Citi ปรับลดเป้าหมาย 12 เดือนของ Bitcoin จาก 112,000 ดอลลาร์ เหลือ 82,000 ดอลลาร์ และลดเป้า Ethereum จาก 3,175 ดอลลาร์ เหลือ 2,240 ดอลลาร์ หลังประเมินว่า ETF คริปโตสหรัฐฯ จะไม่มีเงินไหลเข้าสุทธิในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
Citi ปรับลดประมาณการราคา Bitcoin ในกรณีฐานสำหรับช่วง 12 เดือนข้างหน้าลงเหลือ 82,000 ดอลลาร์ จากเดิมที่คาดไว้ 112,000 ดอลลาร์ ขณะที่ปรับลดเป้าหมายราคา Ethereum ลงเหลือ 2,240 ดอลลาร์ จากเดิม 3,175 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลหลักมาจากการชะลอตัวของเงินทุนในกองทุน Spot ETF และความคืบหน้าด้านกฎระเบียบที่ล่าช้ากว่าคาด
ธนาคารระบุว่า เดิมทีคาดว่ากฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐจะช่วยดึงดูดนักลงทุนสถาบันและที่ปรึกษาการลงทุนให้เข้ามาในตลาดมากขึ้น แต่เมื่อไทม์ไลน์ดังกล่าวเริ่มเลื่อนออกไป Citi จึงปรับสมมติฐานใหม่เป็น “ไม่มีเงินไหลเข้าสุทธิใน Spot ETF ตลอด 12 เดือนข้างหน้า”
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุดที่ Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐเผชิญเงินไหลออกสุทธิกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากเกิดกระแสเงินไหลออกต่อเนื่อง 13 วันทำการ จนยอดเงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่ต้นปีพลิกกลับมาติดลบเป็นครั้งแรก
Citi ยังมองว่า ความกังวลที่บริษัท Bitcoin Treasury อาจกลายเป็นผู้ขายสุทธิของ Bitcoin ในอนาคต เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันความเชื่อมั่นของตลาด โดยเฉพาะหลัง Strategy เปิดทางสำหรับการขาย Bitcoin เพื่อเสริมสภาพคล่องของบริษัท แม้ยอดขายจริงจะยังอยู่ในระดับจำกัดก็ตาม
นอกจากนี้ ทั้ง Bitcoin และ Ethereum ยังซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ขณะที่เงินทุนเก็งกำไรจำนวนหนึ่งไหลออกจากคริปโทฯ ไปยังหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยีซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่าในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม Citi ยังมองเห็นโอกาสเชิงบวกในกรณีที่แรงซื้อจากรายย่อยและสถาบันกลับมา โดยในกรณีดีที่สุด (Bull Case) ธนาคารมองว่า Bitcoin มีโอกาสขึ้นไปแตะ 108,000 ดอลลาร์ และ Ethereum ที่ 2,932 ดอลลาร์
ขณะที่ในกรณีเลวร้าย (Bear Case) หากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยและ ETF ยังไหลออกต่อเนื่อง Bitcoin อาจปรับตัวลงสู่ระดับ 53,000 ดอลลาร์ และ Ethereum อาจลดลงสู่ 1,094 ดอลลาร์
ที่มา : coindesk