ฮือฮา! บิตคอยน์พุ่งทะลุ $119K คาดเกิดจากหลายปัจจัยที่สะสมต่อเนื่องหลายสัปดาห์ อาจเป็นเบื้องหลังที่ส่งให้ราคาทะลุจุดสูงสุดใหม่ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ณ ขณะที่รายงานข่าวนี้ บิตคอยน์ยังเดินหน้าต่อไม่หยุด สร้างจุดสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่ไปแล้วเหนือ 123,000 ดอลลาร์! คาดจากหลายปัจจัยบวกหนุน ดังนี้ ปัจจัยที่ 1 เงินทุน ETF ไหลเข้า หนุน demand ต่อเนื่อง กองทุน ETF บิตคอยน์แบบ Spot ในสหรัฐฯ ดึงเงินลงทุนกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ฯ ภายใน 5 วันทำการล่าสุด นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายนเป็นต้นมา ETF เหล่านี้มีเพียงวันเดียวเท่านั้นที่เกิดกระแสเงินไหลออกสุทธิและมีเงินสะสมไหลเข้า ETF รวม 2 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 2 วันติด ทำให้เกิดแรงซื้อผลักดันราคาต่อเนื่อง ปัจจัยที่ 2 คือการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทยอยซื้อกวาด BTC เก็บเข้าคลัง แม้ Strategy ไม่ประกาศซื้อเพิ่ม แต่บริษัทอย่าง Metaplanet และ GameStop ยังเดินหน้าเก็บ BTC เป็นสินทรัพย์สำรอง สอดคล้องกับข้อมูล Glassnode ที่พบว่ากระเป๋าขนาดเล็ก (Shrimp, Crab, Fish) กำลังสะสมบิตคอยน์กว่า 19,000 BTC ต่อเดือน ในขณะที่จำนวน BTC ที่ถูกขุดออกมาใหม่โดยนักขุดอยู่ที่ประมาณ 13,400 BTC ต่อเดือนเท่านั้น ปัจจัยที่ 3 ด้านเศรษฐกิจมหภาค พลิกสงครามภาษีเป็นบวกต่อ BTC มาตรการขึ้นภาษีชุดใหม่ภายใต้ทรัมป์ ซึ่งครั้งก่อนฉุดราคา BTC ดิ่ง กลับไม่กดดันตลาดรุนแรงเหมือนเดิม นักลงทุนกลับมองว่า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง จะกระตุ้นให้คนหันมาเก็บสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างบิตคอยน์เพิ่มขึ้น ***งานนี้ จะไปต่อหรือพักฐาน? นักวิเคราะห์จาก Bitfinex ยังคงมองในเชิงบวกต่อโครงสร้างตลาดของบิตคอยน์ในตอนนี้ “ตราบใดที่กระแสเงินทุนจาก ETF ยังไม่หยุดไหลเข้า หรือไม่มีเหตุการณ์มหภาคที่พลิกผันอย่างรุนแรง โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นยังคงแข็งแรงต่อเนื่อง” โดยในเชิงเทคนิค ราคาบิตคอยน์ได้พลิกจากระดับแนวต้าน $111,000–$114,000 ให้กลายเป็นแนวรับสำคัญได้สำเร็จ และตราบใดที่ราคายังคงยืนเหนือระดับนี้ แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง Nicolai Sondergaard นักวิเคราะห์จาก Nansen มองว่า หากกระแสเงินทุนจาก ETF บิตคอยน์ยังคงไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีปัจจัยมหภาคเชิงลบเข้ามากระทบอย่างรุนแรง โครงสร้างขาขึ้นของราคา BTC จะยังคงแข็งแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากที่บิตคอยน์สามารถทะลุแนวต้านสำคัญและยืนเหนือระดับราคา key liquidation levels ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกว่าตลาดยังคงมี room สำหรับ upside เพิ่มเติมในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม Sondergaard ได้เตือนว่าตัวชี้วัดด้านเทคนิคอย่าง RSI รายวันของบิตคอยน์ที่ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 70 แม้จะเป็นสัญญาณปกติในช่วงที่ตลาดมี momentum แข็งแกร่งแต่ก็บ่งชี้ว่าอาจเกิดสภาวะ overbought หรือแรงซื้อมากเกินไปในระยะสั้น หากราคายังคงปรับขึ้นต่อ ในขณะที่ Relative Strength Index เริ่มแสดงสัญญาณ divergence หรืออ่อนตัวลง จะถือเป็น early signal ที่เตือนถึงความเสี่ยงที่ตลาดอาจเผชิญกับแรงขายทำกำไรระยะสั้น แปลโดย : ปวริศ ณ พัทลุง อสุวพงษ์พัฒนา ที่มา: cryptopotato |