นักวิเคราะห์หลายสำนักในไทยคาดเฟดคงดอกเบี้ย 17-18 มิ.ย.นี้ มองตรงกันปีนี้จะเห็นสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง อย่างเร็วก.ย. ขณะที่ยังต้องจับตาเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงปรับสูงขึ้นจากผลของภาษีนำเข้า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะประชุมนัดที่ 4 ของปีในวันที่ 17-18 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะทราบผลประมาณตี 1 ตามเวลาไทย (ตรงกับวันที่ 19 มิ.ย.) มุมมองหลายสำนักวิจัยในไทย คาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า Fed จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% บทความนี้รวบรวมความเห็นมาจาก 4 สำนักในไทย เริ่มจาก กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25-4.50% ในการประชุมรอบนี้โดยตลาดจะให้ความสนใจกับประมาณการเศรษฐกิจเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ชุดใหม่จากเจ้าหน้าที่เฟด ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านและผลกระทบต่อราคาพลังงานยกระดับความไม่แน่นอนที่สูงอยู่แล้วจากนโยบายการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ ภาวะดังกล่าวอาจทำให้เฟดเลือกที่จะยังคงแสดงท่าทีระมัดระวังเกี่ยวกับการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในไตรมาส 3/2568 ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ล่าสุดบ่งชี้ว่าหากไม่มีความเสี่ยงที่เกิดจากนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ เฟดน่าจะพร้อมสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ไปแล้ว อนึ่ง ตลาดตอบสนองต่อข่าวกรอบข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอย่างจำกัด เนื่องจากศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ประกาศขยายการดำเนินภาษีตอบโต้จนกว่าคดีจะถูกพิจารณาในวันที่ 31 กรกฎาคม นักลงทุนจะประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางในมิติของระดับความรุนแรงต่อต้นทุนน้ำมันมากกว่ามิติการพักเงินในสินทรัพย์ปลอดภัย ด้านฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เผยว่า การเปิดเผยรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัว และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ตลอดจนตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงนั้น ได้ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับแรงกดดันด้านราคาจากภาษีนำเข้า "โดยคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันที่ 17-18 มิ.ย นี้ และคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีนี้ในเดือน ก.ย. และจะปรับลด 2 ครั้งในปีนี้" บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เห็นทิศทางเดียวกับ CME FED Watch ว่าที่ประชุมจะคงดอกเบี้ยระดับเดิมด้วยน้ำหนักราว 99.6% ด้วยเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อาจยังไม่ชัดเจนจากระดับราคาสินค้านำเข้าประกอบกับราคาน้ำมันเริ่มปรับขึ้นมาทำให้แรงกดดันเงินเฟ้ออาจเร่งขึ้นช่วงถัดไป ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯก็ดูจะยังมิได้ชะลอตัวแรง แต่อย่างไรก็ตาม แนะติดตามถ้อยแถลงและมุมมองดอกเบี้ยช่วงถัดไปของ FED เชื่อว่าจะมีผลมากกว่าดอกเบี้ยในประชุมครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ "ศูนย์วิจัยกสิกรไทย" ออกบทวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% เนื่องจาก 3 เหตุผลหลัก 1.เฟดคงต้องการเห็นภาพผลกระทบของมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสหรัฐฯ ให้ชัดเจนกว่านี้ก่อนพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.ตลาดแรงงานในปัจจุบันยังสะท้อนภาพแข็งแกร่ง และ 3.เงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงปรับสูงขึ้นจากผลของภาษีนำเข้า ทั้งนี้ ในการประชุมรอบนี้จะมีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และ Dot Plot ซึ่งเฟดมีแนวโน้มจะยังคงส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งสอดคล้องกับ Dot Plot ที่เผยแพร่ในครั้งก่อนหน้าในการประชุมเดือนมี.ค.2568 เช่นเดียวกับประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่คาดว่าจะไม่ปรับเปลี่ยนจากประมาณการในครั้งก่อนหน้าเท่าใดนัก ข้อมูลจากเว็บไซต์ธนาคารกลางสหรัฐ เผยกำหนดการประชุมอีก 4 ครั้งในปีนี้ ในเดือนกรกฎาคม (29-30), กันยายน (16-17), เดือนตุลาคม (28-29) และเดือนธันวาคม (9-10) อย่างที่ทราบกันดีว่าปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีกดดันให้ Fed ปรับลดดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนควรเกาะติดสถานการณ์ว่าแรงกดดันทางการเมืองจะมีผลต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการ Fed หรือไม่ เพราะทุกการตัดสินใจของ Fed มักส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินลงทุน และตลาดคริปโทเคอร์เรนซีด้วย |