Binance เตรียมจ่ายชดเชยให้กับผู้ใช้งานบางรายที่ได้รับความเสียหายจากความผันผวนอย่างหนักในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ระบบของแพลตฟอร์มทำงานช้ากว่าปกติ โดยจะดำเนินการพิจารณาเป็นรายกรณี
ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ออกมาขอโทษต่อผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ พร้อมระบุว่า ผู้ที่ขาดทุนจากความผิดปกติของระบบ สามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าได้โดยตรงเพื่อให้ตรวจสอบและพิจารณาชดเชยเป็นรายบุคคล อย่างไรก็ตาม Binance ย้ำว่า “ความเสียหายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาด” และ “กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” จะไม่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถขอชดเชยได้
Binance ระบุว่ากำลังตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นในตลาดของเหรียญ 3 รายการ ได้แก่ USDe ซึ่งเป็น Stablecoin ของ Ethena, เหรียญ BNSOL ที่ออกโดย Binance สำหรับการ Staking ของ Solana และเหรียญ WBETH ซึ่งเป็นโทเคนที่ใช้แทนสินทรัพย์ Staking ของ Ethereum
ทั้ง 3 เหรียญดังกล่าวต่างเกิดเหตุ “หลุด Peg” อย่างรุนแรงในคืนวันศุกร์ โดยเฉพาะ USDe ที่ออกแบบให้ตรึงมูลค่าไว้ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับร่วงลงต่ำสุดถึง 0.66 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการหลุด Peg ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว
Yi He ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าของ Binance โพสต์ผ่าน X ว่า “หากคุณได้รับความเสียหายที่เกิดจาก Binance โปรดติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า เราจะตรวจสอบกิจกรรมในบัญชีของคุณเป็นรายบุคคล วิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดและดำเนินการชดเชยตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดจากความผันผวนของตลาดหรือกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจะไม่อยู่ในเกณฑ์การชดเชย
“เมื่อเราทำได้ไม่ดีพอ เราจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อแก้ตัวหรือข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น”
Richard Teng ซีอีโอของ Binance ซึ่งเข้ารับตำแหน่งต่อจาก “CZ” ตั้งแต่ปี 2023 ก็ออกมาขอโทษผู้ใช้เช่นกัน โดยระบุว่า “ผมขอโทษอย่างจริงใจต่อทุกคนที่ได้รับผลกระทบ เราจะไม่หาข้อแก้ตัว แต่จะรับฟัง เรียนรู้ และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น”
ต่อมา Binance ได้เผยรายละเอียดแผนชดเชยเพิ่มเติม โดยระบุว่า
“ผู้ใช้บริการ Futures, Margin และ Loan ที่ใช้เหรียญ USDe, BNSOL และ WBETH เป็นหลักประกัน และได้รับผลกระทบจากเหตุ depeg ระหว่างเวลา 21:36–22:16 UTC ของวันที่ 10 ตุลาคม 2025 จะได้รับการชดเชย โดยจะคิดจากส่วนต่างระหว่าง ราคาตลาด ณ เวลา 00:00 UTC ของวันที่ 11 ตุลาคม กับ ราคาที่ถูกบังคับขาย (liquidation price) ของแต่ละบัญชี”
Yi He ยังกล่าวเสริมว่า “ผู้ที่ซื้อสินทรัพย์ที่หลุด Peg ในราคาต่ำเมื่อคืนที่ผ่านมา ถือว่าได้ผลตอบแทนจากการ อดหลับอดนอนเฝ้าตลาดและกล้ารับความเสี่ยงเอง เราจะไม่เรียกคืนเหรียญเหล่านั้น”
เธอยังเสริมว่า สำหรับ ผู้ใช้งานบริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ทั้งสามประเภท ทีมงานกำลังดำเนินการแก้ไขอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ส่วนผู้ใช้งานที่เทรดและได้รับผลขาดทุนหรือถูกบังคับขาย (liquidation) เนื่องจากปัญหาความหน่วงของระบบ (platform latency) จะได้รับการตรวจสอบและดูแลเป็นรายกรณี
ตลาดคริปโตเผชิญการล้างพอร์ตครั้งใหญ่เกือบ $20,000 ล้าน
เหตุการณ์ความผันผวนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลาง การล้างพอร์ตของนักเทรดคริปโตกว่า 1.7 ล้านรายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าการล้างพอร์ตสูงถึงกว่า 19,300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนักเทรดบางรายเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์คริปโต
ในจำนวนนี้ Binance มีมูลค่าการล้างพอร์ตสูงเป็น อันดับ 3 รองจาก Hyperliquid และ Bybit โดยมีการล้างฝั่ง long ประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ และฝั่ง short ประมาณ 981.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่ามีอัตราการล้างฝั่ง long เพียง 59% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกระดานอื่นที่สูงกว่า 85%
Kris Marszalek ซีอีโอของ Crypto.com โพสต์บน X เรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบตลาดที่มีการล้างพอร์ตจำนวนมาก โดยระบุว่า “หน่วยงานกำกับควรตรวจสอบกระดานเทรดที่มีการล้างพอร์ตจำนวนมากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาและควรทบทวนอย่างละเอียดถึงความเป็นธรรมในการดำเนินการของแต่ละแพลตฟอร์ม เหตุการณ์นี้มีมูลค่าการล้างพอร์ตสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ และมีผู้ใช้จำนวนมากได้รับความเสียหาย” พร้อมกับย้ำว่า “หน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลคือการปกป้องผู้บริโภค และรักษาความโปร่งใสของตลาด”
ที่มา : theblock
✅Better Trade 2025 : ปลดล็อคความคิด พิชิตโอกาส ฉลาดลงทุน
ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ : https://www.zipeventapp.com/e/Better-Trade-2025