Special Interview

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ก้าวสู่ปีที่ 18 ปรับทัพคอนเทนต์สู้ศึกดิจิทัล

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ก้าวสู่ปีที่ 18 ปรับทัพคอนเทนต์สู้ศึกดิจิทัล

 

            เทคโนโลยีที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต เข้ามามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนรวมทั้งภาคธุรกิจอย่าง “วงการสื่อสารมวลชน” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เข้าสู่ยุคของ Sunset Industry โดยเฉพาะสื่อที่ผลิตข้อมูล ข่าวสาร ออกมาในรูปแบบของกระดาษ ขณะที่สื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ ทั้งที่เป็นสื่อกระแสหลัก และสื่อใหม่อย่าง social media ก็แข่งขันดุเดือด      

            ธุรกิจสื่อจะอยู่รอดได้อย่างไร? ท่ามกลางวิกฤติพลวัตที่กำลังถาโถมราวกับสึนามิ!! “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สื่อออนไลน์ด้านการเงินการลงทุนที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานถึง 17 ปี ทีมงานจึงอยากจะพาไปรู้จักและพูดคุยกับ “คุณพิมพ์รภัส ศิริไพรวัน” บรรณาธิการบริหารสำนักข่าว ว่ามีมุมมองต่อสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตอย่างไรบ้าง   

            1.ความท้าทายของธุรกิจสื่อในปี 2019

            ถ้าเทียบกับอสังหาฯ ก็เหมือนกับปี 2540 ที่เป็นยุคฟองสบู่แตก จะเห็นได้ว่าหลายๆ สื่อเริ่มลำบากมีการลดจำนวนนักข่าว มีการออกโครงการ  Early retire โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์กับสื่อทีวี เนื่องมาจาก 1.ภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซา ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และก็ 2.Digital Disruption ในธุรกิจสื่อผ่าน ทางเฟซบุ๊ก และเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า จึงทำให้ธุรกิจสื่อเริ่มที่จะอยู่ลำบาก โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ ที่มีต้นทุนคือกระดาษ รวมทั้งต้นทุนคงที่คือนักข่าวและพนักงานบริษัท ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจยังไม่เติบโตเต็มที่ และมาเผชิญกับ Digital Disruption ทำให้การขายโฆษณาลำบากมากขึ้นเพราะสื่อสิงพิมพ์หรือแม้แต่  สื่อทีวีเอง รายได้มาจากการโฆษณา

            “เพราะฉะนั้นพอโฆษณามันขายได้น้อยลง รายได้มันเข้ามาน้อยลง ในขณะที่รายจ่ายมันยังคงที่ บางที่รายจ่ายเพิ่มขึ้นด้วย อย่างทีวีดิจิทัลที่ประมูลกันมา มีรายจ่ายหลักๆ เลยคือค่าใบอนุญาต เมื่อตรงนี้ก็เริ่มแย่ลง ผู้บริหารก็ต้องแก้ปัญหาคือ เอาคนออก Early retire  เข้าโครงการ อะไรแบบนี้”

            ปี2562 จึงเป็นอีกปีที่ค่อนข้างจะยากลำบากสำหรับวงการสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์กับสื่อโทรทัศน์ ส่วนกรณีของสื่อออนไลน์ดั้งเดิมที่ทำอยู่แล้วคิดว่าอาจจะค่อนข้างลำบากน้อยหน่อย เนื่องจากว่ามันไม่มีต้นทุน เหมือนหนังสือพิมพ์คือกระดาษมันไม่เหมือนทีวีดิจิทัลที่ต้องมีค่าไลเซ่นส์ โดยต้นทุนมันเกิดจากการออนไลน์ มันถูกกว่า  อาจจะมีต้นทุนบ้างเล็กน้อย ก็คือต้นทุนของพนักงานหรือบุคลากร ซึ่งปัจจุบันนี้ สื่อดิจิทัล หรือว่าสื่อออนไลน์อื่นๆ เขาก็เริ่มปรับตัว ใช้คนให้น้อยลง หันมาใช้เทคโนโลยีให้มันคุ้มค่ามากขึ้น

            ปีหน้าเชื่อเลยว่ามันจะยากมากขึ้นเรื่อยๆ สื่อสิ่งพิมพ์เองจะทำอย่างไร ก็ต้องหันมาปรับตัว ทำสื่อออนไลน์มากขึ้น เพื่อที่จะทำให้คนเข้าถึง  เพื่อที่จะทำให้ตัวเองอยู่รอด จากเมื่อก่อนขายโฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์ก็ต้องไปหาโฆษณาจากสื่อออนไลน์ ซึ่งปีนี้การเติบโตของโฆษณาจากสื่ออออนไลน์กับสื่อหนังสือพิมพ์ หรือว่าสื่อทีวีเห็นได้ชัด ว่าสื่อออนไลน์การขายโฆษณาจะขายได้ดีกว่า เติบโตได้มากกว่า

            “ถ้าคุณไม่ปรับตัว  ไม่มีการปรับแต่งหรือว่าหาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม อันนี้ก็อยู่ยากเหมือนกันนะ เพราะว่าตอนนี้หลายๆ อย่างมันเริ่มเข้ามาใหม่หมดละ  เพราะฉะนั้นถ้าเรายังอยู่กับที่ เราไม่เดินหน้า เอาเป็นว่าบางทีอาจจะต้องวิ่ง อาจจะต้องกระโดดเลยด้วยซ้ำไป ถ้าแค่เดิน หรือแค่วิ่ง มันอาจจะไม่พอแล้ว"

            2.ทิศทาง-นโยบายของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยในปี 2019

            ทิศทางของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยในปีหน้า จริงๆ เราเริ่มตั้งแต่ปีนี้แล้ว เราเริ่มทำคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่เข้าถึงนักลงทุนมากขึ้น อย่างแรกเลยต้องบอกก่อนว่า อีไฟแนนซ์ไทย เกิดจากนักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้น นักลงทุนที่สนใจในเรื่องของหุ้น เรื่องของเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นคอนเทนต์ของเราหลักๆ เราก็ทำเพื่อซัพพอร์ตข่าวเศรษฐกิจ ข่าวตลาดหุ้น ทำให้ปีนี้เราก็เพิ่มคอนเทนต์ใหม่ๆ มาแล้ว อย่างเช่น คอนเทนต์หลักๆ ที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ เจาะลึกเรื่องของหุ้นรายตัวมากขึ้น หรือแม้แต่การรวบรวมข้อมูล ของหุ้นแต่ละตัวว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง  เพื่อให้ตรงใจของนักลงทุนมากขึ้นซึ่งในปีหน้าเราก็คงจะต้อง ต่อยอดคอนเทนต์ ที่มาจากปีนี้

            แต่สิ่งที่จะเพิ่มมากขึ้น อาจจะมีในเรื่องของการนำเสนอคอนเทนต์ด้วย “อินโฟกราฟิก” ทำให้คอนเทนต์อ่านง่ายขึ้น เข้าใจง่ายมากขึ้น คนสมัยนี้เขาอ่านหนังสือน้อยลง ไม่ชอบคอนเทนต์อะไรที่ยาวๆ เพราะว่าไม่มีเวลาที่จะต้องมานั่งอ่าน หรือมาทำความเข้าใจคอนเทนต์อะไรที่มันมีความยาวมากๆ สิ่้งที่เราจะทำคือ เราอาจจะ ย่อยข้อมูล และสื่อออกมาให้เขาเข้าใจง่ายๆ

            3.ผลิตภัณฑ์-คอนเทนต์ใหม่ๆ ในปี 2019

            ปีหน้าอีไฟแนนซ์ไทยก็น่าจะมี 1-2 คอนเทนต์ใหม่ เป็นการต่อยอดคอนเทนต์ที่ได้เริ่มแล้วในปีนี้ นอกจากนี้ เราก็น่าจะมีคอนเทนต์ในส่วนของ “คริปโตเคอเรนซี” ออกมาด้วย จริงๆ เรื่องของคริปโตเคอเรนซีมันเริ่มมีกระแสแรงในปีนี้แล้ว เพียงแต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาตลาดคริปโตมันค่อนข้างหวือหวา มันขึ้นไปสูงสุด แล้วมันก็ตกลงมาต่ำสุด อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเรา เราให้ความสำคัญเพราะมองว่าคริปโตเคอเรนซี ก็คือส่วนหนึ่งของการลงทุนเหมือนกัน

            นอกเหนือจาก คริปโตเคอเรนซี แล้ว ปีหน้าเรายังมีอีกตัวหนึ่ง ซึ่งน่าจะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ ก็คือ เรื่องของ การออม คือ การลงทุนในลักษณะของการออม ไม่ใช่ว่าแค่เก็งกำไรอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นการลงทุนในระยะยาวเผื่ออนาคต ซึ่งเรื่องของการออมบางคนอาจจะคิดไปแค่เรื่องการฝากเงิน เรื่องของการซื้อประกันชีวิต แต่จริงๆ แล้วยังมีการออมอีกมากมายหลายรูปแบบ

            “หลังจากนี้ไปเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ในเรื่องของการออมจะมีเข้ามาเรื่อยๆ อย่างเช่น ออมในกองทุนรวม เป็นต้น ซึ่งตอนนี้ในส่วนของรัฐบาลเองก็พยายามปลูกฝังให้ประชาชนรักการออมมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็น่าจะเป็นการจับกลุ่มผู้ลงทุน ผู้อ่าน หรือว่าแฟนคลับกลุ่มใหม่ๆ ของเราได้เพิ่มขึ้น”  

            4.จุดแข็งของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

            เราเป็นสื่อที่ให้บริการมายาวนาน ปีนี้เป็นปีที่ 17 และก็ปีหน้าจะ ก้าวสู่ปีที่ 18 เราเชื่อว่าความน่าเชื่อถือของเรา จุดแข็งของเรา ในเรื่องของการเสนอข่าวเรื่องของความรวดเร็ว  เรื่องของเนื้อหาที่ชัดเจน แม่นยำ และก็ตรงใจนักลงทุน ยังเป็นสิ่งเราสามารถเข้าถึงนักลงทุนได้อยู่

            ถ้าคนที่ติดตามเรามาตลอด ก็จะเห็นได้ว่าในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา เราเสนอข่าวอย่าง ตรงไปตรงมาตลอด  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตลาดหุ้น ตลาดเงิน หรือแม้แต่เรื่องของ Policy หลักๆ นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การลงทุน เราก็พยายามเสนอข่าว ด้วยความตรงไปตรงมา และก็มีประเด็นที่ชัดเจน  

            “เพียงแต่ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาอีไฟแนนซ์เองเราก็จำเป็นที่จะต้องมีการ ปรับคอนเทนต์ให้เข้ากับรูปแบบ ให้เข้ากับความทันสมัยของการเปลี่ยนแปลงของโลกการลงทุน และก็เชื่อว่าในปีต่อๆ ไป เราจะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้นักลงทุนได้อ่าน ได้ติดตามอยู่แล้ว”  

            5.ฝากถึงแฟนๆ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

            เชื่อว่าในส่วนของคุณภาพ การทำคอนเทนต์ การผลิตข่าวสารด้านการลงทุน เรายังคงให้ความสำคัญในเรื่องของความน่าเชื่อถือ ตรงประเด็น และเราพยายามที่จะพัฒนาคุณภาพของคอนเทนต์ให้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำข่าวสารที่ได้มาวิเคราะห์ หรือว่านำข้อมูลที่ได้มาเจาะลึกหาข้อมูลที่คิดว่านักลงทุนสนใจมากที่สุด มาทำให้เพิ่มมูลค่าของข่าวนั้นๆ

            สุดท้ายนี้ก็อยากให้นักลงทุนที่ติดตามอีไฟแนนซ์อยู่แล้ว ก็ติดตามกันต่อไป และก็นักลงทุนใหม่ๆ ที่เข้ามา อยากได้ข้อมูลอะไร ก็เข้ามาในเว็บไซต์ของเรา www.efinancethai.com เราก็ยังมีบริการข่าวสารตลอดเวลา

            “ก็อยากให้นักลงทุนเห็นว่า อีไฟแนนซ์ไทย เป็นตัวเลือกแรก  เวลาที่จะเข้ามาอ่านข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องการลงทุน”

 

 

   

 

 

 

 


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh