นักเศรษฐศาสตร์จาก Apollo Global เตือน Agentic AI อาจนำไปสู่ Bank Run รูปแบบใหม่ หากเข้ามาช่วยจัดการเงินฝากครัวเรือนแพร่หลาย โยกย้ายเงินจากดอกเบี้ยต่ำไปสู่สถาบันการเงินที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าโดยอัตโนมัติ
Torsten Slok หุ้นส่วนและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์การลงทุนประจำ Apollo Global บริษัทบริหารสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ออกรายงานเตือนภัยทางการเงินฉบับใหม่ในหัวข้อ “Is an Agentic bank run coming?” หรือวิกฤตการแห่ถอนเงินจากธนาคารด้วย AI กำลังจะมาหรือไม่
Slok ชี้ว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ประเภทลงมือทำเอง หรือ Agentic AI เช่น ผู้ช่วยส่วนตัว Muse ของบริษัท Meta รวมถึงผู้ช่วย AI แบบ Agentic อื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันจะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ตอบคำถามอีกต่อไป แต่สามารถทำหน้าที่บริหารจัดการเงินสดของครัวเรือนได้แบบเรียลไทม์ โดยระบบจะคอยเฝ้าสังเกตยอดเงินในบัญชี เปรียบเทียบผลตอบแทน และสั่งโยกย้ายเงินฝากส่วนเกินที่นิ่งอยู่ ไปเก็บไว้ในบัญชีที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า และจะโอนเงินกลับเข้าบัญชีเดิมเมื่อถึงกำหนดชำระบิลโดยอัตโนมัติ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การโยกเงินด้วย AI สร้างความเสี่ยงต่อระบบธนาคารแบบเดิม เกิดจากความแตกต่างอย่างมากของอัตราดอกเบี้ย โดยปัจจุบัน บัญชีเงินฝากกระแสรายวันของธนาคารทั่วไปในสหรัฐฯ จ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ยเพียง 0.1% ต่อปี ขณะที่สถาบันการเงินดิจิทัลและแพลตฟอร์มฟินเทค เช่น Revolut, SoFi, Varo, LendingClub และ Wealthfront จ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 3.3% ถึง 5% ต่อปี
หากครัวเรือนมีเงินฝาก 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ การทิ้งเงินไว้ในบัญชีเงินฝากกระแสรายวันปกติจะได้ดอกเบี้ยเพียง 10 ดอลลาร์ต่อปี แต่หากย้ายไปฝากในแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้ดอกเบี้ยสูง จะได้รับดอกเบี้ยเพิ่มเป็นประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งหากผู้บริโภคหันมาใช้ AI ในการบริหารเงินสดกันอย่างแพร่หลาย ธนาคารพาณิชย์จะสูญเสียเงินฝากต้นทุนต่ำที่เคยใช้เป็นฐานในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหากระทบต่อระบบการเงินโดยรวม
นอกจากสถาบันการเงินดิจิทัลแล้ว ฝั่งเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโทเคอร์เรนซีกำลังเข้ามาสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินรองรับการทำงานของ AI เช่นกัน โดยมีโปรโตคอล x402 ของ Coinbase ซึ่งเป็นมาตรฐานการชำระเงินสำหรับ AI ที่นิยมที่สุด ที่เปิดโอกาสให้ AI Agent สามารถจ่ายเงินซื้อบริการออนไลน์ด้วย Stablecoin ได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากมนุษย์หรือใช้บัตรเครดิต
ปัจจุบัน โปรโตคอล x402 ได้ประมวลผลธุรกรรมสะสมไปแล้วราว 188 ล้าน ถึง 205 ล้านรายการ โดยมี AI Agent ที่ใช้งานจริงกว่า 69,000 ตัว อีกทั้งยังมีองค์กรเทคโนโลยีและการเงินระดับโลก เช่น Cloudflare, Google, Visa, Mastercard, AWS, Circle และ Stripe เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิ x402 Foundation ภายใต้การดูแลของ Linux Foundation
ทั้งนี้ คาดการณ์มูลค่าตลาดของ Agentic AI ในภาคการเงินอาจเติบโตจาก 7.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 พุ่งแตะ 4.352 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031 สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทางการเงินที่ไม่ควรมองข้าม
ที่มา : coindesk