Bitcoin และ Ethereum ร่วงกว่า 2% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน “จบแล้ว” จุดชนวนแรงขายในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ Altcoin ถูกล้างพอร์ตกว่า 350 ล้านดอลลาร์
ตลาดคริปโทร่วงลงอีกรอบเมื่อวันพุธ (9 ก.ค.) หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระหว่างการประชุมผู้นำ NATO ว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน “จบแล้ว” พร้อมระบุว่าการเจรจากับอิหร่านเป็น “เรื่องเสียเวลา” แม้ว่าการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายจะยังดำเนินอยู่
ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า ได้โจมตีเรือขนาดเล็กของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) มากกว่า 60 ลำ เพื่อป้องกันการคุกคามเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีคูเวตและบาห์เรน ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-off) และหันเข้าถือเงินดอลลาร์มากขึ้น โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจกระตุ้นแรงกดดันเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์สะท้อนว่าภาพรวมของ Bitcoin ยังไม่เข้าสู่ภาวะตื่นตระหนกเต็มรูปแบบ โดย Open Interest ของสัญญาฟิวเจอร์สลดลงจากกว่า 740,000 BTC เหลือประมาณ 730,000 BTC แสดงว่านักลงทุนไม่ได้เร่งเปิดสถานะ Short ตามแรงขาย
ขณะที่ฝั่ง Ethereum มีการล้างพอร์ตสัญญาซื้อขายกว่า 90 ล้านดอลลาร์ ส่วน Bitcoin ถูกล้างพอร์ตกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ด้านตลาดออปชันเริ่มมีความต้องการซื้อ Put Option เพื่อป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ Call Option ที่ราคาใช้สิทธิ 80,000 ดอลลาร์ยังคงมีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนยังคงคาดหวังการฟื้นตัวของ Bitcoin ในระยะถัดไป
ในฝั่ง Altcoin ข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า จากมูลค่าการล้างพอร์ตทั้งหมด 450 ล้านดอลลาร์ มีถึง 350 ล้านดอลลาร์ที่เกิดขึ้นในคู่ซื้อขาย Altcoin ขณะที่ Solana (SOL) ปรับตัวลงกลับสู่ระดับ 77 ดอลลาร์ ลบการฟื้นตัวทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม
ส่วน MORPHO เป็นหนึ่งในไม่กี่เหรียญที่สวนกระแส โดยปรับตัวขึ้น 4% หลังมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อก (TVL) บนโปรโตคอลทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4 ล้าน ETH ทั้งนี้ ค่า RSI เฉลี่ยของ Altcoin ลดลงสู่ระดับ 40 จาก 47 ในวันก่อนหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าหลายเหรียญเริ่มเข้าสู่ภาวะ Oversold
ที่มา : coindesk