Blockaid ชี้ครึ่งแรกของปี 2026 เกิดเหตุโจมตีโปรเจกต์คริปโทฯ มากสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าความเสียหายรวมทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ยังต่ำกว่าปีก่อนที่มีเหตุแฮ็ก Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์
บริษัทด้านความปลอดภัยบนบล็อกเชน Blockaid เปิดเผยรายงานวิเคราะห์สถานการณ์ความปลอดภัยในวงการคริปโทเคอร์เรนซีประจำครึ่งแรกของปี 2026 พบว่า จำนวนเหตุโจมตีที่ได้เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โปรเจกต์ต่างๆ สูญเงินจากการโจมตีมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์
Blockaid บริษัทด้านความปลอดภัยบนบล็อกเชน ระบุว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เกิดเหตุถูกแฮ็กมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพียงแค่ครึ่งปี Blockaid ตรวจพบเหตุโจมตีมากกว่าตลอดทั้งปี 2025 สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบนเครือข่ายบล็อกเชนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ หรือ DPRK เป็นกลุ่มที่ขโมยเงินไปได้มากที่สุด รวมมูลค่าเกือบ 600 ล้านดอลลาร์ โดย Blockaid เชื่อมโยงเหตุโจมตี Drift มูลค่า 285 ล้านดอลลาร์ และ KelpDAO มูลค่า 292 ล้านดอลลาร์ เข้ากับผู้โจมตีจากเกาหลีเหนือ
Blockaid คาดว่าการโจมตีลักษณะดังกล่าวจะยังดำเนินต่อไป โดยหนึ่งในรูปแบบที่ได้ผลคือ การใช้ LinkedIn ทำ Social Engineering ก่อนเจาะระบบของผู้มีสิทธิ์ลงนามในกระเป๋า Multisig ซึ่งนำไปสู่เหตุโจมตีขนาดใหญ่ถึง 2 ใน 4 เหตุการณ์สำคัญที่สุดของช่วงครึ่งปีแรก
ตัวเลขของ Blockaid แตกต่างจากรายงานของ Immunefi ซึ่งประเมินว่า โครงการคริปโทฯ สูญเงินประมาณ 972 ล้านดอลลาร์ จากเหตุโจมตี 207 ครั้งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026
ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับรายงานของ Quill Audits ซึ่งพบความเสียหายรวม 935.3 ล้านดอลลาร์ จากเหตุโจมตีแพลตฟอร์ม DeFi จำนวน 87 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน
Immunefi ระบุเช่นเดียวกันว่า จำนวนเหตุโจมตีในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม มูลค่าความเสียหายจากช่องโหว่ใน DeFi ช่วงปี 2026 ยังลดลง 74% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในปี 2022
Ethereum–Solana เสียหายมากที่สุด
เมื่อแยกความเสียหายตามเครือข่าย Blockaid พบว่า โครงการบน Ethereum และ Solana สูญเงินมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีมูลค่า 332 ล้านดอลลาร์ และ 326 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
Blockaid อธิบายว่า การโจมตีช่องโหว่ในโค้ดขนาดใหญ่มักกระจุกตัวอยู่บน Ethereum เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโปรโตคอลมูลค่าสูงจำนวนมาก ทั้ง Restaking, Stablecoin และ DEX Aggregator
ส่วนบน Solana ผู้โจมตีมักพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานของผู้มีสิทธิ์ลงนามธุรกรรม มากกว่าการเจาะช่องโหว่ในโค้ดของ Smart Contract โดยตรง
จับตาการโจมตีผ่าน AI Agent
Blockaid คาดว่า จำนวนเหตุโจมตีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์จะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หลังเกิดเหตุโจมตี Bankr มูลค่า 216,000 ดอลลาร์ ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นเหตุโจมตี AI Agent ครั้งแรก
รายงานระบุว่า การนำ AI Agent มาใช้งานกำลังเติบโตในอัตราประมาณ 10 เท่าต่อปี จึงมีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุโจมตีในลักษณะนี้หลายครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
Blockaid คาดว่า Prompt Injection จะเป็นรูปแบบการโจมตีหลัก ตามมาด้วยการใช้เครื่องมือของ AI ในทางที่ผิด และการสั่งให้ระบบลงนามธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
ที่มา : theblock