Special Interview

เปิดแผน THG ลุย M&A สร้างเครือข่าย-รุกบริการการแพทย์ครบวงจร

เปิดแผน  THG ลุย M&A สร้างเครือข่าย-รุกบริการการแพทย์ครบวงจร

      การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวสอดรับกับสถานการณ์ เพื่อให้เติบโตต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ที่อยากจะสร้าง New S-Curve ด้วยการซื้อกิจการ (M&A) เข้ามาเสริมทัพ ควบคู่การวางระบบเครือข่าย เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจและการให้บริการ 

     นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  THG ให้สัมภาษณ์ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า หลังศึกใหญ่ทุกคนจะต้องวิ่งหาพันธมิตร หาความเป็นเครือข่าย เป็นโอกาสของ THG ซึ่งเป็นผู้นำในระบบที่มีเครือข่ายอยู่แล้ว เวลามีวิกฤติ โรงพยาบาลที่อยู่เป็นเครือข่ายจะได้เปรียบมากกว่า ดังนั้นการลงทุนในระยะต่อไปจะเน้นลงทุนใน Brownfield (โรงพยาบาลสร้างแล้วเสร็จ) เป็นหลัก

 

 

*** วางงบฯ 1,500 ลบ.ลุยซื้อโรงพยาบาล

     บริษัทเดินหน้าลงทุนในการ M&A ในธุรกิจโรงพยาบาล  โดยปีนี้วางงบลงทุน  1,500 ล้านบาท คาดว่าในไตรมาส 3/65 จะได้ข้อสรุป 1 ดีล เป็นโรงพยาบาลในประเทศ ที่มีผลประกอบการเป็นกำไรอยู่แล้ว ที่เหลือจะทยอยสรุปภายในปีนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาโรงพยาบาลต่างจังหวัดอีก 1-2 ราย ตั้งเป้าปีนี้จะปิดดีลให้ได้ 2-3 ราย ด้วยงบลงทุนที่วางไว้

     นอกจากนี้ยังมองโอกาสจับมือพันธมิตรกลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีเครือข่าย จะมีความได้เปรียบมากกว่าโรงพยาบาลที่ไม่มีเครือข่าย (Stand alone) ทั้งด้านต้นทุน บุคลากร และการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้บริการ 

     "THG อยากจะสร้าง New S-Curve ด้วยการเข้าซื้อโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายจำนวนโรงพยาบาลในเครือ โดยไม่มีแผนขยายโรงพยาบาลใหม่เพิ่มเติม"

     ทั้งนี้ ยังคงแผนสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ โรงพยาบาลธนบุรี รังสิต มูลค่าลงทุน 2,700 ล้านบาท อยู่ระหว่างการออกแบบ ยื่นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุญาตการก่อสร้าง คาดเริ่มดำเนินการก่อสร้างต้นปี 66 และพร้อมเปิดดำเนินการในปี 68  

*** รุกธุรกิจใหม่ "ศูนย์บำบัดฟื้นฟูฯผู้ติดยาเสพติด"

     THG มีแผนเปิด “ศูนย์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด-ติดสุราเรื้อรัง” คาดเปิดดำเนินการ 2 แห่ง ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในปลายปี 65 โดยอยู่ระหว่างดำเนินการขอใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ในการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด มีเป้าหมายจับตลาดคนไข้ต่างชาติ และบริการลูกค้าคนไทยด้วย ทั้งนี้ บริษัทมองเห็นช่องการสร้างรายได้ใหม่จากตลาดผู้ป่วยที่ต้องการได้รับการบำบัดฟื้นฟูฯผู้ติดยาเสพติด เพื่อกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ โดยเฉพาะตลาดต่างชาติที่มีความต้องการรับการรักษาเรื่องดังกล่าวค่อนข้างมาก 

***ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ปีนี้คาดโอนห้องพัก 50 ยูนิต  

     สำหรับธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุ ภายใต้โครงการ "จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ " ที่พักอาศัยครบวงจรสำหรับผู้สูงวัย ปีนี้ตั้งเป้ายอดโอนจำนวน 50 ยูนิต ราคาขายยูนิตละ 5 ล้านบาท มูลค่ารวม 250 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปีนี้ทั้งหมด 250 ล้านบาท หรือราว 2% ของรายได้รวม ครึ่งปีแรกมียอดโอนแล้ว 24 ยูนิต
บริษัทอยู่ระหว่างกปรับกลยุทธการลงทุน จากเดิมที่มีแผนขยายเฟส 2 ในพื้นที่เดิม เนื่องจากมีแผนสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิต บนที่ดินหน้าโครงการ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้โครงการมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น เชื่อว่าจะเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นและดึงดูดลูกค้าที่จะตัดสินใจเข้ามาอาศัยในอนาคต

 

*** ตั้งเป้าเติบโตปีละ 15% หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด

     หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด ทิศทางการเติบโตของ THG ในปีถัดไป วางเป้ารายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไปเติบโต 15% ต่อปี ที่เหลือเป็นการเติบโตจากธุรกิจใหม่และธุรกิจอื่นๆ ซึ่งธุรกิจโรงพยาบาลมีโอกาสเรื่องการเปิดประเทศ โดยเฉพาะโรงพยาบาล ธนบุรี บำรุงเมือง เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เมื่อเปิดประเทศคนไข้ต่างชาติจะเพิ่ม จากปัจจุบันสัดส่วนคนไข้ต่างชาติของทั้งกลุ่ม THG อยู่ที่ราว 5% ถ้าธนบุรี บำรุงเมือง จะอยู่ที่ประมาณ 10-15% ตอนนี้เริ่มมีคนไข้จากประเทศกัมพูชา เมียนมา เพิ่มเข้ามาแล้ว
 
     ส่วนผลการดำเนินงานปีนี้คาดว่าดีต่อเนื่อง รายได้รวมเติบโต 20% แตะ 12,000 ล้านบาท  ภายใต้การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มีคงอยู่ต่อไป ส่งผลดีทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่ม สัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ 93% ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ยอดโอนโครงการที่อยู่อาศัย จิณณ์เวลบีอิ้งฯ 2% ส่วนที่เหลือเป็นธุรกิจอื่นๆ 

     "ตอนนี้มีโควิดสายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 และแนวโน้มผู้ติดเชื้อจะสูงสุดในเดือนส.ค.นี้ แม้ตัวเลขทางการไม่เพิ่มขึ้น แต่การตรวจคนไข้หน้างานเพิ่มขึ้น และการตรวจ ATK จากบ้านมีมากขึ้น ซึ่งปกติไตรมาส 3 โรงเรียนเปิดและหน้าฝนจะป่วยโรคทางเดินหายใจกันมาก และปีนี้มีโควิดผสม ส่งผลให้เตียงในโรงพยาบาลมีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ทั้งโรงพยาบาลธนบุรี 1,2 และธนบุรี บำรุงเมือง บวกกับ Hospitel ที่ยังเปิดให้บริการอยู่ทั้งปี การเติบโตของโรงพยาบาลทั่วไปคาดโต 15% แต่จะมีส่วนเพิ่มการเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลอื่น ผ่านการซื้อกิจการ ทำให้ภาพรวมเติบโตได้ถึง 20%" 

 ***คาดนำ Health Blockchain มาใช้ปลายปีนี้

      บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนา Health Blockchain การจัดเก็บข้อมูลสุขภาพ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาเป็นตัวช่วยในการจัดเก็บข้อมูล คาดอีก 6 เดือนจะนำออกมาใช้ ทำให้ข้อมูลลึกและปลอดภัยมากขึ้น จะสนับสนุนให้การรักษาแบบให้บริการปรึกษาแพทย์ทางไกล (Telemedicine)  ได้รับความนิยมและเติบโตมากขึ้น 
 ปัจจุบัน THG มีโรงพยาบาลในเครือที่เปิดให้บริการ 9 แห่ง เป็นโรงพยาบาลในประเทศไทย 8 แห่ง และในประเทศเมียนมา 1 แห่ง คือ โรงพยาบาล Ar Yu International Hospital เมืองย่างกุ้ง ยอดผู้ป่วยเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh