง อย่างไรก็ดี คำกล่าวดังกล่าวยังไม่ถือเป็นการอนุมัติ และยังไม่มีรายละเอียดว่ารูปแบบการให้บริการในสหรัฐฯ จะต้องขอใบอนุญาตประเภทใด
- Maya Protocol หยุดเครือข่าย หลังคนร้ายใช้ช่องโหว่ 6 จุดขโมยสินทรัพย์ราว 1.7 ล้านดอลลาร์
Maya Protocol ระงับการทำงานของ MAYAChain หลังผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ซอฟต์แวร์ 6 จุดสร้างยอดคงเหลือปลอมใน Liquidity Pool ก่อนถอน Bitcoin และสินทรัพย์อื่นรวมราว 1.7 ล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้เป็น Bitcoin 20 BTC มูลค่าประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์ เหตุการณ์ทำให้ราคา CACAO ร่วงเกือบ 89% และมูลค่าสภาพคล่องในระบบลดลงราว 10.9 ล้านดอลลาร์ ทีมงานระบุว่าจะอุดช่องโหว่ก่อนกลับมาเปิด Swap อีกครั้ง
- OCC ตั้งเป้าออกกฎ Stablecoin ภายใต้ GENIUS Act ให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน
สำนักงานกำกับดูแลเงินตราสหรัฐฯ (OCC) ตั้งเป้าออกกฎฉบับสุดท้ายเพื่อบังคับใช้กฎหมาย GENIUS Act ภายในเดือนพฤศจิกายน และเริ่มรับคำขอจากผู้ออก Stablecoin ในปีหน้า หลังหน่วยงานกำกับพลาดกำหนดเดิม กฎดังกล่าวจะกำหนดขอบเขตอำนาจของ OCC รวมถึงหลักเกณฑ์เงินทุน สภาพคล่อง การบริหารความเสี่ยง และข้อกำหนดให้ Stablecoin มีสินทรัพย์สภาพคล่องรองรับเต็มจำนวน
- HSBC–Standard Chartered ทำธุรกรรมจริงครั้งแรกบนระบบชำระเงินบล็อกเชน 24 ชั่วโมงของ Swift
HSBC และ Standard Chartered ทำธุรกรรมระหว่างธนาคารข้ามพรมแดนแบบเรียลไทม์ครั้งแรกบนบัญชีแยกประเภทบล็อกเชนของ Swift โดยใช้เงินฝากในรูปโทเคน ระบบทดลองมีธนาคาร 17 แห่งจาก 6 ทวีปเข้าร่วม และออกแบบให้จับคู่ หักกลบ และชำระภาระตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดต้นทุนและเงินทุนที่ต้องค้างอยู่ในกระบวนการโอนเงินระหว่างประเทศ
- Bybit ระบุ AI ช่วยสกัดการถอนเงินต้องสงสัย ป้องกันความเสียหายกว่า 700 ล้านดอลลาร์
Bybit เปิดเผยว่าระบบความปลอดภัยที่ใช้ AI ตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงได้มากกว่าการตรวจแบบเดิมสูงสุด 5 เท่า และลดเวลาทดสอบจากราว 2 สัปดาห์เหลือ 2 ชั่วโมง ระบบช่วยระงับคำขอถอนเงินต้องสงสัยกว่า 30,000 รายการ ปกป้องผู้ใช้เกือบ 20,000 รายจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นมากกว่า 700 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลจากบริษัทและยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระ
- Fidelity เตือน AI อาจเพิ่มธุรกรรมคริปโทฯ แต่ไม่ได้ทำให้มูลค่าโทเคนเพิ่มตามเสมอไป
Fidelity Digital Assets มองว่า AI Agent จะช่วยสร้างแอปและธุรกรรมบนบล็อกเชนจำนวนมาก แต่ผลประโยชน์อาจไหลไปยังผู้ออก Stablecoin ผู้ให้บริการชำระเงิน ธนาคาร หรือ Fintech มากกว่าโทเคนของเครือข่าย แม้ AI Agent จะทำธุรกรรมบนบล็อกเชนราว 176 ล้านครั้ง มูลค่ากว่า 73 ล้านดอลลาร์ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่ค่าธรรมเนียมจาก Micropayment มักต่ำและอาจถูกส่งไปประมวลผลบน Layer 2 หรือนอกเครือข่าย
- Base ทุ่ม 1 ล้านดอลลาร์ เปิดโครงการเร่งการเติบโตสำหรับสตาร์ตอัป AI Agent และการเงิน
Base เครือข่าย Layer 2 ของ Coinbase เปิดโครงการ Batches 004 เพื่อคัดเลือกสตาร์ตอัป 10 ทีม โดยแต่ละทีมจะได้รับเงินลงทุนล่วงหน้า 100,000 ดอลลาร์และเข้าร่วมหลักสูตรออนไลน์ 8 สัปดาห์ เป้าหมายหลักคือโครงการด้าน AI Agent การซื้อขาย การชำระเงิน และสินเชื่อ โดยเฉพาะระบบที่ให้ AI ใช้ Stablecoin ซื้อสินค้า ลงทุน หรือชำระค่าบริการได้อย่างอัตโนมัติ
- จีนเพิ่มธนาคารในเครือข่าย e-CNY เป็น 30 แห่ง มากกว่าต้นปีถึง 3 เท่า
ธนาคารกลางจีนเพิ่มธนาคารอีก 8 แห่งเข้าสู่ระบบเงินหยวนดิจิทัล ทำให้จำนวนผู้ให้บริการเพิ่มจาก 10 แห่งเมื่อต้นปีเป็น 30 แห่ง ธนาคารที่เข้าร่วมจะให้บริการเปิดกระเป๋าส่วนบุคคลและนิติบุคคล แลกเปลี่ยน e-CNY ประมวลผลการชำระเงิน และตรวจสอบการฟอกเงิน ภายใต้กฎใหม่ ยอด e-CNY ในกระเป๋าของธนาคารพาณิชย์ถือเป็นหนี้เงินฝาก มีดอกเบี้ย และได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันเงินฝาก
- Ethena–FalconX ตั้งวงเงินสินเชื่อ 1,000 ล้านดอลลาร์ กระจายแหล่งผลตอบแทนของ USDe
Ethena และ FalconX จัดตั้งวงเงินสินเชื่อมีหลักประกัน 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำสินทรัพย์ที่หนุน USDe ไปปล่อยกู้แก่สถาบันแบบมีหลักประกันเกินมูลค่า ช่วยลดการพึ่งพารายได้จากส่วนต่างราคาสัญญาซื้อขายและ Funding Rate ซึ่งอาจลดลงหรือเป็นลบเมื่อความต้องการเลเวอเรจอ่อนตัว สินเชื่อจะดำเนินการผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจที่แยกจากความเสี่ยงล้มละลาย และฝากหลักประกันกับผู้รับฝากที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย
- Injective ขึ้นทะเบียนเป็น Transfer Agent กับ SEC รุกโครงสร้างพื้นฐานหลักทรัพย์ในรูปโทเคน
Injective Institutional Services ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Injective ขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนนายทะเบียนหลักทรัพย์กับ SEC สหรัฐฯ ทำให้สามารถบันทึกผู้ถือครอง ประมวลผลการโอนสิทธิ การจ่ายผลประโยชน์ และ Corporate Action ของหลักทรัพย์ในรูปโทเคนภายใต้กรอบกำกับได้ Injective ระบุว่าต้องการเชื่อมหน้าที่ด้านกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายเข้ากับบล็อกเชน เพื่อให้ธุรกรรมเร็ว โปร่งใส และทำงานอัตโนมัติมากขึ้น
- Nethermind ถอนตัวจากผู้ตรวจสอบ LayerZero ย้ายงาน Cross-chain ไปใช้ Chainlink CCIP
Nethermind ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Ethereum รายใหญ่ ยุติบทบาทผู้ตรวจสอบข้อความข้ามเครือข่ายของ LayerZero และเข้าร่วม Chainlink ในฐานะ Node Operator หลังทบทวนระบบอย่างละเอียด บริษัทจะช่วยรักษาความปลอดภัยให้ CCIP และ Data Feed รวมถึงสนับสนุนเครื่องมือด้านวิศวกรรม โดยไม่ได้ระบุปัญหาทางเทคนิคเฉพาะของ LayerZero หรือกำหนดเวลาที่การย้ายระบบจะเสร็จสมบูรณ์
- Hashdex ปิดกอง Bitcoin ETF มูลค่า 14.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ IBIT รับเงินไหลเข้า 143.6 ล้านดอลลาร์
Hashdex ยุติการซื้อขายกอง Bitcoin ETF ตัวย่อ DEFI บน NYSE Arca และเตรียมขายสินทรัพย์เพื่อคืนเงินสดแก่ผู้ถือหน่วย หลังพิจารณาว่าขนาดกองทุน สภาพคล่อง ต้นทุน และความสนใจของนักลงทุนไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานระยะยาว กองทุนมีสินทรัพย์ราว 14.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กอง Bitcoin ETF สหรัฐฯ โดยรวมยังมีเงินไหลเข้าสุทธิ 189.3 ล้านดอลลาร์ในวันล่าสุด โดย IBIT ของ BlackRock รับเงิน 143.6 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าเป็นปัญหาเฉพาะกองทุนขนาดเล็ก ไม่ใช่การถอนตัวจาก ETF ทั้งกลุ่ม