อนาคต Clarity Act ของสหรัฐฯ ยังอยู่ในภาวะก้ำกึ่ง จับตา 15 ก.ย.ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญแต่ยังไม่ใช่บทสรุป ลุ้นโหวตจะ “ผ่านด่าน 60 เสียงเพื่อไปต่อได้หรือไม่” ท่ามกลางปมจริยธรรมของปธน.ทรัมป์ และข้อกังวลเรื่องผลตอบแทน Stablecoin ที่อาจกระทบธนาคารพาณิชย์
ร่างพระราชบัญญัติกฎหมายสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ Clarity Act (Digital Asset Market Clarity Act) กำลังตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่อาจบอกได้ชัดว่ากฎหมายฉบับนี้ “รอด” หรือ “ตาย” แม้อุตสาหกรรมคริปโทกำลังจับตาการลงมติวันที่ 15 ก.ย. แต่ยังไม่มีความแน่นอนว่าการโหวตดังกล่าวจะเกิดขึ้นตามกำหนดหรือไม่
การลงมติครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อดูว่า Clarity Act จะสามารถผ่านเกณฑ์ 60 เสียงในวุฒิสภาได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านด่านแรก ก็ยังต้องเจอกระบวนการแก้ไขร่าง การอภิปราย และขั้นตอนทางกฎหมายอีกหลายชั้น เรียกได้ว่ายังห่างไกลจากการกลายเป็นกฎหมายเต็มรูปแบบ
เปิดชนวนเหตุติดขัด ปมจริยธรรมประธานาธิบดีและแรงต้านจากกลุ่มธนาคาร
แม้ว่า ซินเธีย ลัมมิส วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นผู้เจรจาหลัก ได้เสนอร่างแก้ไขฉบับใหม่ที่รวบรวมข้อตกลงประนีประนอมจากการทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครตในช่วงพักสภาเดือนสิงหาคมแล้วก็ตาม แต่กระบวนการยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายแรกวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตระบุว่า จะยังไม่ลงคะแนนสนับสนุนหากไม่มีข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่เข้มงวดเพื่อจำกัดการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจคริปโทฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
อีกฝ่ายวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันกลุ่มหนึ่ง ได้แสดงการคัดค้านร่างกฎหมายนี้ เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับข้อกำหนดการจ่ายผลตอบแทนของ Stablecoin ที่อาจกลายเป็นคู่แข่งดึงเงินฝากไปจากระบบธนาคารพาณิชย์และธนาคารชุมชน
เส้นทางกฎหมายยังอีกยาวไกล แม้จะผ่านด่านแรกไปได้
หากวันที่ 15 ก.ย. มีการลงมติและร่างกฎหมายไม่ผ่านอาจทำให้กระบวนการชะงักลงอย่างหนัก แต่หากการโหวตถูกเลื่อน ก็สามารถตีความได้สองด้าน ด้านหนึ่งอาจหมายถึงการเจรจายังเดินหน้าต่อ และทั้งสองพรรคต้องการเวลาหาข้อตกลงเพิ่ม ขณะที่อีกด้านอาจสะท้อนว่าฝ่ายสนับสนุนยังรวบรวมเสียงได้ไม่เพียงพอ
แม้ Clarity Act จะผ่านวุฒิสภาในเดือนนี้ กระบวนการก็ยังไม่จบ เพราะหากร่างที่วุฒิสภาผ่านมีเนื้อหาแตกต่างจากฉบับของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งสองสภายังต้องเห็นชอบร่างฉบับเดียวกันเสียก่อน จึงจะส่งให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามเป็นกฎหมายได้
แต่ด้วยปฏิทินการประชุมของสภาที่ถูกคั่นด้วยการเลือกตั้งกลางเทอม กระบวนการอาจยืดไปถึงช่วงหลังเลือกตั้ง ซึ่งสภาชุดเดิมยังมีเวลาทำงานต่ออีกระยะก่อนสภาชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งในปี 2027
หากเวลาไม่พอ ฝ่ายสนับสนุนอาจเลือกใช้วิธีนำเนื้อหาของ Clarity Act ไปแนบกับกฎหมายฉบับใหญ่ที่มีโอกาสผ่านสภาสูงกว่า เช่น กฎหมายงบประมาณและนโยบายด้านกลาโหมประจำปีของสหรัฐฯ (National Defense Authorization Act: NDAA)
เสียงสะท้อนจากทำเนียบขาวและผู้นำอุตสาหกรรม
“สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาเรียกร้องให้วุฒิสภาเปิดทางเห็นชอบในมติชั้นต้นเพื่อให้กระบวนการทางนิติบัญญัติดำเนินต่อไปได้ ขณะที่ “ซัมเมอร์ เมอร์ซิงเกอร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมบล็อกเชน ได้แสดงความหวังว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญของนวัตกรรมทางการเงิน
ด้าน ไบรอัน อาร์มสตรอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Coinbase มองไม่ว่าร่างกฎหมายนี้จะผ่านหรือไม่ก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดี เพราะหากไม่ผ่านหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ก็จะเร่งออกกฎระเบียบขึ้นมาควบคุมอยู่ดี แต่ทางประธาน SEC เองเคยย้ำหลายครั้งว่ากฎจากหน่วยงาน SEC ไม่สามารถทดแทนกฎหมายจากสภาคองเกรสได้ทั้งหมด เพราะกฎหมายจะให้ความชัดเจนและความมั่นคงในระยะยาวมากกว่า
ที่มา : coindesk