วุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถผลักดัน CLARITY Act ให้เดินหน้าต่อได้ หลังคะแนนสนับสนุนไม่ถึงเกณฑ์ 60 เสียง ขณะที่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมคริปโทมองว่า แม้กฎหมายสะดุด แต่กระบวนการออกกฎของ SEC และ CFTC รวมถึงการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลในภาคการเงินยังมีแนวโน้มเดินหน้าต่อ
ความพยายามของอุตสาหกรรมคริปโทฯ ในการผลักดันกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ เผชิญอุปสรรคครั้งสำคัญ หลังวุฒิสภาไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ถึง 60 เสียงเพื่อปิดการอภิปรายและเดินหน้าพิจารณา CLARITY Act โดยผลโหวตอยู่ที่ 49 ต่อ 50 เสียง และมีสมาชิก 1 คนไม่ได้ลงคะแนน
ประเด็นสำคัญคือ นี่ไม่ใช่การลงมติขั้นสุดท้ายเพื่อรับหรือคว่ำตัวร่าง CLARITY Act โดยตรง แต่เป็นการลงมติว่าจะยุติการอภิปรายและเดินหน้าสู่ขั้นตอนพิจารณาร่างหรือไม่ เมื่อได้เพียง 49 เสียง จึงทำให้ร่าง ไม่สามารถเดินหน้าต่อในขั้นตอนนี้ได้
ร่างดังกล่าวมีเป้าหมายวางระบบกำกับการเสนอขายและซื้อขาย Digital Commodities โดยแบ่งบทบาทระหว่าง SEC และ CFTC รวมถึงมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจำกัด Federal Reserve จากการให้บริการบางประเภทโดยตรงแก่บุคคล และการห้ามใช้ CBDC เพื่อดำเนินนโยบายการเงิน
ด้านเสียงจากผู้บริหารในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มองว่า ความล้มเหลวของร่างกฎหมายครั้งนี้ไม่ได้ทำให้การกำกับคริปโทของสหรัฐฯ กลับไปเริ่มต้นใหม่ เพราะทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ยังเดินหน้าพัฒนากฎภายใต้อำนาจที่มีอยู่ ขณะเดียวกัน ธนาคาร บริษัทจัดการสินทรัพย์ และธุรกิจคริปโทยังคงลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไป
Brad Garlinghouse ซีอีโอ Ripple ยอมรับว่าผลโหวตครั้งนี้สร้างความผิดหวัง หลังอุตสาหกรรมทุ่มความพยายามผลักดันกฎหมายดังกล่าว แต่ยังมองในเชิงบวกว่าการออกกฎจาก SEC และ CFTC จะเข้ามาช่วยเติมช่องว่างด้านกฎหมายต่อไป
ด้าน Connor Howe ซีอีโอ Enso ชี้ว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกำกับจะหยุดลง แต่อยู่ที่ “ความคงทน” ของกฎ เพราะกฎจากหน่วยงานกำกับสามารถถูกแก้ไขโดยผู้บริหารชุดใหม่ได้ง่ายกว่ากฎหมายที่ผ่านสภาคองเกรส
ผู้บริหารหลายรายยังเตือนว่า ความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้ออาจทำให้เงินทุนและผู้พัฒนาเลือกไปยังเขตอำนาจที่มีกฎชัดเจนกว่า เช่น สหภาพยุโรปภายใต้ MiCA ขณะที่อีกมุมหนึ่งมองว่า ทิศทางใหญ่ของภาคการเงินไม่ได้เปลี่ยนไป โดยธนาคารและสถาบันการเงินยังเดินหน้าพัฒนา Stablecoin, Tokenized Deposit และสินทรัพย์บนบล็อกเชนต่อเนื่อง ดังนั้น สิ่งที่ CLARITY Act สะดุดอาจเป็น “กรอบกฎหมาย” มากกว่าการหยุดพัฒนาของอุตสาหกรรม
ที่มา : coindesk.com senate.gov