ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เห็นชอบให้มีการเจรจาการค้าเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขข้อพิพาทเรื่องภาษีและแร่ธาตุหายาก ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก โดยทรัมป์ยอมรับว่า ความสัมพันธ์การค้า “ชะงักไปบ้าง” แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ในสภาพที่ดีมาก โดยการเจรจาครั้งใหม่จะจัดขึ้นในไม่ช้า ซึ่งยังไม่กำหนดสถานที่ โดยมีรัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพาณิชย์ และตัวแทนการค้าสหรัฐฯ เป็นผู้แทนเข้าร่วมการเจรจา การสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ ใช้เวลานาน 90 นาที ซึ่งช่วยคลี่คลายปัญหาแร่ธาตุสำคัญและประเด็นเร่งด่วนอื่น ๆ นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่าย ยังเชิญผู้นำของอีกฝ่ายเดินทางเยือนประเทศซึ่งกันและกัน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “เรื่องนี้ซับซ้อนมาก และเราก็แก้ไขมันได้แล้ว เรากำลังแก้ประเด็นต่าง ๆ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับแม่เหล็กจากแร่หายากและเรื่องอื่น ๆ อีกเล็กน้อย” โดยการพูดคุยดังกล่าว สร้างความคาดหวังให้กับตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเกี่ยวกับการลดภาษีระหว่าง 2 ประเทศ แม้ว่าความหวังของนักลงทุนจะยังไม่สูงนัก โดยดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงบ่ายหลังจากที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากข่าวการสนทนาของทั้ง 2 ผู้นำ ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลจีน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เชิญประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเดินทางเยือนจีน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าเขาได้ “ตอบแทน” ด้วยคำเชิญให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มาเยือนสหรัฐฯ โดยต่อมาเขายืนยันว่าผู้นำทั้ง 2 ได้ตอบรับคำเชิญของกันและกันแล้ว การสนทนาครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดในความสัมพันธ์ที่เปราะบางระหว่างสหรัฐฯ และจีน นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ โดยเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นคู่เจรจาที่ดีลด้วยยากมาก 
ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การพูดคุยครั้งนี้จะนำไปสู่ความสงบทางการค้าอย่างถาวรหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการจัดส่งแร่สำคัญที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมในสหรัฐฯ โดยทรัมป์ไม่ได้ระบุว่า จีนตกลงจะเร่งกระบวนการอนุญาตการส่งออกแม่เหล็กที่มีความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์ของสหรัฐฯหรือไม่ และยังมีคำถามว่าเขายอมอ่อนข้ออะไรให้กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงบ้าง ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวในแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่า ยังคงต้อนรับนักศึกษาจีนที่จะเข้ามาศึกษาในสหรัฐฯ แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการออกวีซ่าและการยกเลิกวีซ่าของนักเรียนต่างชาติบางกลุ่ม ทั้งนี้ หนึ่งในเป้าหมายของจีนในการเจรจารอบนี้ คือการผ่อนปรนการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ต่อชิปเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความสำคัญต่อการพัฒนา AI และกองทัพ ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นขัดแย้งสำคัญของสหรัฐฯ เพราะทั้ง 2 พรรคการเมืองในสหรัฐฯ ต่างเห็นพ้องว่า จีนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ นอกจากความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจแล้ว ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ก็กำลังทวีขึ้น หลังเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศจีนแสดงความไม่พอใจ เนื่องจากพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวในการประชุมผู้นำกองทัพในสิงคโปร์ว่า จีนเป็นภัยคุกคามฉุกเฉินต่อไต้หวัน ซึ่งเป็นดินแดนที่จีนอ้างว่าเป็นของตน ที่มา Bloomberg |