“บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี” เข้าร่วม THB Programmable Payment Phase 2 พร้อมพันธมิตร 15 ราย วางแผนพัฒนา 4 กรณีการใช้งาน ชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล-Escrow Service-เชื่อมต่อ THBK กับเครือข่ายบล็อกเชนอื่น รวมทั้งระบบของผู้ให้บริการ Payment Gateway
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ประกาศเข้าร่วมโครงการทดสอบ THB Programmable Payment Phase 2 ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมุ่งขยายความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ 15 ราย จากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ค้าปลีก ความงาม การศึกษา ไลฟ์สไตล์ ฟินเทค เทคโนโลยี และบริการด้านการชำระเงิน
นายภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการทดสอบ THB Programmable Payment Phase 2 ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดจากโครงการ Programmable Payment รอบแรกที่เข้าร่วมในปี 2568
โดย Phase 2 จะเปิดโอกาสให้ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ศึกษาและพัฒนาแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนร่วมกับพันธมิตรภาคธุรกิจต่าง ๆ และในรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ภายใต้ขอบเขตและระยะเวลาของการทดสอบนวัตกรรมทางการเงินที่กำหนด
ซึ่งภายใต้แผนการดำเนินงานเบื้องต้น จะนำ KUB Chain มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนและใช้แอปพลิเคชัน KUB Wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี พัฒนาขึ้น เพื่อรองรับการทำธุรกรรมด้วย THBK ในขอบเขตของโครงการทดสอบ
ทั้งนี้ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี และพันธมิตรได้กำหนดกรอบการพัฒนาเบื้องต้นสำหรับ 4 กรณีการใช้งานดังต่อไปนี้
โครงการที่ 1 การใช้ THB Programmable Payment ในการชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล
โครงการนี้จะนำ THBK มาใช้ในกระบวนการชำระราคาสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อประเมินความสามารถของ Programmable Payment ในการรองรับการกำหนดเงื่อนไขและกระบวนการชำระราคาผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน แนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากหนึ่งในกรณีการใช้งานที่ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ได้ดำเนินการในโครงการทดสอบรอบแรก
โครงการที่ 2 Escrow Service สำหรับการเคลมและชำระราคาค่าสินค้าและบริการ
โครงการนี้จะพัฒนาการประยุกต์ใช้ Programmable Payment และ Smart Contract เพื่อรองรับ Escrow Service สำหรับการเคลมและชำระราคาค่าสินค้าและบริการตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยมี Villa Market เป็นหนึ่งในพันธมิตรภาคค้าปลีกที่อยู่ภายใต้แผนการทดสอบการชำระเงินด้วย THBK ผ่าน KUB Wallet ซึ่งกรอบการพัฒนาเบื้องต้นจะครอบคลุมการศึกษากระบวนการตั้งแต่การชำระเงินและการกำหนดเงื่อนไขของธุรกรรม ไปจนถึงกระบวนการเคลมและชำระราคาผ่านระบบอัตโนมัติ
โครงการที่ 3 การใช้ THBK ระหว่าง KUB Chain กับบล็อกเชนอื่นที่เข้าร่วมโครงการ
โครงการนี้มีแผนศึกษาและพัฒนาการเชื่อมต่อ THBK ระหว่าง KUB Chain กับเครือข่ายบล็อกเชนอื่นที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อประเมินความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกัน (Interoperability) โดยแนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากโครงการทดสอบรอบแรก ซึ่งบริษัทฯ ได้ทดสอบการโอน THBK ข้ามเครือข่ายและการนำ THBK ไปใช้ประโยชน์ภายในระบบนิเวศของ JFIN Chain โดยใน Phase 2 นี้ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี มีแผนพัฒนารูปแบบการเชื่อมต่อและขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรเพิ่มเติมไปสู่ระบบนิเวศของ Base Chain โดยมี TrueMoney เป็นอีกหนึ่งพันธมิตรในการร่วมทดสอบ
โครงการที่ 4 การใช้ THBK ในการชำระผ่านผู้ให้บริการ Payment Gateway
โครงการนี้มีแผนศึกษาและพัฒนาการเชื่อมต่อ THBK เข้ากับระบบของผู้ให้บริการ Payment Gateway เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการนำ Programmable Payment ไปเชื่อมโยงกับช่องทางการรับชำระเงินที่ภาคธุรกิจและร้านค้าใช้งานอยู่ ซึ่งบิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ได้ขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรเพิ่มเติมกับ Chillpay และ InwPay
ทั้ง 4 Use Cases ข้างต้นยังอยู่ระหว่างการวางแผนและพัฒนา โดยรายละเอียด ขอบเขต ระยะเวลา และลำดับการเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบของแต่ละโครงการอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความพร้อมของระบบ พันธมิตร และหลักเกณฑ์ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox
ซึ่งแผนงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์ความรู้จากการพัฒนาและการทดสอบในสถานการณ์ที่กำหนด ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ Programmable Payment ไปต่อยอดสู่บริการทางการเงินและรูปแบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย เข้าถึงได้ง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ในอนาคต
นายภาสกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าร่วมโครงการทดสอบ THB Programmable Payment Phase 2 พร้อมความร่วมมือจากพันธมิตรธุรกิจทั้ง 15 ราย สะท้อนถึงความพร้อมของบิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล และเชื่อมโยงเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับความต้องการของภาคธุรกิจ
“ขอขอบคุณธนาคารแห่งประเทศไทยและพันธมิตรธุรกิจทุกรายที่ร่วมสนับสนุนการศึกษาและพัฒนา Use Cases เหล่านี้ โดยประสบการณ์จากโครงการทดสอบรอบแรกจะนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาระบบและเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบใน Phase 2 ต่อไป”
การต่อยอดจากผลการทดสอบ Programmable Payment รอบแรกในปี 2568
สำหรับโครงการทดสอบ Programmable Payment รอบแรกในปี 2568 บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยีได้เข้าร่วมทดสอบนวัตกรรมทางการเงินใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1. การใช้ THB Programmable Payment ในการชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อศึกษากระบวนการชำระราคาผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน
2. การให้บริการ Escrow Payment เพื่อทดสอบกระบวนการชำระเงินและการทำธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
3. การโอน THBK ข้ามเครือข่ายและการนำ THBK ไปใช้ประโยชน์ภายในระบบนิเวศของ JFIN Chain เพื่อศึกษาการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายบล็อกเชน และการนำ Programmable Payment ไปประยุกต์ใช้ในระบบนิเวศอื่น
ทั้งนี้ การทดสอบรอบแรกเมื่อปี 2568 นั้น บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี สามารถดำเนินการทดสอบนวัตกรรมทางการเงินทั้ง 3 ส่วนได้ตาม KPI ที่กำหนด และตลอดระยะเวลาการทดสอบไม่มีช่วงเวลาดาวน์ไทม์ของระบบ ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการวางแผน พัฒนา และเตรียมความพร้อมของทั้ง 4 Use Cases ภายใต้ Phase 2
การเข้าร่วม Phase 2 จึงถือเป็นอีกก้าวของ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี (Bitkub Blockchain Technology) ในการต่อยอดจากผลการทดสอบเทคโนโลยี ไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ให้บริการทางการเงิน ผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน และภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันศึกษาศักยภาพของ Programmable Payment และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศไทยในระยะต่อไป
อนึ่ง การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดสอบ Programmable Payment ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ในขอบเขตและระยะเวลาที่กำหนด
THBK คือหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดมูลค่าคงที่โดยอิงกับมูลค่าเงินสกุลบาท ในอัตรา 1 THBK มีมูลค่าเท่ากับ 1 บาท โดยมีกลไกการรักษามูลค่าในรูปแบบเงินฝากสกุลบาทในจำนวนไม่น้อยกว่ามูลค่าของ THBK ที่ถูกสร้างขึ้น