Special Interview

ตลท.ติดสปีด! ดัน “แพลตฟอร์มเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล”ปี63

ตลท.ติดสปีด! ดัน “แพลตฟอร์มเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล”ปี63

 

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี “บล็อกเชน” คือจุดเปลี่ยนของตลาดทุนทั่วโลก ตลาดหลักทรัพย์ของสวิตเซอร์แลนด์เป็นแห่งหนึ่งของโลก ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในเรื่องของ Token Digital และน่าจะเริ่มเปิดซื้อขาย Token ปีหน้า...นี่อาจจะเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจและน่าจับตาของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการตลาดทุนโลก

          ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เองก็ได้เตรียมความพร้อมมาหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว ที่สำคัญจุดเปลี่ยนนี้ น่าจะนำมาซึ่ง “โอกาส” ด้านการลงทุนให้กับคนไทย

          “กิตติ  สุทธิอรรถศิลป์” ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลท.จะมาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นในโลกของการลงทุนบนถนนสายที่ 2 “ตลาดทุนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล” ที่ ตลท.จะก่อร่างสร้างขึ้นมาและใช้เป็นทางคู่ขนานไปกับถนนสายหลักเส้นที่1 อย่าง “ตลาดหุ้น”  

          ปัจจุบัน “กิตติ” รับผิดชอบการพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ด้านระบบงานสำหรับตลาดทุนเพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ เขายังเป็นกำลังหลักสำคัญในฐานะผู้ที่ขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดทุน สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกด้วย

*** บล็อกเชน เปลี่ยนโลกตลาดทุน

          “กิตติ” เริ่มต้นอธิบายให้เราฟังถึง “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญของตลาดทุนทั่วโลกว่ามันเริ่มมาจากพัฒนาการของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่หลายคนเคยได้ยินคือ “เทคโนโลยีบล็อกเชน” และ ตลท.กำลังดูว่าเทคโนโลยีนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตลาดทุนไทยและคนไทยได้อย่างไรบ้าง

          ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในวงการตลาดทุน เช่น สินทรัพย์ที่เป็นดิจิทัล (Digital Asset) เขาเปรียบเทียบ Digital Asset กับ “เหรียญสีดำ” ที่ทุกคนต้องซื้อเมื่อจะใช้บริการรถไฟฟ้า ซึ่งเหรียญสีดำนั้นเปรียบได้กับ Coin หรือ Token นั่นเอง โดย Token นั้นจะบอกว่าเราจะได้สิทธิ์ในการซื้อสินค้า ใช้บริการ หรือว่าเป็นเจ้าของอะไร และในอนาคตเราก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า “Token” เพื่อที่จะบอกสิทธิ์ หน้าที่ สิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับผู้ถือ Token

          “ทุกวันนี้ “หุ้น” คือสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ สิทธิ์ในการได้เงินปันผล สิทธิ์ในการได้หุ้นปันผล แต่ในอนาคตมันจะเป็นสิทธิ์อะไรก็ได้ ที่ขึ้นอยู่กับจินตนาการ ความต้องการของคนที่ถือ Token แล้วก็ผู้ออก Token ก็จะเป็นลักษณะเป็นนวัตกรรม ที่จะให้สิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ กับผู้ถือ และ Token นี้ก็จะมาอยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชน”

          ข้อดีของ “เทคโนโลยีบล็อกเชน” คือ 1.เข้าถึงได้ง่ายเหมือนกับอินเทอร์เน็ต 2.สามารถตรวจสอบได้ ทุกคนในระบบมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และ 3.มีความปลอดภัยสูง  

          “อินเทอร์เน็ตใครๆ ก็เข้าถึงได้ แต่ทุกคนอาจจะไม่ได้มีการตรวจสอบ ไม่ได้มีอะไรใช่ไหม แต่บล็อกเชน ส่งเสริมให้เกิดการตรวจสอบเพราะว่าทุกๆ คนจะเข้ามามีส่วนร่วม..และเรื่องความปลอดภัย บล็อกเชนมันก็จะเป็นอินเตอร์เน็ตในแบบที่ดีกว่า เยี่ยมกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่าแล้วก็เอา Token มากระจายอยู่ในระบบบ”

***ปีนี้เร่งเคลื่อนทัพ สู่ตลาดทุนดิจิทัล เป็นถนนสายที่ 2

          ถามว่าตลาดหลักทรัพย์จะทำอะไร? ตลท.มีความตั้งใจที่จะสร้างถนน สร้างเมืองแห่งที่ 2 โดยเปิดให้ทุกๆ คนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมทางด้านการเงิน เพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการทางการเงิน และความต้องการ ในการใช้ชีวิตของคนไทยทุกคน

          “ถ้าเปรียบเทียบก็คือ ทุกวันนี้เรามีเมืองหลวงคือกรุงเทพฯ ที่พัฒนา เติบโตมาด้วยดี และเราก็อยากจะสร้างเมืองที่โตขึ้นอีกเป็นแห่งที่ 2 เรามีตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดดำเนินการมา 43 ปี เรามีจุดแข็งที่เราเป็นตลาดทุนที่ทุกคน “เชื่อมั่น-เชื่อมือ-เชื่อถือ-เชื่อใจ” มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เราอยากจะนำจุดแข็งนี้เข้าไปอยู่ในโลกตลาดทุนดิจิทัลโลกแห่งใหม่ ทำให้จินตนาการมันสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ เปิดกว้าง เกิดนวัตกรรม ที่จะทำให้ตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของทุกคน ทำให้เรื่องการลงทุนเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย”

*** ปลายทางคือคนไทยทุกคนได้ประโยชน์

          ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยากจะวาดฝันจินตนาการ ทำให้ความฝันของทุกคนในประเทศไทยที่ต้องการสร้าง “ตลาดทุนเพื่ออนาคต” ให้เป็นให้เป็น Smart Phone แบบที่ 2 อินเทอร์เน็ตอันที่ 2 หรือว่าเป็นลักษณะพร้อมเพย์อันที่ 2 ของประเทศไทยที่ทุกคนได้ประโยชน์ เข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างง่ายๆ

          “ผมอยากจะเปรียบเทียบว่าให้คิดเสมือนว่า สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ทำก็คือการสร้างสมาร์ตโฟน 1 อัน แล้วก็ทุกคน เข้าถึงได้ด้วยราคาไม่แพง แล้วก็จะมีคน ที่เข้ามาเป็นผู้เล่นมาพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ ที่หลากหลาย แล้วก็ตอบโจทย์ทุกๆ คน”

          ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งใจทำให้ “Digital Asset Platform” นี้เป็น Platform แห่งความร่วมมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีหน้าที่แค่สร้างถนน แล้วให้ทุกๆ คน ที่มีความตั้งใจ มี มีวิสัยทัศน์ ไปในทางเดียวกับที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ มี เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเดิม ไม่ว่าจะเป็นทางบริษัทหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ไม่ว่าจะเป็น Fintech ไม่ว่าจะเป็น Startup คัสโตเดียน หรือว่าทางบริษัทจดทะเบียน หรือผู้ประกอบการ เช่น SME เข้ามาใช้แบบฟอร์มนี้ เพื่อให้แพลตฟอร์มนี้มันโตขึ้นได้

*** สังคมการลงทุนแบบใหม่ ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ แบบง่ายๆ

          เขาอธิบายว่าคนที่จะเข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์มนี้ ตัวเทคโนโลยีมันเป็นสิ่งที่ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องเข้าใจเหมือนกับทุกวันนี้ ที่เราใช้อินเตอร์เน็ตโดยที่เราไม่ต้องเข้าใจว่าอินเทอร์เน็ตมันคืออะไร เพียงแต่ว่าเราจะต้องสร้างแอปพลิเคชัน ที่ประชาชนทุกคนสามารถใช้งานได้ ใช้งานเป็น เหมือนกับทุกวันนี้ที่เราเข้าไปทำ Online Shopping ,ทำ Internet Banking หรือเข้าไปเล่นเกม

          “เพราะฉะนั้น ผู้ลงทุนอีกหน่อยพอมีข้อมูล มีเครื่องมืออะไรที่มากขึ้น มันก็จะเป็นสังคมการลงทุน สังคมการใช้ชีวิตแบบใหม่ ที่มีช่องทางที่เข้าถึงง่าย มีสินค้าบริการที่หลากหลาย แล้วก็เข้าไปใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลด้วยความมั่นใจ ด้วยความปลอดภัย”

*** เลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่ตนเองรับได้

          “โอกาส” ก็ย่อมมาพร้อมกับ “ความเสี่ยง” เช่นกัน สำหรับกับการลงทุนในตลาดทุนดิจิทัลแห่งอนาคต ซึ่งผู้สร้างถนนอย่าง ตลท.ก็มีการวางระเบียบ กฎเกณฑ์กลั่นกรองผู้ร่วมตลาดให้ดีที่สุด บนหลักการเดิมของ “ตลาดหุ้น” ที่ยึดถือมา “เชื่อมั่น-เชื่อมือ-เชื่อถือ-เชื่อใจ”  ซึ่งเขาได้อธิบายแยกเป็น 3 ส่วนว่า  

          ส่วนที่ 1 การวางโครงสร้างพื้นฐาน อันนี้คือส่วนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นคนรับผิดชอบเต็มที่ โดยร่วมกับทุกๆ ภาคส่วน เพื่อสร้างกฎเกณฑ์ กติกา ที่ทุกคนปฏิบัติตาม

          ส่วนที่ 2 คือ เรื่องของการรับผู้ที่จะออกผลิตภัณฑ์เข้ามาในระบบ และก็คนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งคนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ก็ต้องผ่านกระบวนการการทำความรู้จักลูกค้า ทำกระบวนการในการรู้จักว่าใครจะเป็นผู้ออก Token Digital นั้น เหมือนกับจะไปขับรถก็ต้องมีใบขับขี่และรับใบอนุญาต ก็ต้องมั่นใจว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นในระบบของตลาดทุนดิจิทัล เป็นกิจกรรมที่ถูกต้องปลอดภัย เป็นไปตามกฎหมาย

         ส่วนที่ 3 คือเรื่องของผลิตภัณฑ์ สินค้าที่จะเกิดขึ้นในโลกดิจิทัลจริงๆ ไม่ได้ต่างจากสินค้าและบริการที่มีอยู่ในทุกๆ วันนี้ สินค้าและบริการมันก็จะมีความหลากหลาย ทั้งด้านที่ผลตอบแทนที่มากกว่าหรือน้อยกว่า เสี่ยงมากกว่าหรือเสี่ยงน้อยกว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็จะมีกระบวนการ ร่วมกับผู้ประกอบการทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้า บริการ หรือว่าตราสารทางการเงิน ที่เข้ามาอยู่ในระบบ มันจะเป็นตราสารที่มีคุณภาพ แล้วก็สินค้าที่มีคุณภาพแล้วก็มีคนที่เข้ามาช่วยคัดกรอง

          หากจะให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เหมือนกับการจะไปท่องเที่ยวที่ไหนสักแห่ง หรือซื้อหนังสือสักเล่ม ก็จะมีคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการบอกว่าสินค้าและบริการนี้เป็นอย่างไร เป็นสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการให้ Feedback แล้วก็เป็นสังคมที่เปิดกว้างทางด้านความคิด ด้านการให้ความคิดเห็น แล้วก็เป็นสังคมที่ทุกคนเข้าถึงบริการได้ง่าย

          “เพราะฉะนั้น ต้องเรียนว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุนในวิธีใดก็แล้วแต่ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องการรู้จักตัวของคุณเองว่า ความเสี่ยงคุณรับได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็สินค้าแต่ละตัวมันก็มีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ก็ต้องเลือกลงทุนหรือว่าอะไรพวกนี้ให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงของตัวเอง”

***แพลตฟอร์มต้นแบบเสร็จปลายปีนี้-ปีหน้าเปิดเทรด Token

          เมื่อถามว่า แพลตฟอร์มนี้มีคนสนใจมากแค่ไหน และจะเห็นเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ หลังจากเมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมาทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่สนใจจะเข้ามาร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าว

          เขาเล่าว่า หลังจากที่ ตลท.นำเสนอไอเดียว่าอยากให้เป็นการสร้างแพลตฟอร์มแห่งความร่วมมือ เพื่อที่จะทำให้ตลาดทุนเป็นตลาดทุนสำหรับคนไทย 77 ล้านคน ไม่ใช่ตลาดทุนสำหรับแค่คนไม่กี่คน พบว่าได้รับการตอบรับจากคนที่สนใจจะออกToken,คนที่จะเป็นผู้ลงทุน,ธนาคารทั้งในและต่างประเทศที่จะเข้ามาเป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน

          ตอนนี้ทั้งทั่วโลกตื่นเต้นกับเรื่องนี้ และยังไม่มีใครที่มีคำตอบที่ชัดเจน สิ่งที่กำลังจะทำนี้คือกระบวนการในการสร้างนวัตกรรม ที่ทุกอย่างยังสามารถขยับได้ตลอดยังไม่ได้มีสูตรสำเร็จ ตอนนี้ทุกคนลองผิดลองถูก ลองผิดแต่ว่าผิดให้เร็วที่สุดเพื่อต้นทุนที่ต่ำที่สุด แล้วก็ถ้าอันไหนถูกก็จะสามารถปรับและสามารถที่จะขยายได้อย่างรวดเร็ว

          “ทุกอย่างต้องมีก้าวแรก ก้าวเริ่มต้น ปรัชญาและวิธีการในการทำการสร้างระบบอันใหม่นี้ขึ้นมา เราใช้วิธีการแบบ Startup ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อว่าด้วยความร่วมมือของทุกๆ ภาคส่วนที่ได้รับมา เราน่าจะเห็นตัวต้นแบบว่า โลกการลงทุนในยุคใหม่จะเป็นอย่างไร ตัวต้นแบบน่าจะเห็นภายในปีนี้ประมาณปลายปี เราก็คิดว่า เราน่าจะเริ่มการซื้อขายตัว Token Digital ในปีหน้า...อาจจะเริ่มจาก Token อย่าง 2 อย่าง เพื่อตอบโจทย์บางความต้องการบางอย่างแล้ว หลังจากนั้น ถ้ามันประสบความสำเร็จมันสามารถที่จะขยายได้อย่างรวดเร็ว แต่อาจจะไม่ใช่ว่าทำทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ มันก็จะค่อยๆ พัฒนา”

*** คอนโด-ทองคำ ฯลฯ ออกเป็นโทเคนได้หมด

          สำหรับคนจะที่ออก Token แน่นอนว่าจะไม่ใช่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และก็ไม่ได้จำกัดผู้ออก สามารถจะเป็นใครก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าสินทรัพย์ที่จะนำมาใช้อ้างอิงในการออก Token นั้นเป็นอะไร

          สมมุติว่าเป็นคอนโดฯ ก็จะเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้ออก หรือถ้าเป็นทองคำก็อาจจะเป็นร้านค้าทองเป็นผู้ออก ขึ้นอยู่กับว่าใครมีความเชี่ยวชาญอะไร ไม่ใช่ว่ามีคนหนึ่งคนที่จะออก Token ทุกอย่าง แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถแล้วก็ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแต่ละคน

          “ส่วนตลาดหลักทรัพย์ฯ มีหน้าที่เป็นคนที่สร้างถนนให้คนที่จะออก Token มาเจอกับคนที่ต้องการซื้อ Token นะครับ แล้วก็เราสร้างระบบมีกฎกติกาแล้วก็มีสถาบันต่างๆ ที่เข้ามาช่วยทำให้ระบบนี้มันมีความน่าเชื่อถือ มีความเป็นมืออาชีพแล้วก็ทุกคนลงทุนด้วยความสบายใจไว้วางใจ”

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh