Better Mortgage จับมือ Coinbase ประกาศเปิดตัวบริการสินเชื่อบ้านค้ำประกันด้วยคริปโทฯ อย่างเป็นทางการ ปลดล็อกโอกาสให้ผู้ถือบิตคอยน์ นำมาใช้เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันแทนเงินดาวน์ได้โดยไม่ต้องขายเหรียญ หลังจากประกาศแผนงานโครงการครั้งแรกเมื่อเดือนมี.ค.และปล่อยสินเชื่อรายแรกสำเร็จในเดือนมิ.ย.
หลังจากเดือนมิถุนายนทีผ่านมา Better Mortgage ผู้ให้บริการสินเชื่อรายใหญ่ในสหรัฐฯ ร่วมกับ Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก ประกาศเฉลิมฉลองการปล่อยสินเชื่อบ้านรายแรกสำเร็จให้กับคู่สามีภรรยาจากเมือง Ann Arbor รัฐมิชิแกน ที่ซื้อบ้านได้โดยใช้ Bitcoin ค้ำประกัน พร้อมกับประกาศแผนขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในช่วงซัมเมอร์ 2026
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา Better Mortgage ร่วมกับ Coinbase ก็ได้ฤกษ์ประกาศเปิดตัวบริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยตามเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้คริปโทฯ ค้ำประกันอย่างเต็มรูปแบบแก่สมาชิก Coinbase One ทั่วประเทศ
Better Mortgage เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจว่า มีลูกค้าที่ผ่านการประเมินรายได้และประวัติทางการเงินแล้วถึง 41% ที่เกือบจะกู้ผ่าน แต่สุดท้ายกลับไปต่อไม่ได้ เพียงเพราะขาดเงินสดก้อนใหญ่สำหรับมาวางเป็นเงินดาวน์
บริการนี้ช่วยให้ผู้ซื้อบ้านในสหรัฐฯ สามารถนำบิตคอยน์มาใช้เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันแทนการวางเงินดาวน์ได้โดยตรง ข้อมูลหน้าโปรดักต์อย่างเป็นทางการของ Better ระบุว่าระยะแรกจะรองรับเฉพาะ Bitcoin ส่วนในอนาคตอาจจะเพิ่มเหรียญอื่นๆ เช่น ETH และ SOL เป็นหลักประกันได้
กระแสตอบรับล้นหลามจากคนรุ่นใหม่
โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างถล่มทลาย ตั้งแต่ช่วงเปิดทดลองให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้า (Waitlist) ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมียอดความต้องการกู้ยืมพุ่งทะลุเกินกว่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจากผลสำรวจพบว่าผู้ที่ลงทะเบียนถึง 60% วางแผนที่จะซื้อบ้านจริงภายในระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า
Ziggy Jonsson ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Better Mortgage กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้คือการขยายโอกาสการเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้าน โดยตอบโจทย์กลุ่มผู้กู้รุ่นใหม่ที่ความมั่งคั่งของพวกเขาย้ายไปอยู่บนบล็อกเชนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Better Mortgage ที่เป็นยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการสินเชื่อซึ่งปล่อยเงินกู้ในอเมริกาไปแล้วกว่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซื้อบ้านด้วยบิตคอยน์แบบไม่ต้องขายเหรียญ ทำอย่างไร?
โดยปกติแล้ว เวลาจะกู้ซื้อบ้านในสหรัฐฯ เราจำเป็นต้องมีเงินก้อนหนึ่งเพื่อจ่ายเป็นเงินดาวน์ซึ่งหากนักลงทุนคริปโทฯ ต้องการเงินก้อนนี้ ก็มักจะต้องขายบิตคอยน์ที่ถืออยู่ออกไปเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด
แต่ระบบใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะแบ่งโครงสร้างการกู้ออกเป็น “การจับคู่สินเชื่อ 2 สัญญา” เข้าด้วยกัน โดยสัญญาแรก คือ สินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินภาครัฐอย่าง Fannie Mae และสัญญาที่สอง คือ สินเชื่อเพื่อเงินดาวน์ที่มีบิตคอยน์ค้ำประกัน
ในกระบวนการกู้ยืมนั้น ผู้กู้จะต้องนำบิตคอยน์ที่มีมูลค่าอย่างน้อย 250% ของยอดเงินกู้เพื่อเงินดาวน์ มาวางค้ำประกันไว้ โดยบิตคอยน์ดังกล่าวจะถูกโอนไปเก็บรักษาไว้ใน บัญชีรับฝากสินทรัพย์บนระบบ Coinbase Prime ของ Better ซึ่งความสะดวกคือทั้งสองสัญญานี้จะใช้อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาการผ่อนชำระที่เท่ากัน และผู้กู้สามารถจ่ายชำระคืนรวมกันเป็นยอดเดียวในแต่ละเดือนได้เลย และเมื่อผ่อนชำระครบถ้วนหรือมีการรีไฟแนนซ์ ผู้กู้ก็จะได้รับบิตคอยน์ทั้งหมดคืนกลับไป
ราคาบิตคอยน์ดิ่งจะโดนยึดบ้านไหม?
ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของคนถือเหรียญคือความผันผวนของราคา ซึ่งทาง Better และ Coinbase ได้กำหนดเงื่อนไขทางกฎหมายไว้อย่างชัดเจนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคว่า หากราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเพียงอย่างเดียว จะไม่เป็นเหตุให้เกิดการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin call) หรือส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสัญญาสินเชื่อบ้าน
อย่างไรก็ตาม ทางผู้ให้กู้ยืมอย่าง Better จะมีสิทธิ บังคับชำระหนี้จากสินทรัพย์ค้ำประกัน (Liquidate) หรือขายบิตคอยน์ที่ค้ำไว้ได้ ก็ต่อเมื่อผู้กู้ ผิดนัดชำระหนี้ติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 60 วันขึ้นไป เท่านั้น
ใครกู้ได้บ้าง? และภาพรวมตลาดกู้บ้านอเมริกา
สำหรับผู้ที่สนใจ จะต้องเป็นพลเมืองหรือผู้พำนักในสหรัฐฯ ที่มีบัญชี Coinbase ที่ได้รับการยืนยันตัวตนแล้ว และยังคงต้องผ่านเกณฑ์การประเมินรายได้ ประวัติทางการเงิน และข้อกำหนดการอนุมัติสินเชื่อ ของ Better ตามปกติ โดยหากเป็นสมาชิก Coinbase One จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเป็นเงินคืน (Rebate) 1% สูงสุดไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมในวันปิดสัญญา ได้อีกด้วย
นวัตกรรมการเงินครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหา ราคาบ้านในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ จนราคาเฉลี่ยแตะเกือบ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13.12 ล้านบาท) ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางอย่าง สำนักงานวิเคราะห์และควบคุมการเงินเคหะการแห่งสหรัฐฯ (FHFA) ต้องปรับเกณฑ์ตาม
โดยสั่งการให้หน่วยงานการเงินภาครัฐ (Fannie Mae และ Freddie Mac) เร่งทำข้อเสนอเปิดทางให้นำมูลค่าคริปโทฯ ที่ถือครองในกระดานเทรดที่ถูกต้องในสหรัฐฯ มาร่วมประเมินเพื่ออนุมัติสินเชื่อบ้านได้โดยตรง โดยลูกค้าไม่ต้องจำใจขายเหรียญเปลี่ยนเป็นเงินสดก่อน ซึ่งผู้ให้บริการสินเชื่อรายใหญ่อย่าง Newrez ก็ได้เริ่มทดลองใช้เกณฑ์นี้ในการพิจารณาอนุมัติและรีไฟแนนซ์บ้านไปแล้ว ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเช่นกัน
ที่มา : cointelegraph Theblock better.com