Bitcoin หลุดต่ำกว่า 59,000 ดอลลาร์ และร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ใกล้ 58,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางปัจจัยเดิมอย่างจาก Strategy, เงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF และความกังวลเฟดอาจไม่ผ่อนคลายเร็วอย่างที่ตลาดเคยหวัง
ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ 58,644 ดอลลาร์ ลดลง 2.65% โดยเคลื่อนไหวในกรอบสูงสุดที่ 60,276.54 ดอลลาร์ และต่ำสุดที่ 58,201 ดอลลาร์ อ้างอิงจาก Binance
ปัจจัยเดิมที่กดดันตลาดคือการปรับกลยุทธ์ของบริษัท Strategy ทั้งการซื้อหุ้นคืน, เพิ่มเงินสดสำรอง และเปิดทางขาย Bitcoin เพื่อเสริมสภาพคล่อง
Barron’s ระบุว่า Strategy กำลังเปลี่ยนจากโมเดล “ระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin” ไปสู่การบริหารทุนเชิงรุกมากขึ้น หลังตราสาร preferred stock อย่าง STRC ร่วงต่ำกว่าพาร์อย่างหนัก จนบริษัทต้องเพิ่มอัตราปันผลเป็น 12%
ภาพนี้สะท้อนว่า Strategy ไม่ได้อยู่ในโหมดไล่สะสม BTC แบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังพยายามประคองโครงสร้างการเงินของตัวเอง
อีกแรงกดดันคือ Spot Bitcoin ETF เผชิญเงินไหลออกสุทธิ 7 สัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติยาวที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ IBIT ของ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุน Bitcoin ETF ใหญ่ที่สุด มีเงินไหลออกต่อเนื่อง 17 สัปดาห์ติด
MarketWatch ระบุว่านักลงทุนที่ซื้อ Bitcoin ETF โดยเฉลี่ยมีต้นทุนราว 83,000 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าผู้ถือ ETF จำนวนมากกำลังขาดทุนทางบัญชีอย่างหนัก เมื่อราคายังไหลลงต่อ แรงกดดันจากการยอมตัดขาดทุนจึงอาจยังไม่จบง่าย
นอกจากนี้ ความสนใจของนักลงทุนยังถูกดึงออกจากคริปโทฯ ไปยังธีมที่แรงกว่าอย่าง AI และหุ้นเทค ขณะที่ความกังวลเรื่องดอลลาร์แข็ง, ความเป็นไปได้ที่เฟดจะยังคงท่าทีเข้มงวด และความเสี่ยงจากการที่บริษัทถือ Bitcoin รายใหญ่อาจขาย BTC ล้วนเป็นแรงกดดันต่อตลาดรวม
ข้อมูลจาก Alternative.me ระบุว่า Crypto Fear & Greed Index ล่าสุดอยู่ที่ 11 คะแนน ในโซน Extreme Fear สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในโหมดกลัวจัด
โดยสรุป ตลาดคริปโทฯ วันนี้ไม่ได้อ่อนแรงเพราะราคา Bitcoin หลุด 59,000 ดอลลาร์เพียงอย่างเดียว แต่ถูกกดทับจาก narrative ใหญ่กว่าเดิม นั่นคือ Strategy เปิดทางขาย BTC, ETF ไหลออกต่อเนื่องยาวที่สุดเป็นประวัติการณ์ และ sentiment ที่ยังจมอยู่ใน Extreme Fear
อ้างอิง: Binance, WSJ, Barron’s, MarketWatch, Business Insider, Alternative.me, SoSoValue