ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มธนาคารเข้าร่วมเครือข่ายดิจิทัลหยวนอีก 8 แห่งในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้จำนวนธนาคารในระบบเพิ่มเป็น 30 แห่ง จากเพียง 10 แห่งเมื่อต้นปี
จีนเดินหน้าขยายเครือข่ายดิจิทัลหยวน หรือ e-CNY อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มธนาคารใหม่เข้าร่วมระบบอีก 8 แห่งในสัปดาห์นี้ รวมถึง Ping An Bank, Hengfeng Bank, Bank of Shanghai และ Bank of Hangzhou ทำให้จำนวนธนาคารที่เข้าร่วมทั้งหมดเพิ่มเป็น 30 แห่ง จาก 10 แห่งเมื่อต้นปี
อย่างไรก็ตาม ธนาคารชุดล่าสุดยังต้องผ่านการเตรียมความพร้อมด้านระบบและการดำเนินงานก่อนเปิดให้บริการแก่ลูกค้า
การขยายครั้งนี้ถือเป็นรอบที่ 2 ของปี หลัง PBOC เพิ่มสถาบันการเงิน 12 แห่งเมื่อเดือนเมษายน ส่งผลให้จำนวนผู้ให้บริการเพิ่มเป็น 22 แห่ง ก่อนจะเพิ่มอีก 8 แห่งในรอบล่าสุด รวมแล้วปีนี้จีนเพิ่มผู้ให้บริการ e-CNY ถึง 20 แห่ง
เงินหยวนดิจิทัลนี้ทำงานภายใต้ “ระบบสองชั้น” (Two-tier system) โดยชั้นบนสุดจะมีธนาคารกลางจีนคอยดูแลโครงสร้างระบบหลักทั้งหมด ส่วนชั้นที่สองคือธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนหน้าร้านคอยบริการลูกค้า
ซึ่งธนาคารเหล่านี้จะได้รับอนุญาตให้เปิดกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallets) สำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน ดำเนินการชำระเงิน รวมถึงการทำหน้าที่ทางกฎหมายอย่าง การตรวจสอบเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (Anti-money laundering checks) อีกด้วย
การขยายเครือข่ายเกิดขึ้นหลังจีนปรับโครงสร้าง e-CNY ครั้งใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. โดยกำหนดให้ยอดเงินดิจิทัลหยวน ที่อยู่ในวอลเล็ตของธนาคารพาณิชย์ถูกนับเป็นหนี้สินเงินฝากของธนาคาร ซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยและได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันเงินฝาก
ทั้งนี้ จีนประมวลผลธุรกรรม e-CNY ไปแล้ว 3.48 พันล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 16.7 ล้านล้านหยวน หรือราว 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งทางธนาคารกลางจีนยืนยันว่าจะเดินหน้าคัดเลือกธนาคารผู้ให้บริการเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
ที่มา : Coindesk