VanEck เตือนว่านักขุด Bitcoin ที่หันไปทำโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเข้าสู่ช่วงพิสูจน์ของจริง หลังตลาดเริ่มเลิกมองแค่ข่าวเซ็นสัญญา และหันมาจับตาว่าจะหาเงินทุน สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และส่งมอบกำลังผลิตได้ตามแผนหรือไม่
รายงานของ VanEck ประเมินว่า กลุ่มบริษัทขุด Bitcoin ที่กำลังเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ให้บริการ AI และ high-performance computing (HPC) เผชิญช่องว่างเงินทุนระยะสั้นรวมราว 50,000 ล้านดอลลาร์ และอาจต้องใช้เงินทุนระยะยาวสูงถึง 221,000 ล้านดอลลาร์ หากเดินหน้าตามแผนพัฒนาปัจจุบัน
Griffin MacMaster นักวิเคราะห์การลงทุนของ VanEck และ Matthew Sigel หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัล ระบุว่า ระยะต่อไปของอุตสาหกรรมจะไม่ใช่แค่การเซ็นสัญญา แต่คือการลงมือทำให้สำเร็จ เพราะปัจจุบันกลุ่มนักขุดส่งมอบกำลังการผลิต AI และ HPC ให้ลูกค้าได้เพียงราว 25% ของปริมาณที่ปล่อยเช่าไว้
หากบริษัทใดสร้าง Data Center ไม่เสร็จตามกำหนด หรือพลาดเป้าก่อสร้าง นักลงทุนอาจเริ่มลดมูลค่าหุ้นลงเชิงโครงสร้าง เพราะความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ความต้องการ AI แต่อยู่ที่ความสามารถในการทำโปรเจกต์ให้เสร็จจริง
การเปลี่ยนทิศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรายได้จากการขุด Bitcoin ถูกกดดันหนักหลัง halving ปี 2024 ทำให้นักขุดจำนวนมากเริ่มนำโครงสร้างไฟฟ้าและพื้นที่เดิมไปใช้รองรับงาน AI โดยหวังว่าบริษัทเทคโนโลยีจะยอมจ่ายแพงกว่าสำหรับไฟฟ้าและพื้นที่ Data Center เมื่อเทียบกับรายได้จากการขุด BTC
ตัวอย่างชัดคือ Core Scientific ที่เซ็นสัญญาโฮสติ้งมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับ CoreWeave จนเปลี่ยนภาพบริษัทจากนักขุด Bitcoin ไปสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ TeraWulf, Hut 8, Iren และ Cipher Mining ก็ประกาศแผนปล่อยเช่าพลังงานและ Data Center ให้ลูกค้า AI และ HPC เช่นกัน
ส่วนบริษัทอย่าง Marathon Digital, Riot Platforms และ CleanSpark ยังใช้กลยุทธ์แบบผสม คือยังคงขุด Bitcoin ต่อ แต่ก็เริ่มสำรวจโอกาสฝั่ง AI ไปพร้อมกัน
แม้ Bitcoin จะร่วงราว 24% ตั้งแต่ต้นปี และหุ้นคริปโทหลายตัวปรับตัวลงตามราคาตลาด แต่หุ้นกลุ่มนักขุดกลับให้ผลตอบแทนโดดเด่นจากกระแส AI โดย Riot เพิ่มขึ้นเกือบ 94% ตั้งแต่ต้นปี ส่วน Cipher Mining เพิ่มขึ้นราว 62%
อย่างไรก็ตาม VanEck มองว่า การประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้เริ่มยากขึ้น เพราะนักลงทุนต้องตีราคาธุรกิจที่อยู่ระหว่างสองโลก คือธุรกิจขุด Bitcoin ที่กำลังถูกกดดัน และธุรกิจ AI ที่ยังไม่สร้างกระแสเงินสดชัดเจน
ในระยะนี้ VanEck มองว่า ตัวชี้วัดที่ชัดที่สุดคือ energized power หรือกำลังไฟฟ้าที่บริษัทมีพร้อมใช้งานจริง โดยบริษัทที่มีสัญญาเช่ากับลูกค้า AI แล้ว มักได้รับมูลค่าสูงกว่ากลุ่มที่ยังขายแค่แผนอนาคต
นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกว่า ตลาดจะให้ความสำคัญกับคุณภาพของลูกค้ามากขึ้น บริษัทที่ให้บริการ hyperscaler ระดับ investment-grade อาจได้ต้นทุนเงินทุนต่ำกว่าและมูลค่าหุ้นสูงกว่า เมื่อเทียบกับบริษัทที่พึ่งลูกค้า AI startup ขนาดเล็ก
VanEck มองว่า HIVE, Bitdeer, Keel และ IREN อาจมี upside หากสามารถปิดสัญญาเพิ่มได้ ขณะที่ MARA, CLSK และ RIOT ยังมีแนวโน้มผูกกับทิศทางราคา Bitcoin มากกว่า
โดยสรุป VanEck มองว่า ระยะต่อไปของนักขุด Bitcoin สาย AI จะไม่ใช่เกมของการประกาศแผนหรือเซ็นสัญญาอีกต่อไป แต่คือการพิสูจน์ว่าสามารถหาเงินทุน สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และส่งมอบกำลังไฟฟ้าที่เช่าไว้ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใช้งานจริงได้ตรงเวลาและไม่บานปลาย.
ที่มา : coindesk
🏠หน้าหลักคริปโต
🔥ข่าวคริปโตยอดนิยม
🟠ข่าวบิตคอยน์
⚡คริปโตล่าสุด
🤖efin AI