ไตรมาส 2 ปี 2026 ขึ้นแท่นไตรมาสที่โปรโตคอลคริปโทถูกแฮ็กมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ 83 ครั้ง สูญเงินรวม 755 ล้านดอลลาร์ ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า AI อาจทำให้แฮ็กเกอร์หาช่องโหว่และโจมตีได้เร็วขึ้น
ตามการวิเคราะห์ของ Unfolded ที่อ้างอิงข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่า ไตรมาส 2 ปี 2026 กลายเป็นไตรมาสที่ถูกแฮ็กมากที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโท หากนับตามจำนวนเหตุการณ์ หลังมีการโจมตีโปรโตคอลคริปโทรวมแล้ว 83 ครั้ง
แม้จำนวนการโจมตีจะพุ่งทำสถิติใหม่ แต่ความเสียหายรวมอยู่ที่ราว 755 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดในไตรมาส 4 ปี 2020 ที่สูญเงินรวมกว่า 3.56 พันล้านดอลลาร์ โดยเหตุการณ์ใหญ่ที่สุดในไตรมาสนี้ ได้แก่ การโจมตี KelpDAO มูลค่า 293 ล้านดอลลาร์ และ Drift Protocol มูลค่า 280 ล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์มองว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มที่น่ากังวล คือแฮ็กเกอร์โจมตีได้บ่อยขึ้น แม้จะขโมยเงินได้น้อยลง โดย Dmytro Tarasiuk จาก CORE3 และ CER.live ระบุว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมูลค่าทรัพย์สินในระบบ DeFi ลดลงอย่างมาก จากราว 164,000 ล้านดอลลาร์ก่อนเหตุการณ์ Liquidation ครั้งใหญ่เมื่อเดือนตุลาคม เหลือเพียงประมาณ 73,000 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน
Tarasiuk ชี้ว่า ปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมคือโปรโตคอลจำนวนมากพัฒนาอย่างรวดเร็วเกินกว่าระบบบริหารความเสี่ยงจะตามทัน ทำให้เกิดช่องโหว่ด้านปฏิบัติการ เช่น การใช้ระบบ Multisig แต่เก็บ Private Key หลายดอกไว้ในอุปกรณ์เดียวกัน
ข้อมูลระบุว่า Cross-chain Bridge เป็นช่องทางโจมตีที่ถูกใช้มากที่สุดในไตรมาสนี้ โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 351 ล้านดอลลาร์
กรณีใหญ่ที่สุดคือการโจมตี LayerZero OFT Bridge ซึ่งนำไปสู่การแฮ็ก KelpDAO มูลค่า 293 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นมากกว่า 38% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมดในไตรมาสนี้
รองลงมาคือการโจมตีผ่านบัญชีผู้ดูแลระบบ (Compromised Admin) และการปั่นราคาของโทเคนปลอม ซึ่งรวมกันคิดเป็น 37% ของความเสียหายทั้งหมด ขณะที่การขโมย Private Key คิดเป็นราว 5.7%
ล่าสุดเครือข่าย Layer-2 อย่าง Taiko ก็เพิ่งตกเป็นเหยื่อการโจมตี Bridge หลังแฮ็กเกอร์สามารถเจาะกลไกตรวจสอบสถานะเชน และขโมยเงินไปได้ราว 1.7 ล้านดอลลาร์
นอกจากเหตุการณ์ใหญ่ของ KelpDAO และ Drift แล้ว ไตรมาสนี้ยังมีการโจมตีสำคัญอีกหลายกรณี เช่น การแฮ็ก Humanity Protocol มูลค่า 36 ล้านดอลลาร์, THORChain มูลค่า 10.7 ล้านดอลลาร์ รวมถึงการโจมตี Aztec Connect และ Raydium
เหตุการณ์เหล่านี้จุดกระแสถกเถียงใหม่ว่า การพัฒนา AI รุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของอุตสาหกรรมคริปโทหรือไม่
Mitchell Amador ซีอีโอของ Immunefi ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของโมเดล AI ทำให้ฝั่งผู้โจมตีมีศักยภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจกำลังนำอุตสาหกรรมเข้าสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า “Vulnerability Apocalypse” หรือยุคที่ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยถูกค้นพบและนำไปใช้โจมตีได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างมาก
ที่มา : cointelegraph
🏠หน้าหลักคริปโต
🔥ข่าวคริปโตยอดนิยม
🟠ข่าวบิตคอยน์
⚡คริปโตล่าสุด
🤖efin AI