Binance เผยเงินไหลออกสุทธิ 3,640 ล้านดอลลาร์ในเวลาไม่ถึง 10 ชั่วโมง หลังทยอยเปิดถอนเงินอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์หลังถูกแฮ็กครั้งใหญ่ 6,300 ล้านดอลลาร์ ระบุคิดเป็นเพียง 2.1% ของสินทรัพย์ทั้งหมด พร้อมยืนยันยอดถอนเริ่มชะลอตัว เตรียมเผยรายงานเงินสำรองฉบับใหม่วันจันทร์นี้
Binance กระดานเทรดคริปโทฯ รายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยว่า ในช่วง 9 ชั่วโมงครึ่งหลัง Binance กลับมาเปิดให้ถอนเงินอีกครั้งมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้ใช้งานถอนเงินออกจากแพลตฟอร์มรวม 4,650 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มียอดฝากเข้ามา 1,010 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 3,640 ล้านดอลลาร์ หลังจาก Binance ถูกแฮ็กครั้งประวัติศาสตร์มูลค่า 6,300 ล้านดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี
Binance ระบุว่า เงินไหลออกสุทธิคิดเป็นเพียง 2.1% ของสินทรัพย์ภายใต้การดูแลทั้งหมด 171,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมยืนยันว่าปริมาณการถอนเงินเริ่มลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะทรงตัวตามที่คาดการณ์ไว้ หลังพุ่งสูงในช่วงแรก ขณะที่ยอดฝากเงินยังอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม การเปิดถอนเงินยังไม่กลับมาเป็นปกติทั้งหมด โดย Binance เริ่มทยอยเปิดบริการตั้งแต่เวลา 01.00 น. และเปิดถอนครบทั้ง 15 เครือข่ายและสินทรัพย์ในเฟสแรกเมื่อเวลา 07.36 น. ขณะที่สินทรัพย์ส่วนที่เหลือ เช่น Cardano, Chainlink, Hyperliquid, Litecoin และ NEAR ยังอยู่ระหว่างทดสอบระบบ
ทั้งนี้ ณ เวลา 11.22 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หน้าเว็บไซต์สถานะบริการระบุว่า ยังมีเหรียญ 531 จากทั้งหมด 552 เหรียญที่ถูกระงับการถอน และอีก 14 เหรียญ รวมถึง Bitcoin และ Ethereum ที่กลับมาเปิดถอนได้บางส่วน
ข้อมูลจาก DefiLlama ณ เวลา 11.37 น. พบว่า Binance มีเงินไหลออกสุทธิในรอบ 24 ชั่วโมงสูงถึง 4,050 ล้านดอลลาร์ โดย DefiLlama ติดตามสินทรัพย์ในกระเป๋าของ Binance มูลค่ารวม 131,100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กระดานเทรดขนาดใหญ่ 10 อันดับถัดไปที่อยู่ในการติดตามของ DefiLlama มียอดเงินไหลเข้าสุทธิรวมกันประมาณ 368 ล้านดอลลาร์ นำโดย OKX ที่ 316.8 ล้านดอลลาร์ ส่วน Bitfinex และ Gate มีเงินไหลออกสุทธิ 106.3 ล้านดอลลาร์ และ 34.5 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก CoinGlass ยังพบว่า ปริมาณ Bitcoin บน Binance ลดลงประมาณ 19,289 BTC ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ยอดคงเหลือ Bitcoin บน Coinbase และ Kraken เพิ่มขึ้นประมาณ 984 BTC และ 1,422 BTC ตามลำดับ
สำหรับเหตุการณ์แฮ็กครั้งนี้ ผู้โจมตีขโมยสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 6,300 ล้านดอลลาร์จาก Hot Wallet ของ Binance เมื่อวันพฤหัสบดี นับเป็นการแฮ็กคริปโทฯ ครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนที่ FBI จะระบุเมื่อวันเสาร์ว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ TraderTraitor จากเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว
ล่าสุด Binance เปลี่ยนมาใช้กระเป๋าเงินที่สร้างขึ้นใหม่สำหรับดำเนินการถอนสินทรัพย์ พร้อมเพิ่มกระเป๋าเหล่านี้เข้าไปในรายการ Proof of Reserves และคาดว่าจะเผยแพร่รายงานเงินสำรองฉบับปรับปรุงในวันจันทร์ โดยใช้ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม และเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proofs ในการตรวจสอบ
ที่มา : theblock