จับตาวุฒิสภาสหรัฐฯ นับถอยหลัง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสภา ลุ้นชะตากรรมร่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล Clarity Act ท่ามกลางรอยร้าวทางการเมือง ปมบทบัญญัติด้านจริยธรรมจับตาผลประโยชน์ทรัมป์ ชี้ชะตาตลาดคริปโทฯ หรัฐฯ จะไปต่อหรือรอรื้อใหม่
วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมในช่วงฤดูร้อน โดยมีเวลาเหลืออีกเพียง 2 สัปดาห์ในการผลักดันร่างกฎหมายคริปโทเคอร์เรนซีที่สำคัญอย่าง “Digital Asset Market Clarity Act” ให้ผ่านสภา
ล่าสุดได้มีการเปิดเผยร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่ได้รวมเนื้อหา จากคณะกรรมาธิการการธนาคารและคณะกรรมาธิการการเกษตรเข้าด้วยกัน โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การบรรจุ “บทบัญญัติด้านจริยธรรม” (Ethics Provision) เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสามารถสนับสนุนหรือออกเหรียญคริปโทฯ ของตนเองได้ ซึ่งถือเป็นการตอบโต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยตรง
แม้จะเป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นการจัดระเบียบและกำหนดขอบเขตอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแลด้านคริปโทฯ แต่ประเด็นที่สร้างความขัดแย้งมากที่สุดในตอนนี้กลับเป็นเรื่องรอยร้าวทางการเมือง พรรคเดโมแครตต้องการให้บทบัญญัติด้านจริยธรรมมีความเข้มงวดและมีผลผูกพันมากขึ้น เพื่อพุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทำเงินจากคริปโทฯ ไปได้กว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ทรัมป์และพรรครีพับลิกันไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น
สำหรับบทบัญญัติด้านจริยธรรมในร่างปัจจุบัน ซึ่งทำเนียบขาวเห็นชอบแต่ฝั่งเดโมแครตในวุฒิสภายังไม่เอาด้วยนั้น ได้ให้เวลาทรัมป์ 1 ปี ในการขายสินทรัพย์ทิ้ง (Divest) หรือนำธุรกิจไปใส่ไว้ในกองทุนแบบ Blind Trust (กองทุนที่มอบให้บุคคลที่ 3 บริหารจัดการเด็ดขาดเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน) โดยมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ฝั่งเดโมแครตกังวลและไม่ไว้ใจให้กระทรวงยุติธรรมเข้ามาตรวจสอบทรัมป์ในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี อีกทั้งข้อกำหนดนี้ยังมี “เงื่อนไขการสิ้นสุดผลบังคับใช้” เมื่อประธานาธิบดีคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งจะเป็นการบล็อกไม่ให้รัฐบาลชุดหน้าสามารถเอาผิดทรัมป์ย้อนหลังได้ นอกจากนี้ ทรัมป์จะยังคงสามารถรับผลประโยชน์จากเหรียญที่มีชื่อของเขาอยู่แล้วได้ต่อไปตามเงื่อนไขลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์
ด้านผู้สนับสนุนบทบัญญัตินี้ นำโดยวุฒิสมาชิก ซินเธีย ลัมมิส (Cynthia Lummis) และแพทริค วิทท์ (Patrick Witt) ที่ปรึกษาทำเนียบขาว มองว่านี่คือข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่ครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่รัฐและผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง และเป็นกฎที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยยอมรับมา
แต่ด้วยความที่เป็นปีแห่งการเลือกตั้งกลางเทอม ตัวเลข 1.4 พันล้านดอลลาร์จึงกลายเป็นเป้าโจมตีชิ้นโตที่พรรคเดโมแครตหยิบยกมาใช้หาเสียง เพื่อช่วงชิงเสียงข้างมากในสภา
ขณะเดียวกัน วุฒิสมาชิก เอลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) แกนนำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการการธนาคาร ถึงกับประกาศจุดยืนว่ากฎหมายนี้ “ควรตกไปตั้งแต่เริ่ม” โดยอ้างถึงข้อกังวลด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน ความมั่นคงของชาติ และเครือข่ายความสัมพันธ์ด้านคริปโทฯ ของทรัมป์
ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโทฯ ยังคงพยายามเรียกร้องให้สภาผ่านร่างกฎหมายนี้ให้ทัน โดยให้เหตุผลว่า Clarity Act ได้สร้างโครงสร้างผลิตภัณฑ์คริปโทฯ และกำหนดกฎเกณฑ์คุ้มครองผู้ลงทุนเอาไว้ หากกฎหมายไม่ผ่านก็เท่ากับว่านักลงทุนจะยังคงไม่มีหลักประกันใดๆ มารองรับ
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ หากต้องการให้กฎหมายผ่านได้ทันก่อนวันปิดสภา 7 สิงหาคม จะต้องมีการเสนอ “ญัตติขอให้พิจารณา” (Motion to proceed) ภายในวันจันทร์หรือวันอังคารเพื่อเริ่มกระบวนการอย่างเป็นทางการ หากผ่านการลงมติด้วยเสียง 60 เสียง จะนำไปสู่การเสนอ “ญัตติเพื่อยุติการอภิปราย” (Cloture vote) ในส่วนของเนื้อหาที่แก้ไข และต่อด้วยการโหวตเพื่อผ่านร่างกฎหมายในสัปดาห์สุดท้ายของการประชุม (สัปดาห์ของวันที่ 3 สิงหาคม)
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวประเมินว่า สมาชิกสภาจำเป็นต้องตกลงกันเรื่องบทบัญญัติด้านจริยธรรมให้ได้ภายในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้เป็นไปตามกรอบเวลาดังกล่าว แต่หนทางอาจไม่ง่ายนัก เพราะยังมีวาระร้อนอื่นๆ ของวุฒิสภาที่รอคิวอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการลงมติรับรองบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญ รวมถึงร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่านที่ต้องแข่งกับเวลาเช่นกัน
ที่มา : Coindesk