สุดสัปดาห์นี้ Bitcoin เตรียมเผชิญ 2 เหตุการณ์ใหญ่ ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ และ Bitcoin Options กว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ที่จะหมดอายุ จับตาแนวรับ 60,000 ดอลลาร์ยืนไหวหรือไม่
Bitcoin กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของสัปดาห์นี้ หลังตลาดต้องรับมือกับ 2 ปัจจัยใหญ่ต่อเนื่องกัน ได้แก่ การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี และ Bitcoin Options มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์บน Deribit ที่จะหมดอายุในเช้าวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นการปิดสัญญารายไตรมาสของไตรมาส 2
ช่วงต้นเดือนมิถุนายน บิตคอยน์ร่วงหลุด 60,000 ดอลลาร์ชั่วคราว ก่อนกลับมาแกว่งตัวในกรอบประมาณ 62,000-67,000 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดจับตาว่าโซน 60,000 ดอลลาร์จะยังเป็นแนวรับสำคัญได้หรือไม่
ความสำคัญของตัวเลข PCE อยู่ที่ผลต่อมุมมองนโยบายการเงินของ Fed เนื่องจากหากเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดลดความหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกับค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งมักสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
รายงาน PCE ก่อนหน้าระบุว่า Headline PCE เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ Core PCE อยู่ที่ 3.3% สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ Fed โดยตลาดยังได้รับแรงกดดันจากมุมมองที่ Fed อาจคงนโยบายเข้มงวดนานขึ้น
อีกด้านหนึ่งตลาด Options อาจเป็นตัวเร่งความผันผวน เช้าวันศุกร์เวลา 08:00 น. (ตามเวลา UTC) สัญญา Bitcoin Options กว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์บนกระดานเทรด Deribit จะถึงกำหนดหมดอายุลง ซึ่งถือเป็นการหมดอายุรายไตรมาสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของปี 2026
ความน่ากลัวของการที่ 2 เหตุการณ์นี้มาบรรจบกันคือ หากตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ในวันพฤหัสบดีออกมาออกมาสูงกว่าคาด อาจกดดันให้ราคาบิตคอยน์ร่วงลงไปใกล้ระดับแนวรับสำคัญที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ กลไกของตลาดออปชันจะเข้ามาขยายผลกระทบซ้ำเติมทันที เนื่องจากบรรดาโบรกเกอร์หรือผู้ดูแลสภาพคล่องที่ถือสัญญาในฝั่งตรงข้าม จะต้องทำการเทรดเพื่อป้องกันความเสี่ยง
ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเร่งให้ราคาดิ่งลงรุนแรงและรวดเร็วกว่าเดิม ดังที่เคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วเมื่อเดือนมีนาคม แต่ในทางกลับกัน หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าคาดอาจเปิดโอกาสให้เกิดแรงซื้อกลับ อย่างไรก็ตามแนวต้านจากตลาด Options อาจจำกัดการฟื้นตัวในระยะสั้น
สรุปแล้ว สถานการณ์ของบิตคอยน์ในขณะนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE จะเป็นตัว “กำหนดทิศทางเศรษฐกิจภาพรวม” ว่าตลาดจะไปทางไหน ส่วนการหมดอายุของสัญญาออปชันจะเป็นตัว “ตัดสินใจขยายผล” ให้การแกว่งตัวนั้นถูกตรึงไว้หรือรุนแรงขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากผ่านพ้นเวลาหมดอายุของสัญญาในวันศุกร์ ตลาดจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายน้อย ซึ่งอาจทำให้ทิศทางราคาถูกลากยาวต่อไปได้ง่ายขึ้น นักลงทุนจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้
ที่มา : cryptoslate.com
🏠 หน้าหลักคริปโต
🔥 ข่าวคริปโตยอดนิยม
🟠 ข่าวบิตคอยน์
⚡ คริปโตล่าสุด
🤖 efin AI