คริปโทฯ ร่วงในวันอังคาร Bitcoin ต่ำกว่า 78,800 ดอลลาร์ Zcash ร่วงนำเหรียญใหญ่เกือบ 5% แรงกดดันหลักบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น จับตา CPI ปลายสัปดาห์นี้อาจเป็นตัวเร่งเฟดขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า หลังโพลชี้โอกาสพุ่งแตะ 60% แล้ว
ราคา Bitcoin ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาซื้อขายต่ำกว่า 78,800 ดอลลาร์ลดลงมากกว่า 1% แต่ยังบวกเล็กน้อยในรอบสัปดาห์ โดยตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ยังไม่สามารถปิดเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้
ในกลุ่มเหรียญใหญ่ Zcash (ZEC) ร่วงแรงสุดเกือบ 5% มาอยู่แถว 1,125 ดอลลาร์ แต่ยังบวกถึง 33% ในรอบ 7 วัน ซึ่งยังเป็นผลงานดีที่สุดในกลุ่ม Large Cap ด้าน Hyperliquid (HYPE) ลดลงมากกว่า 3% มาแถว 84 ดอลลาร์ และ Solana (SOL) ร่วงกว่า 2% มาอยู่เหนือ 103 ดอลลาร์
ขณะที่ Ether ลดลง 1% มาอยู่ต่ำกว่า 2,482 ดอลลาร์ ส่วน XRP อยู่ที่ 1.39 ดอลลาร์ และ TRON ทรงตัวใกล้ 0.33 ดอลลาร์
แรงกดดันสำคัญมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ยังอยู่ใกล้ 4.8% หลังตัวเลขการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาที่ 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ที่ราว 53,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ตลาดให้น้ำหนักเกือบ 60% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมสัปดาห์หน้า
ขณะที่ดัชนีดอลลาร์อ่อนลงต่ำกว่า 99 เป็นวันที่สอง ท่ามกลางแรงซื้อเงินเยนจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเข้มงวดนโยบายมากขึ้น ส่วนทองคำขึ้นเหนือ 4,430 ดอลลาร์
Joel Kruger นักกลยุทธ์ตลาดจาก LMAX Group มองว่า ตลาดคริปโทฯ ยังรับแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคได้ โดยไม่เกิดความเสียหายทางเทคนิคอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Yusuf Fakhro จาก ARP Digital ระบุว่า ความกลัวที่เคยปกคลุมตลาดหมีเริ่มจางลง และผู้ถือระยะยาวกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
ตลาดยังจับตาดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี และเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นข้อมูลเงินเฟ้อชุดสุดท้ายก่อนการประชุมเฟด หาก Core CPI ออกมาร้อนแรงกว่าคาด โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอาจพุ่งสูงถึง 2 ใน 3 และทำให้แนวรับ Bitcoin บริเวณ 77,000 ดอลลาร์ถูกทดสอบอีกครั้ง
ที่มา : Coindesk