Bitcoin ย่อตัวลงมาบริเวณ 63,600 ดอลลาร์ หลังเผชิญแรงขายทำกำไรเมื่อทดสอบระดับ 64,000 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุม Fed คืนนี้ เพื่อหาสัญญาณใหม่เกี่ยวกับเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ
Bitcoin เคลื่อนไหวบริเวณ 63,643 ดอลลาร์ ลดลง 0.73% ในรอบ 24 ชั่วโมง และมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 62,671-64,314 ดอลลาร์ อ้างอิงข้อมูลจาก Binance สะท้อนแรงขายทำกำไรหลังราคาทดสอบโซน 64,000 ดอลลาร์ ในวันก่อนหน้า
ข่าวดีต่อตลาดในช่วงนี้คือ กระแสเงินทุน Bitcoin Spot ETF ที่กลับมาไหลเข้าสุทธิ โดยล่าสุดพลิกเป็นบวก 265.7 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นับเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันที่มีกระแสเงินไหลเข้า หลังจากกลับมาเป็นบวกครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม
ส่วนปัจจัยที่ยังทำให้นักลงทุนระมัดระวังคือ แรงขายจากบริษัทที่ใช้โมเดลสะสม Bitcoin แบบเดียวกับ Strategy โดยตลาดกำลังจับตาว่าจะมีบริษัทใดทยอยขายตามมาอีกหรือไม่ หลัง Strategy ของไมเคิล เซเลอร์ ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 BTC เพื่อนำเงินไปจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ และเสริมสภาพคล่องของบริษัท
อีกประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ รายงานการประชุม Fed ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่คืนนี้เวลา 01.00 น. ตามเวลาไทย นักลงทุนจับตาว่าคณะกรรมการ Fed มีมุมมองต่อเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และภาคบริการอย่างไร หากรายงานสะท้อนความกังวลต่อเงินเฟ้อมากกว่าคาด อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม หากรายงานมีน้ำเสียงผ่อนคลายมากขึ้น ก็อาจช่วยพยุงตลาดคริปโทฯ ในระยะสั้นได้ แม้โดยปกติแล้ว ตลาดจะรับรู้ประเด็นสำคัญไปตั้งแต่วันที่ Fed แถลงผลการประชุม แต่รายงานฉบับเต็มยังช่วยให้นักลงทุนเห็นรายละเอียดเพิ่มเติมว่า มีประเด็นใดที่แตกต่างหรือมีนัยสำคัญมากกว่าที่เปิดเผยในการแถลงข่าวหรือไม่
ด้านเหรียญคริปโทฯ อันดับต้น ๆ ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงพร้อมกัน ยกเว้น Zcash ที่สวนตลาด โดย Ethereum ลดลง 1.46%, BNB ลดลง 1.51%, XRP ลดลง 2.75%, Solana ลดลง 1.49%, Hyperliquid ลดลง 1.68% และ Dogecoin ลดลง 3.24% ขณะที่ Zcash ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.34%
ภาพรวมตลาดจาก CoinMarketCap ระบุว่า มูลค่าตลาดคริปโทฯ รวมอยู่ที่ประมาณ 2.19 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลง 1.17% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ปริมาณการซื้อขายรวมอยู่ที่ 73.21 พันล้านดอลลาร์ และ Bitcoin Dominance อยู่ที่ 58.2%