ธนาคารกลางจีนเริ่มจับตา Stablecoin มากขึ้น หลังมองว่าอาจมีบทบาทสำคัญต่อการชำระเงินข้ามพรมแดนและระบบการเงินโลก แต่ยังไม่ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนโดยตรง
ตามรายงานของสำนักข่าวจีน The Paper ระบุว่า Wang Xin ผู้อำนวยการสำนักวิจัยของธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุว่า หน่วยงานกำกับควรติดตามผลกระทบของ Stablecoin อย่างใกล้ชิด พร้อมยกระดับความร่วมมือและกรอบกำกับระหว่างประเทศ
“เราต้องจับตาบทบาทของ Stablecoin ให้มากขึ้น โดยเฉพาะคำถามว่า มันจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการชำระเงินข้ามพรมแดนหรือไม่ และแต่ละประเทศควรร่วมมือกันกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างไร” Wang กล่าว
Wang ยังเสริมอีกว่า ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความเสี่ยงที่ระบบชำระเงินอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจกระทบต่อธุรกรรมข้ามพรมแดนในปัจจุบัน
แม้ท่าทีนี้สะท้อนว่า หน่วยงานจีนเริ่มให้ความสำคัญกับ Stablecoin มากขึ้น แต่ Wang ยังไม่ได้แสดงจุดยืนสนับสนุน Stablecoin โดยตรง และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนนโยบายใหม่
นอกจาก Stablecoin แล้ว Wang ยังกล่าวถึง CBDC หรือเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง โดยระบุว่า บทบาทของ CBDC ในการชำระเงินข้ามพรมแดนก็ควรถูกติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมต้องมีการประสานนโยบายระหว่างประเทศมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา PBOC และหน่วยงานจีนอีก 7 แห่ง สั่งห้ามการออก Stablecoin ที่ผูกกับเงินหยวน รวมถึง RWA tokenized ที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยกฎดังกล่าวครอบคลุมทั้งผู้ออกในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเงินหยวนทั้ง onshore และ offshore
มาตรการนี้สะท้อนว่า จีนยังให้ความสำคัญกับเงินดิจิทัลที่รัฐควบคุม มากกว่า Stablecoin ที่ออกโดยเอกชน และต้องการให้ผู้ออกสินทรัพย์ลักษณะนี้ได้รับอนุมัติจากภาครัฐก่อน
ทั้งนี้ ตลาด Stablecoin ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก CEX.io ระบุว่า ในไตรมาสแรกปี 2026 อุปทาน Stablecoin รวมเพิ่มขึ้นราว 8,000 ล้านดอลลาร์ แตะระดับ 315,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก
CEX.io ยังระบุอีกว่า ปริมาณธุรกรรม Stablecoin ในไตรมาสดังกล่าวสูงกว่า 28 ล้านล้านดอลลาร์ และคิดเป็น 75% ของปริมาณซื้อขายคริปโททั้งหมด อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่า ราว 76% ของปริมาณธุรกรรมดังกล่าวอาจเกิดจากบอท
ที่มา : cointelegraph
🏠หน้าหลักคริปโต
🔥ข่าวคริปโตยอดนิยม
🟠ข่าวบิตคอยน์
⚡คริปโตล่าสุด
🤖efin AI