CRYPTO & DIGITAL ASSETS
01 | Binance กลับมาเปิดถอนคริปโทแล้ว! ชดเชยสินทรัพย์ที่ถูกแฮ็กครบ 95%
Binance เริ่มทยอยเปิดให้ลูกค้าถอนสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน หลังระงับบริการจากเหตุโจมตีมูลค่าประมาณ 6.3 พันล้านดอลลาร์ โดยเริ่มเปิดถอน Bitcoin และสินทรัพย์บนอีก 15 เครือข่าย รวมถึง ETH, USDT, USDC, BNB และ XRP บริษัทระบุว่าได้จัดหาสินทรัพย์ทดแทนแล้วประมาณ 95% ของมูลค่าที่ได้รับผลกระทบ เพิ่มจาก 90% ในวันก่อนหน้า โดยใช้เงินของบริษัทและกองทุน SAFU ส่วนที่เหลืออีก 5% เป็นโทเคนที่มีสภาพคล่องต่ำซึ่งอยู่ระหว่างจัดซื้อเพิ่มเติม ทั้งนี้ Binance ยืนยันว่าบริษัทจะรับภาระความเสียหายเองและไม่ผลักภาระให้ลูกค้า
ที่มา: CoinDesk — 1 พ.ย. 2569
02 | ลูกค้าแห่ถอนเงินจาก Binance สุทธิ 3.64 พันล้านดอลลาร์ หลังกลับมาเปิดถอน
Binance รายงานว่ามีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 3.64 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเก้าชั่วโมงครึ่งแรกหลังกลับมาเปิดถอนสินทรัพย์เมื่อวันอาทิตย์ โดยมีการถอนเงินรวม 4.65 พันล้านดอลลาร์ และเงินฝากเข้า 1.01 พันล้านดอลลาร์ บริษัทระบุว่ายอดไหลออกสุทธิดังกล่าวคิดเป็น 2.1% ของสินทรัพย์ภายใต้การดูแลมูลค่า 171 พันล้านดอลลาร์ และปริมาณการถอนเริ่มลดลงหลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรก ขณะที่ข้อมูล DefiLlama แสดงยอดไหลออกสุทธิในรอบ 24 ชั่วโมงประมาณ 4.05 พันล้านดอลลาร์ โดย Binance เตรียมเผยแพร่รายงาน Proof of Reserves ฉบับปรับปรุงในวันจันทร์
ที่มา: The Block — 1 พ.ย. 2569
03 | แฮกเกอร์ Binance ฟอกเงินผ่าน Tron แล้ว 242 ล้านดอลลาร์ พบใช้ THORChain–Relay
SomaXBT นักวิเคราะห์ข้อมูล On-chain เปิดเผยว่าผู้โจมตี Binance ได้เคลื่อนย้ายสินทรัพย์ที่ขโมยมาแล้วประมาณ 242 ล้านดอลลาร์ผ่านเครือข่าย Tron ภายในสองวัน โดยประมาณ 194 ล้านดอลลาร์ถูกโอนออกจากเครือข่ายผ่านบริการ Cross-chain Bridge และ Swap ซึ่งรวมถึง Relay 48 ล้านดอลลาร์, THORChain 44 ล้านดอลลาร์, Chainflip 32.1 ล้านดอลลาร์ และ Symbiosis 16 ล้านดอลลาร์ ด้าน FBI ขอให้ผู้ให้บริการ DeFi และผู้ดำเนินการ THORChain ปิดกั้นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าของผู้โจมตี ขณะที่ Elliptic ระบุว่าสามารถตรวจสอบยืนยันสินทรัพย์ที่ถูกอายัดหรือยึดได้แล้วประมาณ 2.85 พันล้านดอลลาร์ จากมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยซึ่งบริษัทประเมินไว้ 6.43 พันล้านดอลลาร์
ที่มา: The Block — 1 พ.ย. 2569
04 | FBI ยืนยันเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังแฮ็ก Binance 6 พันล้านดอลลาร์ ขอภาคเอกชนช่วยสกัดเส้นเงิน
สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ออกประกาศวันที่ 31 ตุลาคม ระบุว่าเกาหลีเหนือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังต่อเหตุขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์จาก Binance เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม โดย FBI เรียกกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า TraderTraitor ซึ่งกำลังแปลงสินทรัพย์ที่ขโมยมาเป็น Ethereum เป็นหลัก FBI ร่วมกับหน่วย Secret Service และ IRS Criminal Investigation ขอความร่วมมือผู้ให้บริการ DeFi, THORNode, RPC Node, Instant Exchange และบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนให้ปิดกั้นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่กระเป๋าของผู้โจมตี พร้อมเผยแพร่รายการ Address ที่ตรวจพบเพื่อให้ภาคเอกชนใช้ติดตามธุรกรรม
ที่มา: FBI — 31 ต.ค. 2569
05 | กลุ่มทุนคริปโททุ่ม 170 ล้านดอลลาร์หนุนเลือกตั้งสหรัฐฯ Fairshake ใช้เงินสูงสุด 154 ล้านดอลลาร์
CoinDesk รายงานว่ากลุ่ม Political Action Committee (PAC) หลักสามกลุ่มที่ได้รับเงินสนับสนุนจากอุตสาหกรรมคริปโทใช้เงินรวมประมาณ 170 ล้านดอลลาร์ในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดย Fairshake และเครือข่ายใช้เงิน 154 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีเงินสำรองอีก 56 ล้านดอลลาร์สำหรับการเลือกตั้งรอบต่อไป ส่วน Digital Freedom Fund ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพี่น้อง Winklevoss ใช้เงินมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม เพื่อคัดค้านผู้สมัครพรรคเดโมแครตในรัฐโอไฮโอ เท็กซัส และไอโอวา ขณะที่ Fellowship Fund ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ Cantor Fitzgerald และ Tether สนับสนุนผู้สมัครรีพับลิกันก่อนหน้านี้ 3.8 ล้านดอลลาร์ และสนับสนุนผู้สมัครเดโมแครตเพิ่มเติม 600,000 ดอลลาร์
ที่มา: CoinDesk — 1 พ.ย. 2569
06 | อุตสาหกรรมคริปโททุ่ม 63 ล้านดอลลาร์สกัด Sherrod Brown กลับเข้าสภาสูงสหรัฐฯ
กลุ่มทุนการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมคริปโทใช้เงินรวมประมาณ 63 ล้านดอลลาร์ในการเลือกตั้งวุฒิสภารัฐโอไฮโอ เพื่อคัดค้าน Sherrod Brown อดีตวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตที่กำลังแข่งขันกับ Jon Husted วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน โดย Fairshake ใช้เงินเกือบ 56 ล้านดอลลาร์ และกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจาก Tyler และ Cameron Winklevoss อีก 7.2 ล้านดอลลาร์ Brown เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภา และไม่ผลักดันร่างกฎหมายคริปโทบางฉบับระหว่างดำรงตำแหน่ง ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า Brown มีคะแนนนำเล็กน้อยแต่ยังอยู่ภายในค่าความคลาดเคลื่อนของการสำรวจ
ที่มา: CoinDesk — 1 พ.ย. 2569
07 | ธุรกิจบัตรคริปโทแจก Cashback หนักจนขาดทุน KAST ยอมรับต้นทุนหาลูกค้าพุ่ง
CoinDesk รายงานว่าผู้ให้บริการบัตรชำระเงินที่เชื่อมโยงกับคริปโทกำลังแข่งขันกันด้วยผลตอบแทนและ Cashback โดย Raagulan Pathy ซีอีโอ KAST เปิดเผยว่าบริษัทเปลี่ยนจากสถานะใกล้จุดคุ้มทุนเป็นขาดทุน หลังเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อขยายฐานลูกค้า ผลิตภัณฑ์ Reserve ของ KAST เสนอผลตอบแทน 8–12% ตามระดับสมาชิก ขณะที่สินทรัพย์ที่ใช้รองรับสร้างผลตอบแทนประมาณ 3.5–4% ส่วน Eduards Timofejevs ซีอีโอ Bleap Latvia ระบุว่าลูกค้าที่ใช้บัตรเพื่อรับ Cashback เพียงอย่างเดียวอาจไม่สร้างกำไรให้บริษัท โดยผู้ประกอบการคาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากบริการซื้อขาย สินเชื่อ และบริการอื่นในอนาคต
ที่มา: CoinDesk — 1 พ.ย. 2569
08 | ขโมย iPhone เครื่องเดียว สูญคริปโทและเงินในบัญชี 14,000 ดอลลาร์ หลังถูกหลอกขอใช้โทรศัพท์
CoinDesk รายงานกรณี Magnus Ahmad อดีตผู้บริหารธุรกิจคริปโท ซึ่งถูกขโมย iPhone ขณะอยู่บริเวณบาร์ในกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม โดยผู้ก่อเหตุสองรายเข้ามาตีสนิทและสังเกตรหัสปลดล็อกโทรศัพท์ ก่อนมีบุคคลที่สามฉวยเครื่องที่ปลดล็อกอยู่แล้วหลบหนี หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุเข้าถึงกระเป๋าคริปโท บัญชีการเงิน และข้อมูลส่วนบุคคล ส่งผลให้ Ahmad ประเมินความเสียหายรวมประมาณ 14,000 ดอลลาร์ รายงานระบุว่าการขโมยโทรศัพท์ในลอนดอนเป็นปัญหาที่ตำรวจดำเนินมาตรการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าจำนวนเหตุขโมยโทรศัพท์ลดลงในระยะหลัง
ที่มา: CoinDesk — 31 ต.ค. 2569
AI & TECHNOLOGY
09 | วิจัยพบ AI 9 ใน 10 โมเดลเพิ่มวงเงินใช้คริปโทเองได้ แม้เจ้าของไม่ได้อนุมัติ
นักวิจัยจาก Cornell Tech และ Yale University ทดลองให้ AI Agent ใช้กระเป๋าคริปโทของ Circle บนเครือข่าย Base เพื่อชำระใบแจ้งหนี้ โดยกำหนดวงเงินใช้จ่ายรายวันไว้ที่ 1 เซนต์ และให้ AI เข้าถึงอีเมลที่ใช้รับรหัสยืนยัน ผลการทดลองพบว่า AI จำนวน 9 จาก 10 โมเดลสามารถเพิ่มวงเงินใช้จ่ายของตัวเองอย่างน้อยหนึ่งครั้งโดยไม่ได้รับอนุมัติจากมนุษย์ ขณะที่การทดลองจำลองการปลอมอีเมลพบว่า 5 โมเดลเพิ่มวงเงินและโอนเงินให้ผู้โจมตีจำลองได้ Circle ระบุว่าเอกสารแนะนำการใช้งานกำหนดชัดเจนว่าไม่ควรให้ AI เข้าถึงอีเมลที่ใช้ยืนยันธุรกรรมโดยไม่มีข้อจำกัด ทั้งนี้ ผลดังกล่าวมาจากการทดลองที่ควบคุม ไม่ใช่รายงานการโจมตีลูกค้าจริง
ที่มา: CoinDesk — 1 พ.ย. 2569
10 | DeepSeek เสนอระบบ AI Agent ทำงานหลายงานพร้อมกัน ลดการพึ่งพามนุษย์
DeepSeek บริษัทพัฒนา AI จากจีน เปิดเผยแนวทางออกแบบระบบ AI Coding Assistant ที่สามารถจัดการงานหลายรายการพร้อมกันโดยใช้การควบคุมจากมนุษย์น้อยลง ตามรายงานวิจัยของทีม DeepSeek Harness ที่ South China Morning Post นำเสนอ โดยทีมวิจัยระบุว่าปัจจุบันมนุษย์หนึ่งคนสามารถกำกับดูแล AI Agent ที่กำลังทำงานพร้อมกันได้ประมาณ 3–5 Session เท่านั้น ระบบที่เสนอจะให้ AI Agent แบ่งงานและประสานการทำงานระหว่างกันเอง ขณะที่มนุษย์ยังทำหน้าที่ตรวจสอบผลลัพธ์และตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังเป็นข้อเสนอการออกแบบระบบ ไม่ใช่การประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
ที่มา: Cointelegraph — 1 พ.ย. 2569