บิตคอยน์ถอยกลับสู่พื้นที่ $64K ตลาดถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันและสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซที่อาจจะยืดเยื้อ ขณะที่แรงซื้อจาก Spot Bitcoin ETF ช่วยพยุงภาพรวมบางส่วน พรุ่งนี้จับตารายงาน CPI สหรัฐฯ
ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาราคา Bitcoin ซื้อขายในกรอบสูงสุด–ต่ำสุดที่ 65,379.13 – 63,806.27 ดอลลาร์ ตลาดถูกกดดันจากความไม่แน่นอนด้านราคาน้ำมันและสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ และแรงขายจากบริษัท Strategy อาจกดดันบรรยากาศระยะสั้น โดยในขณะที่รายงานราคาบิตคอยน์อยู่ที่ประมาณ 64,000 ดอลลาร์ (-1.38%)
ขณะที่แรงซื้อจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ยังช่วยพยุงภาพรวมบางส่วน โดยระหว่างวันที่ 3-7 ส.ค. 2026 มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 853.54 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการกลับมาไหลเข้าอีกครั้งหลังจากสัปดาห์ 27-31 ก.ค. มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 61.5 ล้านดอลลาร์
ด้านดัชนี Crypto Fear & Greed Index อยู่ที่ 29 คะแนน หรือระดับ “กลัว” (Fear) ลดลงจากเมื่อวานที่ 30 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับ “กลัว” เช่นกัน สะท้อนว่านักลงทุนยังระมัดระวังความเสี่ยง
*ภาพรวมเหรียญใหญ่ ไม่รวม Stablecoin
เหรียญขนาดใหญ่บวกลบผสมผสานในรอบ 24 ชั่วโมง Ethereum ลดลง 2.23% ราคา 1,872.43 ดอลลาร์, BNB ลดลง 0.77% ราคา 599.81 ดอลลาร์, XRP ลดลง 1.89% ราคา 1.01 ดอลลาร์, Solana ลดลง 1.01% ราคา 75.86 ดอลลาร์ และ TRON ลดลง 0.13% ราคา 0.3309 ดอลลาร์ ส่วนเหรียญที่ยังบวก ได้แก่ Hyperliquid เพิ่มขึ้น 1.52% ราคา 54.87 ดอลลาร์ และ Monero เพิ่มขึ้น 0.03% ราคา 397.62 ดอลลาร์
*เหรียญบวกแรงสุด
1) Curve DAO Token (CRV) เพิ่มขึ้น 11.22% ราคา 0.2669 ดอลลาร์ (อันดับ 82)
2) Internet Computer (ICP) เพิ่มขึ้น 7.50% ราคา 2.34 ดอลลาร์ (อันดับ 46)
3) Mantle (MNT) เพิ่มขึ้น 5.84% ราคา 0.4484 ดอลลาร์ (อันดับ 42)
*เหรียญร่วงแรงสุด
1) Audiera (BEAT) ลดลง 54.39% ราคา 1.35 ดอลลาร์ (อันดับ 80)
2) Zcash (ZEC) ลดลง 3.71% ราคา 490.65 ดอลลาร์ (อันดับ 12)
3) SPX6900 (SPX) ลดลง 3.57% ราคา 0.3150 ดอลลาร์ (อันดับ 98)
*ปัจจัยที่ต้องจับตา
1) ทิศทางราคาน้ำมันและความคืบหน้าสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจกระทบเงินเฟ้อและสินทรัพย์เสี่ยง
2) กระแสเงินกองทุน Spot Bitcoin ETF หลังสัปดาห์ล่าสุดมีเงินไหลเข้าสุทธิ 853.5 ล้านดอลลาร์ โดย IBIT ของ BlackRock รับเงินไหลเข้า 693.7 ล้านดอลลาร์
3) แรงขายจากบริษัท Strategy ซึ่งขาย Bitcoin 1,690 BTC มูลค่าราว 108.6 ล้านดอลลาร์ อาจกดดันบรรยากาศระยะสั้น
4) ตัวเลข CPI สหรัฐฯ วันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งอาจเปลี่ยนมุมมองต่อดอกเบี้ยและทิศทางเงินดอลลาร์