| | | สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มิ.ย. 68 11:16 น.
ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐฯ มีคำสั่งคุ้มครองมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการใช้อำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act – IEEPA) ให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า ความกังวลของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินอยู่นั้น มีน้ำหนักมากกว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ธุรกิจขนาดเล็กซึ่งเป็นผู้ยื่นฟ้องได้กล่าวอ้าง โดยศาลระบุว่าคดีนี้เป็น “ประเด็นที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ” และจะนัดฟังการไต่สวนในวันที่ 31 ก.ค. แม้จะไม่ได้ให้เหตุผลโดยละเอียด แต่ศาลระบุว่ารัฐบาลมีเหตุผลเพียงพอในการขอให้ระงับคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ชั่วคราว คำตัดสินในครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่สหรัฐฯ และจีน บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าในการเจรจาที่กรุงลอนดอน ซึ่งรวมถึงประเด็นเรื่องสินค้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม โดยทรัมป์ระบุว่าภาษีเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องธุรกิจและแรงงานอเมริกันจากปัญหาขาดดุลการค้าเรื้อรัง 
ก่อนหน้านี้ ศาลการค้าระหว่างประเทศตัดสินว่าประธานาธิบดีทรัมป์ ใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินเกินขอบเขตในการกำหนดมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า ทั้งนี้ หากฝ่ายโจทก์ไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดทันที ภาษีเหล่านี้จะยังคงมีผลอย่างน้อยหนึ่งเดือนหรืออาจนานกว่านั้น โดยมาตรการระงับภาษีตอบโต้ชั่วคราว 90 วัน จะสิ้นสุดในวันที่ 9 ก.ค. นี้ ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก หากเป็นเช่นนั้น สินค้าจากสหภาพยุโรปอาจเจอภาษีสูงถึง 50% เว้นแต่จะมีการเจรจาหาข้อตกลงเพิ่มเติม นอกจากนี้ บริษัทผู้นำเข้าไวน์จากนิวยอร์ก V.O.S. Selections ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ฟ้องร้อง ให้เหตุผลว่า ภาษีเหล่านี้จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ยอดขายลดลง และอาจถึงขั้นล้มละลาย ขณะที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ระบุว่า การยื่นฟ้องคัดค้านภาษีเหล่านี้จะเป็นการขัดขวางแนวทางทางการทูตและล้ำเส้นอำนาจของประธานาธิบดีในการจัดการกิจการระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีรัฐฐานเสียงของฝั่งโมแครตรวม 12 รัฐที่ร่วมฟ้องร้องรัฐบาลทรัมป์ด้วย ที่มา Bloomberg 
|
* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
|
|