JPMorgan มองว่า เส้นแบ่งระหว่างโลกการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) และการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) อาจหายไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภายในงาน RWA Summit Cannes 2025 หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมการชำระเงินบล็อกเชนของ Kinexys บริษัทในเครือ JPMorgan อย่าง Nelli Zaltsman ได้ร่วมพูดคุยกับ Sergey Nazarov ผู้ร่วมก่อตั้ง Chainlink Labs โดย Zaltsman กล่าวว่า JPMorgan กำลังเร่งผลักดันการผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระดับสถาบันเข้ากับสินทรัพย์แบบออนเชน เพื่อเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้อย่างแพร่หลายในวงการการเงินกระแสหลัก “เป้าหมายของเราคือหาวิธีที่ดีที่สุดในการทำงานร่วมกับบล็อกเชนสาธารณะ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายอนุญาต” Zaltsman กล่าว พร้อมเสริมว่า กลยุทธ์ของ JPMorgan เป็นแบบ “ไม่ยึดติดกับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง” โดยมุ่งให้ลูกค้าเข้าถึงเครือข่ายหลากหลายแบบเรียลไทม์ พร้อมลดทำให้เกิดอุปสรรคน้อยที่สุด ล่าสุด JPMorgan ได้ทดสอบระบบ “การชำระเงินแบบซิงโครไนซ์” (Synchronized Settlement) ร่วมกับ Chainlink เพื่อให้สามารถทำธุรกรรมข้ามบล็อกเชนได้ ซึ่ง Nazarov ชี้ว่า นี่คือ “สัญญาณเริ่มต้น” ที่ชี้ว่า ธนาคารขนาดใหญ่สามารถเชื่อมโยงตลาดทุนแบบดั้งเดิมเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัลได้ในอนาคต ทั้งนี้ Zaltsman เชื่อว่า “เส้นแบ่ง” ระหว่างการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) และ ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) จะลดลงเร็วเกินกว่าที่คนส่วนใหญ่คาด โดยมีแรงผลักดันจากโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาขึ้น และความร่วมมือที่มากขึ้นในอุตสาหกรรมการเงิน หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมการชำระเงินบล็อกเชนของ Kinexys กล่าวอีกว่า เมื่อ 10 ปีก่อน JPMorgan ต้องสร้างบล็อกเชนของตัวเองขึ้นมา เพราะในตอนนั้นยังไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม “แต่ในวันนี้ไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว” และเสริมว่า “ต้องใช้เวลาหลายปีจนเครื่องมือพวกนี้พร้อมใช้งาน และราคาถูกลง” “หวังว่าการหลอมรวมระหว่าง TradFi และ DeFi จะเกิดขึ้นเร็วที่สุด เราควรมองเทคโนโลยีในแง่ของประโยชน์ที่จะช่วยผู้ใช้งาน มากกว่าการตั้งกำแพงแยกกันโดยไม่จำเป็น” Zaltsman กล่าว ที่มา : cointelegraph |