ตลาดซื้อขาย NFT ชื่อดัง “Blur” ประกาศเตรียมปิดให้บริการหน้าเว็บไซต์ในเดือนพฤศจิกายน หลังปริมาณการซื้อขายรายเดือนดิ่งลงอย่างหนักจากระดับหมื่นล้านเหลือเพียงไม่กี่ล้านดอลลาร์ พร้อมสั่งยุติระบบกู้ยืม Blend ส่งผลให้ราคาเหรียญ BLUR ทรุดตัวทันทีกว่า 20%
เตรียมปิดหน้าเว็บเดือนหน้า แต่ระบบเบื้องหลังยังรันต่อ
แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท NFT ชื่อดังอย่าง Blur ได้ออกมาระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า จะทำการปิดให้บริการหน้าเว็บไซต์สำหรับผู้ใช้งานลงอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2026 อย่างไรก็ดี ระบบสัญญาอัจฉริยะเบื้องหลังการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนจะยังคงเปิดทำงานต่อไปตามปกติ และเหรียญ BLUR จะยังคงมีบทบาทในการควบคุมกลไกการเปิด-ปิดค่าธรรมเนียมของระบบเช่นเดิม
ขณะเดียวกัน บริการกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลโดยใช้ NFT เป็นหลักประกัน หรือ “Blend” จะหยุดจับคู่รายการกู้ยืมใหม่ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป โดยระบบจะเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระคืนเงินกู้ หรือยินยอมให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ (Default) จนถึงวันดังกล่าว หลังจากนั้น ทางทีมงานจะจัดทำเครื่องมือบนหน้าเว็บชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถถอนสินทรัพย์ที่ค้างอยู่ออกมาจากระบบ Blend ได้
ย้อนรอยอดีตยักษ์ใหญ่ NFT ยอดเทรดดิ่งเหว 99%
การประกาศปิดหน้าเว็บของ Blur เกิดขึ้นตามหลังการยุติการดำเนินงานของเครือข่ายบล็อกเชน Layer 2 อย่าง Blast รวมถึงเครือข่าย Abstract ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Pudgy Penguins ในช่วงก่อนหน้านี้
โดยเครือข่าย Blast ถูกสร้างขึ้นโดย คุณไท่ซุน “แพ็คแมน” โรเคอร์เร (Tieshun “Pacman” Roquerre) ผู้ก่อตั้ง Blur และพัฒนาโดยทีมงานหลักชุดเดียวกัน ซึ่งเขาเคยตั้งเป้าหมายไว้ในต้นปี 2023 ว่าจะดัน Blur ให้กลายเป็นตลาดซื้อขาย NFT ระดับโลก
ทว่า ปริมาณการซื้อขายรายเดือนของ Blur ซึ่งเคยพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ประมาณ 1,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมีนาคม 2023 กลับทรุดตัวลงอย่างหนักเหลือเพียงไม่ถึง 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมีนาคม 2026 หรือลดลงมากกว่า 99% ในช่วงเวลา 3 ปี ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาเหรียญประจำแพลตฟอร์มอย่าง BLUR ดิ่งลงทันทีกว่า 20% ลงมาอยู่ที่ประมาณ 0.015 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มูลค่าตลาดรวมลดลงเหลือราว 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากช่วงต้นปี 2023 ที่เหรียญ BLUR เคยมีราคาซื้อขายสูงกว่า 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ
นวัตกรรมตัดราคาค่าลิขสิทธิ์ และบทเรียนของอุตสาหกรรม
ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2023 Roquerre เคยประกาศเป้าหมายสร้าง Blur ให้เป็น “Binance แห่งวงการ NFT” โดยแพลตฟอร์มเติบโตขึ้นจากกลยุทธ์จูงใจนักเทรดและนโยบายค่าลิขสิทธิ์สำหรับผู้สร้าง NFT ในระดับต่ำ ซึ่งช่วยเพิ่มการแข่งขันระหว่างตลาดซื้อขาย NFT แต่ขณะเดียวกันก็สร้างแรงกดดันต่อรายได้ของผู้สร้างผลงาน รวมถึง Yuga Labs บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังคอลเลกชัน Bored Ape Yacht Club
นอกจากนี้ Blur ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าระบบให้รางวัลจูงใจอาจกระตุ้นการทำธุรกรรมเพื่อหวังรับ Airdrop และการซื้อขายปั่นปริมาณธุรกรรม ขณะที่ความเชื่อมโยงกับ Blast ทำให้เกิดคำถามถึงความยั่งยืนของการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งจูงใจในรูปโทเคนและรางวัลด้านสภาพคล่อง ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการมองว่าเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
ที่มา : theblock.co