ก.ล.ต.บราซิล (CVM) เดินหน้าลุยตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งคณะทำงานจัดทำร่างกรอบกำกับดูแล Tokenization รองรับใช้บล็อกเชนแบบครบวงจร ขีดเส้นตายใน 60 วัน หวังยกระดับความปลอดภัย-อุดช่องโหว่ทางกฎหมาย รับมือตลาดโทเคนโตแรง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์บราซิล หรือ Comissão de Valores Mobiliários (CVM) จัดตั้งคณะทำงานเพื่อยกร่างกรอบทดลองสำหรับหลักทรัพย์แบบโทเคน ครอบคลุมการจดทะเบียน การเก็บรักษาสินทรัพย์ การซื้อขาย และการชำระราคาหลักทรัพย์ที่ดำเนินการผ่านเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ หรือ DLT
คณะทำงานดังกล่าวมีตัวแทนจาก 14 หน่วยงานภายใน CVM และต้องยื่นข้อเสนอฉบับแรกต่อคณะกรรมการภายใน 60 วัน นับจากวันที่เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ และจะใช้เวลาประเมินผลภาพรวมทั้งหมดเป็นเวลา 120 วัน ซึ่งสามารถขยายเวลาเพิ่มได้อีก 30 วัน
สาเหตุที่ ก.ล.ต. บราซิล ต้องเร่งออกเกณฑ์เฉพาะสำหรับเทคโนโลยีนี้ เป็นเพราะระบบ บล็อกเชน (Blockchain) สามารถรวบรวมหน้าที่ที่ปกติมักจะแยกกันทำในระบบการเงินแบบดั้งเดิม เช่น กระดานซื้อขาย ผู้รับฝากทรัพย์สิน นายทะเบียน และระบบชำระราคา ให้มาอยู่เบ็ดเสร็จในที่เดียวได้
สิ่งนี้ทำให้เกิดประเด็นท้าทายทางกฎหมายที่สำคัญตามมา ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้จะเข้ามาตอบคำถามหลักๆ เช่น ใครจะเป็นผู้ควบคุมบันทึกความเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการ? การจัดการดูแลไพรเวตคีย์ (Private key) ต้องทำอย่างไร? ธุรกรรมที่เกิดขึ้นแล้วสามารถยกเลิกได้ในกรณีใดบ้าง? และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในทางกฎหมายหากระบบเกิดความเสียหาย?
ทั้งนี้ บราซิลมีแนวทางอยู่แล้วว่า การพิจารณาว่าโทเคนเข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ ต้องดูจากลักษณะทางเศรษฐกิจของสินทรัพย์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใช้บล็อกเชนหรือไม่ โดยแนวทางของ CVM เมื่อปี 2022 ระบุชัดว่า เทคโนโลยีที่ใช้ไม่ได้เปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของสินทรัพย์
ตลาดสินทรัพย์โทเคนของบราซิลยังขยายตัวต่อเนื่อง ข้อมูลจาก RWA Monitor ระบุว่า ตลาดสินทรัพย์โลกจริง หรือ RWA ในประเทศมีมูลค่าราว 1.2 หมื่นล้านเรียล หรือประมาณ 2.34 พันล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้เป็นหุ้นกู้และตั๋วเงินประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ CVM ยังเคยทดสอบการออกหลักทรัพย์และการซื้อขายในตลาดรองผ่านบล็อกเชนภายใต้โครงการ Regulatory Sandbox มาแล้ว ซึ่งคณะทำงานชุดใหม่จะนำผลการทดลองดังกล่าวมาทบทวน เพื่อพิจารณาวางกรอบที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับหลักทรัพย์ที่ออก ถือครอง และซื้อขายบนระบบ DLT
ที่มา : coindesk