ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Bitcoin กลับมายืนเหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง หลังฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดบริเวณ 57,800 ดอลลาร์ ก่อนปรับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 61,334 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ สะท้อนแรงซื้อกลับหลังตลาดเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนมาจากถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งระบุว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มลดลง ขณะเดียวกันยังย้ำเป้าหมายเงินเฟ้อระยะยาวที่ระดับ 2%
อย่างไรก็ตาม Warsh ยังหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ทำให้นักลงทุนมองว่าแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอาจเริ่มผ่อนคลายในระยะสั้น แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Fed จะเข้าสู่วัฏจักรผ่อนคลายนโยบายการเงินจริง
นอกจากปัจจัยด้านนโยบายการเงินแล้ว ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากพัฒนาการเชิงบวกในระดับประเทศ โดย El Salvador เพิ่มการถือครอง Bitcoin เป็น 7,700 BTC ขณะที่ Taiwan เดินหน้าพัฒนากรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อการยอมรับคริปโทเคอร์เรนซีในระยะยาว
สำหรับปัจจัยที่ตลาดต้องติดตามต่อในคืนนี้ เวลา 19.30 น. ตามเวลาไทย สหรัฐจะประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่อาจส่งผลต่อมุมมองของ Fed ต่อเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดการเงินรวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลมีโอกาสเผชิญความผันผวนเพิ่มขึ้น
โดยสรุป แม้ Bitcoin จะเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัวในระยะสั้นและสามารถกลับมายืนเหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แต่แรงขายจากกองทุน Spot Bitcoin ETF รวมถึงการไหลของเงินทุนไปยังหุ้นกลุ่ม AI ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจจำกัด Upside ของตลาดในระยะใกล้ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงสัปดาห์นี้อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางรอบถัดไปของตลาดคริปโทฯ