Special Interview

TASCO ปีทอง ผงาดรับดีมานด์ยางมะตอยพุ่ง เข้า MSCI รอบใหม่

TASCO ปีทอง ผงาดรับดีมานด์ยางมะตอยพุ่ง เข้า MSCI รอบใหม่

 

          หลังจากปี 61 ที่ผ่านมา ผลประกอบการของบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ฝ่ามรสุมผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ในปี 62 “ชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ ประเมินว่า ผลงานจะกลับมาเทิร์นอะราวด์ !!!

          โดยฉายแววคืนฟอร์มตั้งแต่ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ประกาศรายได้จากการขายและบริการ 7,091 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 718 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 136% จากงวดเดียวของปีก่อน ด้วยพื้นฐานของบริษัทที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการทำกำไร มาพร้อมกับปัจจัยบวกต่อเนื่องทั้งปี ล่าสุด TASCO เป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกดึงเข้าคำนวณของดัชนี MSCI Small Cap Index โดยมีผลตั้งแต่ 28 พ.ค. - 26 พ.ย. 62 

          ไตรมาส 2/62 คาดว่าผลงานยังโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก จากราคาขายยางมะตอยที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ หนุนมาร์จิ้นโตได้สวย รวมทั้ง ดีมานด์การใช้ยางมะตอยในประเทศ และตลาดต่างประเทศยังดีต่อเนื่อง แถม มีบันทึกรายได้พิเศษ รับเงินเคลมประกันไฟไหม้เข้ามาหนุนผลงานไฉไลกว่าเดิมอีก

          ผลงานสะท้อนราคาหุ้น TASCO ปรับตัวเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากระดับราคาราว 15 บ. และเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาขึ้นไปแตะสูงสุดที่ 20.50 บ. 

 

*** ส่งซิกแนวโน้ม Q2 ปี 2562 ผลงานเติบโตแข็งแกร่ง

          สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2562 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา จากราคาขายยางมะตอยเฉลี่ยปัจจุบันพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 425 - 430 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากช่วงปลายปี ในขณะที่ต้นทุนน้ำมันดิบอยู่ในระดับที่ไม่สูง โดยขณะนี้ TASCO มีน้ำมันดิบเข้ามาป้อนโรงกลั่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลิตเป็นยางมะตอยจนถึงไตรมาส 3/2562 แล้ว ซึ่งจะช่วยสนันสนุนปริมาณขายในปี 2562 กลับเข้าสู่ระดับปกติ 1.9 ล้านตัน ได้ตามแผน ส่งผลบวกต่อยอดขายในตลาดต่างประเทศ คาดว่าช่วงไตรมาส 2 ยอดขายจะเติบโตสูง โดยเฉพาะประเทศจีน ออสเตรเลีย และมาเลเซีย

          สำหรับยอดขายในประเทศ ถือเป็นอีกปีที่ดีของบริษัทฯ ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้วไตรมาสที่ 2 และ 3 จะเป็นช่วงฤดูกาลที่มีความต้องการยางมะตอยน้อย  แต่คาดว่าในปีนี้ความต้องการยางมะตอยในไตรมาส 2 จะยังคงแข็งแกร่ง สืบเนื่องมาการใช้ยางมะตอยที่ชะลอตัวของผู้รับเหมาก่อสร้างในช่วงไตรมาสที่ 1/2562 ที่ผ่านมา

 

*** รับเงินเคลมประกันไฟไหม้บันทึกรายได้ Q2 ทันที

          นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 2/2562 นี้ บริษัทได้รับเงินชดเชยจากการเคลมประกันเข้ามางวดแรกจำนวนประมาณ 450 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าสินไหมทดแทนสำหรับการสร้างถังเก็บน้ำมันดิบใหม่จำนวน 2 ถัง และสินค้าคงคลังที่อยู่ในถังที่ถูกเพลิงไหม้ จากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงกลั่นในประเทศมาเลเซียในปี 2561 บันทึกเป็นรายได้ในงบไตรมาส 2 ทันที โดยเงินชดเชยงวดแรกนี้ยังไม่รวมความเสียหายจากการที่ธุรกิจหยุดชะงัก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา

 

*** โบรกฯ ประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ”

          ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า TASCO ได้รับเงินประกันงวดแรกจากกรณีไฟไหม้ถังเก็บน้ำมันดิบที่ประเทศมาเลเซียจำนวน 450 ล้านบาท (สูงกว่าที่บริษัทฯ ได้มีการบันทึกความเสียหาย 345 ล้านบาท) และคาดว่ามีโอกาสได้เพิ่มจากการประเมินต้นทุนค่าเสียโอกาส แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 21 บาท

 

          ขณะที่ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดเผยในบทวิเคราะห์ ว่า ธุรกิจปี 62 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โรงกลั่น KBC ในมาเลเซียผลิตเพิ่มสู่ระดับปกติที่ 3 หมื่นบาร์เรล/วัน หลังได้รับน้ำมันดิบเป็นปกติประมาณ 1 ลำเรือ/เดือน ขณะนี้ บริษัทฯ มีวัตถุดิบผลิตได้ถึงเดือนส.ค.62 และคาดว่าจะได้รับวัตถุดิบอีก 3 - 4 ลำเรือ ในเดือนมิ.ย. - ก.ค.62 (หลังได้มาแล้ว 7 ลำเรือ ในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้) คาดว่าปีนี้จะมีวัตถุดิบเพียงพอ ทาง DBSV ประมาณการว่าปี 62 บริษัทฯ จะขายยางมะตอยได้ 1.9 ล้านตัน (จาก 1.54 ล้านตันในปี 61) นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้ประโยชน์จากการมีธุรกิจเดินเรือของตัวเองอีกด้วย 
          สำหรับ ไตรมาส 2/2562 บริษัทฯ จะบันทึกรายได้ค่าเคลมประกัน คาดว่ากำไรงวดไตรมาส 2 ปีนี้ จะแข็งแกร่งมาก ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” โดยให้ราคาพื้นฐาน 23 บาท

 

          ส่วนทางด้านบล.โนมูระ พัฒนสิน แนะ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 26 บาท จาก Cycle ขาขึ้นของยางมะตอย ทั้งปริมาณขายโตแรง ราคาขายเพิ่มขึ้นสูง โดยมี 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องซื้อลงทุน ได้แก่

1) ปริมาณขาย (Q) ในประเทศ/ต่างประเทศ ประเมินเติบโตก้าวกระโดด +17%/+32% y-y

2) ราคาขาย (P) ในประเทศเป็นพระเอก ราคายางมะตอยเดือน เม.ย. สูงสุดในรอบ 25 เดือน และต่างประเทศเพิ่ม +10% 

3) ต้นทุนหลัก น้ำมันเป็นสัดส่วนหลัก 75% และในเดือน พ.ค. น้ำมัน BRENT ปรับตัวลงแรง -15% ทำให้ต้นทุนรวมเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัย หนุน GPM กว้างขึ้น  

4) งบประมาณซ่อมแซมและสร้างถนนของกรมทางหลวงและชนบท ประเมินเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +11% ใน 3 ปีข้างหน้า

และ 5) เป็นผู้ได้ประโยชน์ ทั้งทางตรงและอ้อมจากมาตรการ IMO 2020 ลดกำมะถันเหลือ 0.5% ประเมิน Supply ยางมะตอยน้อยลงทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันหนักมีแนวโน้มปรับตัวลง

******************************************************************************************







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh