Citigroup ปรับเพิ่มเป้าหมายราคา Bitcoin ในอีก 12 เดือน จาก 82,000 ดอลลาร์เป็น 113,000 ดอลลาร์ พร้อมอัปเป้า Ether จาก 2,240 ดอลลาร์เป็น 3,028 ดอลลาร์ หลังเงินไหลเข้า ETF เริ่มฟื้น และภาวะเศรษฐกิจมหภาคเป็นแรงหนุน
ซิตี้กรุ๊ปปรับเพิ่มเป้าราคา Bitcoin-Ether สัญญาณบวกฟื้นตัว
Citigroup สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้ปรับเพิ่มประมาณการราคา Bitcoin ในอีก 12 เดือนข้างหน้า จากเดิม 82,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นเป็น 113,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งปรับเพิ่มเป้าราคา Ether จาก 2,240 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 3,028 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการปรับเป้าหมายครั้งนี้คิดเป็นการเติบโตประมาณ 35% สำหรับ Bitcoin และ 12% สำหรับ Ether เมื่อเทียบกับระดับราคาในปัจจุบัน
แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Citigroup ปรับมุมมองเป็นบวก มาจากการกลับมาของเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุนรวมดัชนีที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือ กองทุน ETF ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่เริ่มเอื้ออำนวยต่อการลงทุน
เงินทุน ETF พลิกกลับเป็นบวก โบรกเกอร์หนุนเพิ่มสัดส่วนการลงทุน
ในช่วงแรกของปี 2026 กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกา เคยเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกสุทธิสูงถึง 5,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 13 กรกฎาคม ทว่าสถานการณ์ได้พลิกกลับมารับเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ยอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิในปี 2026 กลับขึ้นมาแตะระดับ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา
Citigroup ประเมินว่า จะมีเงินทุนไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างกองทุน ETF อย่างช้า ๆ แต่สม่ำเสมอ โดยคาดการณ์ว่าจะมีเงินไหลเข้าเพิ่มเติมอีกราว 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 12 เดือนข้างหน้า เนื่องจากกลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินและบริษัทโบรกเกอร์เริ่มแนะนำให้ลูกค้าค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบิตคอยน์ทีละน้อย
คลายกังวลด้านกฎหมาย และแรงหนุนจากมาตรการคลังสหรัฐฯ
แม้ว่าในแง่ของกฎหมาย วุฒิสภาสหรัฐฯ จะไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมาย Clarity Act ให้ผ่านความเห็นชอบได้เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา แต่การประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ในเวลาต่อมา ได้ช่วยลดแรงกดดันและบรรเทาความกังวลของนักลงทุนในตลาดลงไปได้มาก
หลังจากร่างกฎหมาย Clarity Act ถูกปฏิเสธ ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น โดยราคาบิตคอยน์สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ก่อนสิ้นเดือนกันยายน
นอกจากนี้ การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการรับซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูแรงส่งในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ทำให้ราคาฟื้นตัวและหลุดพ้นจากภาวะซบเซาที่เคยปรับตัวตามหลังสินทรัพย์เสี่ยงประเภทอื่นมานานหลายเดือน
ที่มา : coindesk
⚠️ คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้