เหตุแฮ็ก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ โจรกรรมคริปโทครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน ขณะที่นักการเมืองสองพรรคต่างหยิบเหตุการณ์นี้มาโต้แย้งเรื่องกฎกำกับดูแลคริปโท
เหตุการณ์แฮ็ก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ เริ่มลุกลามเข้าสู่เวทีการเมืองสหรัฐฯ หลังนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารทยอยออกมาแสดงความเห็น ท่ามกลางบรรยากาศก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งหลายพื้นที่เริ่มเปิดให้ประชาชนลงคะแนนแล้ว แม้ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้จะสร้างความได้เปรียบทางการเมืองให้ฝ่ายใดก็ตาม โดยการโจมตีดังกล่าวถูกเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮ็กเกอร์จากเกาหลีเหนือ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าว โดยตอบว่ายังไม่มีข้อมูลชัดเจนและอยู่ระหว่างตรวจสอบ พร้อมกล่าวถึงคำยืนยันของ Binance ว่าจะรับผิดชอบความเสียหาย
ด้าน Binance โพสต์ผ่าน X ในช่วงค่ำวันศุกร์ว่า บริษัทจะรับภาระทางการเงินจากสินทรัพย์ที่ถูกขโมยทั้งหมดโดยไม่ผลักภาระให้ผู้ใช้งาน พร้อมระบุว่าสินทรัพย์ที่ถูกขโมยประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ถูกอายัดไว้แล้วในหลายแห่ง ก่อนอัปเดตเพิ่มเติมในวันเสาร์ว่า บริษัทสามารถจัดหาสินทรัพย์มาชดเชยความเสียหายได้แล้ว 90%
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบมาเชื่อมโยงกับร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่ยังไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ โดย Cynthia Lummis วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐไวโอมิง และผู้สนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโทมาอย่างยาวนาน โพสต์ผ่าน X เมื่อวันศุกร์ว่า แฮ็กเกอร์สามารถขโมยสินทรัพย์จาก Binance ไปมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง พร้อมมองว่าหากมีกฎหมาย CLARITY Act บริษัทคริปโทจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในการอายัดธุรกรรมต้องสงสัยทันทีที่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย โดยทุกนาทีที่ล่าช้าอาจหมายถึงความเสียหายที่ไม่สามารถกู้คืนได้
ด้าน Michael Selig ประธาน CFTC กล่าวผ่านรายการโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ว่า เหตุการณ์แฮ็ก Binance ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการออกกฎกำกับดูแลตลาดคริปโท โดยมองว่าปัญหาสำคัญคือแพลตฟอร์มซื้อขายนอกสหรัฐฯ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และไม่มีมาตรการคุ้มครองในระดับเดียวกับตลาดการเงินของสหรัฐฯ
ขณะที่ Maxine Waters สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า เหตุแฮ็ก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ควรเป็นสัญญาณเตือนสำหรับผู้ที่เชื่อว่า อุตสาหกรรมคริปโทสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยไม่ต้องมีระบบตรวจสอบความรับผิดชอบที่เข้มงวด พร้อมวิจารณ์ว่าทรัมป์และสมาชิกสภาคองเกรสพรรครีพับลิกันกำลังผลักดันนโยบายผ่อนคลายกฎระเบียบ ซึ่งอาจทำให้การกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทอ่อนแอลง
นอกจากนี้ Waters ยังได้ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์ โดยระบุถึงกรณีที่ นายฉางเผิง จ้าว (CZ) ผู้ก่อตั้งไบแนนซ์ เคยอุดหนุนเงินกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่โครงการ World Liberty Financial ของครอบครัวทรัมป์ ก่อนที่ Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต.สหรัฐฯ ที่แต่งตั้งโดยทรัมป์จะสั่งยุติคดีฉ้อโกงกับไบแนนซ์และ CZ รวมถึงการที่ทรัมป์ได้อภัยโทษให้แก่ CZ เต็มจำนวน ซึ่งเปิดทางให้ CZ กลับเข้ามามีบทบาทในวงการคริปโทฯ ได้อีกครั้ง
ที่มา : Cointelegraph