วาฬ Bitcoin รุ่นบุกเบิกเคลื่อนไหวครั้งแรกในรอบ 13 ปี โอน 411 BTC มูลค่าราว 34 ล้านดอลลาร์ หลังสะสมมาตั้งแต่ปี 2013 ในราคาเพียง 131 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ข้อมูลล่าสุดยังไม่พบการโอนเข้ากระดานเทรด จึงยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าเตรียมขายทำกำไร
กระเป๋า Bitcoin เก่าแก่ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2013 กลับมาทำธุรกรรมอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลบนบล็อกเชนจาก Arkham Intelligence พบว่ามีการโอน Bitcoin ทั้งหมด 411.45 BTC ไปยังกระเป๋าใหม่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 34 ล้านดอลลาร์ ณ ราคา Bitcoin ราว 82,600 ดอลลาร์ต่อเหรียญ เทียบกับมูลค่าเพียง 54,000 ดอลลาร์ในวันที่ได้รับเหรียญเมื่อ 13 ปีก่อน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2013 เจ้าของกระเป๋าได้รับ Bitcoin จำนวนประมาณ 411 BTC ในช่วงที่ราคาอยู่เพียง 131 ดอลลาร์ ก่อนจะถือครองโดยไม่ซื้อ ขาย หรือโอนออกเลยตลอด 13 ปี แม้ตลาดจะผ่านเหตุการณ์สำคัญมากมาย ทั้งกระแสขาขึ้นในปี 2017 การล่มสลายของ FTX ในปี 2022 การ Halving สามครั้ง และการเปิดตัว Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เมื่อปี 2024 โดยมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมากกว่า 600 เท่า
กระเป๋า Bitcoin รุ่นเก่าหลายใบกลับมาเคลื่อนไหว
โดยเพียงหนึ่งวันก่อนหน้า มีกระเป๋าสองใบที่เงียบหายไปนานกว่าทศวรรษ โอน Bitcoin รวม 417 BTC ขณะที่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น วาฬรายใหญ่อีกกระเป๋าซึ่งไม่มีความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ก่อนตลาดร่วงหนักช่วงโควิด-19 ก็ย้ายเหรียญออกเช่นกัน สถานการณ์คล้ายกับปี 2025 ที่วาฬเก่าแก่หลายรายทยอยกลับมาเคลื่อนไหว จนเกิดกระแสคาดการณ์ว่าอาจเตรียมขายทำกำไร
ข้อมูลล่าสุดยังไม่พบสัญญาณการขาย
โดยธุรกรรมเมื่อวันอาทิตย์เกิดขึ้นเวลา 18.23 น. UTC หรือ 01.23 น. วันจันทร์ตามเวลาไทย เจ้าของกระเป๋าโอน Bitcoin ทั้งหมดไปยังที่อยู่ใหม่ด้วยค่าธรรมเนียมเพียง 337 satoshis หรือไม่ถึง 1 เซนต์ และยังไม่มีการโอนออกจากกระเป๋าปลายทาง รวมถึงไม่พบการส่งเหรียญเข้ากระดานเทรด อีกทั้งกระเป๋าใหม่ยังเปลี่ยนมาใช้รูปแบบ SegWit (P2WPKH) ซึ่งทันสมัยกว่าและช่วยลดค่าธรรมเนียมธุรกรรม จึงมีความเป็นไปได้ว่าเป็นเพียงการย้ายสินทรัพย์เพื่อปรับปรุงระบบจัดเก็บ มากกว่าการเตรียมเทขาย
ทั้งนี้ แม้เจ้าของกระเป๋าจะไม่เคยเคลื่อนย้ายเหรียญตลอด 13 ปี แต่มีธุรกรรมขนาดเล็กจำนวนมากถูกส่งเข้ามา โดยบางรายการมาจากที่อยู่ที่ Arkham ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงแบบ Address Poisoning ซึ่งมิจฉาชีพจะส่งคริปโทจำนวนเล็กน้อยเข้ากระเป๋าเป้าหมาย หวังให้เจ้าของคัดลอกที่อยู่ของมิจฉาชีพจากประวัติธุรกรรมโดยไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม การโอนครั้งล่าสุดไม่พบว่าเจ้าของกระเป๋าตกเป็นเหยื่อกลโกงดังกล่าว
ที่มา : Coindesk