efinancethai

Special Interview

MCA ผู้เชี่ยวชาญกิจกรรมส่งเสริมการตลาด

MCA ผู้เชี่ยวชาญกิจกรรมส่งเสริมการตลาด

 

กลยุทธ์และจัดกิจกรรมทางการตลาด เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญเพื่อให้การดำเนินธุรกิจบรรลุเป้าหมาย และจากประสบการณ์มากกว่า 10 ปีของ "มาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย (MCA)" ผู้เชี่ยวชาญวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด และให้บริการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่ก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชน เตรียมการขายหุ้นไอพีโอ เพื่อเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

 

จากความเป็นมืออาชีพ และความสำเร็จของการเป็นผู้ให้บริการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดครบวงจรอันดับชั้นนำของตลาด "ภักดี เหล่างาม" หรือคุณโอ๊ต ซีอีโอ และ ผู้ก่อตั้ง ได้เปิดมุมมองธุรกิจอย่างน่าสนใจ รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

 

*** ผู้นำวางแผนการตลาดครบวงจร

MCA ถือเป็นผู้นำธุรกิจด้านแผนกลยุทธ์ทางการตลาด และการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดแบบครบวงจร โดยตลอดการทำธุรกิจมากว่า 10 ปี ธุรกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ โดยแบ่งการบริการออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

 

1.บริการจัดกิจกรรมทางการตลาดและดิจิทัล มีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น การจัดตั้งบูธสินค้า การจัดโรดโชว์สินค้า (Roadshow) หรือการจัดกิจกรรมทางการตลาด (Marketing Event) ซึ่งเป็นบริการหลักหนุนการเติบโต 2.บริการบรรจุและจัดส่งสินค้า 3.บริการพนักงานแนะนำสินค้า และ 4.บริการจัดเรียงสินค้า

 

***ธุรกิจมาแรงของ MCA คือ บริการจัดเรียงสินค้า

บริการจัดเรียงสินค้า ถือเป็นเรือธงของธุรกิจ เนื่องจากมีการเติบโตก้าวกระโดดมาก และมีโอกาสไปได้ไกล ซึ่งที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าตลาดมีโอกาสเติบโตได้อีก จากก่อนโควิด-19 ที่ไม่สนใจธุรกิจนี้เลย เพราะมองว่ามีข้อจำกัดเรื่องอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ที่น้อยกว่าบริการอื่นๆ แต่หลังจากเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 สามารถให้บริการในส่วนงานบริการจัดเรียงสินค้าแบบใช้ร่วมกัน (Shared Merchandiser) ได้ ทำให้สามารถบริหารจัดการกำไรตรงจุดนี้ได้เอง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นมา

 

สะท้อนจากรายได้ธุรกิจจัดเรียงสินค้าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เติบโตถึง 5 เท่า จากปี 62 ที่มีรายได้ 28 ล้านบาท ไปสู่ปี 65 กว่า 144 ล้านบาท และคาดว่ารายได้จากกลุ่มบริการจัดเรียงสินค้าจะเติบโตขึ้นมากที่สุดในกลุ่ม และจะเป็นหนึ่งในสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท

 

ส่วนธุรกิจอื่นๆ ทั้งบริการจัดกิจกรรมทางการตลาดและดิจิทัล หรือพนักงานแนะนำสินค้า ถือว่าเติบโตได้ดีเช่นเดียวกัน ตามอุตสาหกรรมที่โตเฉลี่ยปีละ 15%

 

*** "ผู้จัดจำหน่ายสินค้า" ธุรกิจใหม่ ต่อยอดจากความแข็งแกร่งเดิม

บริษัทมองเห็นโอกาสขยายธุรกิจไปสู่การเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributor) โดยเริ่มต้นโครงการนำร่อง (pilot project) ไปแล้ว 2 โครงการ ให้กับลูกค้ากลุ่มธุรกิจของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ คาดเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 นี้

 

ซึ่งเมื่อมีการขยายธุรกิจผู้จัดจำหน่ายสินค้าในหลากหลายแบรนด์มากขึ้นในอนาคต จะส่งผลให้บริษัทมีรายได้ที่เติบโตขึ้น และทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) จะสนับสนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นในอนาคต และเป็นส่วนสนับสนุนให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

 

**** พร้อมเติบโตตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ-โดดเด่นเหนือคู่แข่ง

เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้บริษัทต่างๆ มีค่าใช้จ่ายการตลาด ส่วนใหญ่จะใช้ในกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งตรงกับธุรกิจหลักของ MCA ซึ่งจะได้รับผลบวกจากแนวโน้มการฟื้นตัว และการเติบโตของอุตสาหกรรม ซึ่งมองภาพรวมตลาดยังเติบโตได้อีก และจะชัดเจนมากขึ้น หากรัฐบาลใหม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่โอกาสทางธุรกิจก็มีมากขึ้นในการขยายสู่ธุรกิจใหม่

 

"ธุรกิจนี้ปังแน่นอน ถ้าเศรษฐกิจไทยดี MCA ก็ยิ่งดี และหากรัฐบาลหนุนนโยบายในการกระตุ้นการใช้จ่าย MCA จะได้รับอานิสงส์เต็มๆ เพราะกล่มลูกค้าเราเป็น Consumer Products ที่อยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น กินใช้ในเมืองไทยเพิ่มขึ้น ลูกค้าอะไรก็ตามที่อยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคโต งานของเราก็โตด้วย เพราะงบด้านการตลาดแปรผันมาจากยอดขายที่ลูกค้าขายของได้"

 

นอกจากนี้มองว่า หลังเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว มีโอกาสทางธุรกิจเกิดขึ้นมากมาย ทั้งธุรกิจจัดเรียงสินค้า ที่สามารถบริหารธุรกิจในรูปแบบบริการแบบใช้ร่วมกัน ทำให้บริหารจัดการกำไรได้ สะท้อนจากรายได้ที่โต 5 เท่าภายใน 3-4 ปีที่ผ่านมา บ่งบอกว่าเรายังมีโอกาสเติบโตในช่องทางนี้ได้อีก

 

ส่วนธุรกิจผู้จัดจำหน่าย ซึ่งไม่ได้มองเพียงแค่เป็น Distributor แต่มีโอกาสได้งานกิจกรรมทางการตลาดและงานอื่นๆ เข้ามาสนับสนุนงานขายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต จึงเชื่อว่าเราจะสามารถเติบโตไม่ต่ำกว่าตลาดหรือคู่แข่งแน่นอน

 

มั่นใจว่า MCA มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่งในอุตสาหกรรม คือ มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการจัดกิจกรรมด้านการตลาดแบบครบวงจรได้มากกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรม และด้วยความใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอนของการให้บริการ ทำให้สามารถตอบโจทย์การทำกิจกรรมการตลาดได้ในหลายๆ ผ่านการส่งเสริมและวางกลยุทธ์ทางตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์

 

*** หลังเข้าตลาดหุ้น หนุนธุรกิจเติบโต

หลังระดมทุนเข้าตลาด เชื่อว่าโอกาสทางธุรกิจยังมีอีกหลายช่องทางที่เอื้อต่อการเติบโตในอนาคตได้อีกมาก ดังนั้นจึงตัดสินใจเข้ามาระดมทุนใน mai เชื่อว่าปังแน่นอน มองโควิดเป็น Game Changer ทำให้เห็นโอกาสการทำธุรกิจใหม่ๆ ที่คุยไว้แล้วอยากจะทำ ซึ่งงานพวกนี้เหมือนภูเขาน้ำแข็ง ที่อยู่เหนือน้ำเห็นนิดเดียว ทุกคนจะคิดว่าเป็นงาน Organize งานเชียร์ขายของ ซึ่งมีงานอีกเยอะมากที่หลายๆ คนอาจจะเห็นมันอย่างชัดเจน จึงมองว่าธุรกิจนี้มีโอกาสอีกกว้างใหญ่มาก ถ้านึกถึงใครไม่ออก ไม่รู้ว่าควรทำอะไร ให้นึกถึงเรา

 

สำหรับงานบริการ จุดเด่นในการมีความสัมพันธ์ที่ดีและบริการ สามารถวัดผลได้ตรงตามความต้องการลูกค้า ทำให้ฐานลูกค้าขยายตัวต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่เราต่างจากคู่แข่งคือ เราพร้อมรับ KPI การมุ่งสู่เป้าหมายไปพร้อมกับลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ และการวัดผลได้เป็นอีกเรื่องที่สร้างความแตกต่างให้เรา

 

"เราแตกต่างจาก Organize หรือ Agency เจ้าอื่นอย่างไร ทุกอย่างมี KPI วัดผลได้ เราไม่ได้วัดที่ความพอใจ ความ happy อย่างเดียว แต่ของเราวัดจาก KPI ด้านตัวเลขของมาร์เก็ตติ้ง ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นศักยภาพ"

 

ปัจจุบัน โครงสร้างรายได้ตามการให้บริการ ในปี 65 มาจากรายได้จากบริการจัดกิจกรรมทางการตลาดและดิจิทัลประมาณ 40% และรายได้จากพนักงานแนะนำสินค้า และบริการจัดเรียงสินค้ารวมกันประมาณ 60% โดยทุกบริการมี Recurring Income หรือลูกค้าประจำสม่ำเสมอ

 

สนับสนุนให้ผลการดำเนินการ 3 ปีย้อนหลัง (63-65) เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 63-65 มีรายได้จากการบริการรวม 235.62 ล้านบาท 224.07 ล้านบาท 372.65 ล้านบาท ตามลำดับ โดยปี 63-64 เกิดจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ขณะที่กำไรสุทธิ 0.73 ล้านบาท 2.74 ล้านบาท และ 16.51 ล้านบาท

 

สำหรับงวด 6 เดือนแรก ปี 66 มีรายได้จากการบริการรวม 210.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.72% (YoY) ตามการเติบโตของทั้ง 4 กลุ่มบริการ และกำไรสุทธิอยู่ที่ 12.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.57% (YoY) เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริการจัดกิจกรรมทางการตลาดและดิจิทัล จากการจัดกิจกรรมทางการตลาดช่วงเทศกาลสำคัญช่วงต้นปีซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

*** ระดมทุนขยายไปสู่ธุรกิจใหม่

การเข้ามา IPO ช่วยให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ที่อีกทั้งช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้ ทำให้หลังได้เงิน IPO ก็สามารถรับงานขนาดใหญ่ขึ้นได้ จากเดิมที่อาจเป็นข้อที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ ต้องจัดสรรเงินทุนที่มีอย่างจำกัด ซึ่งมีลูกค้าหลายรายที่บริษัทยอมไม่รับงานเพราะสเกลโครงการใหญ่ ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แต่หลังจากนี้ บริษัทพร้อมลุยงานสเกลใหญ่ขึ้น ซึ่งตอนนี้มาร์เก็ตติ้งโตตามอุตสาหกรรม ยังไม่ถึงจุดหวือหวาและมีอัพไซด์อีกมาก ประกอบกับเซอร์วิสใหม่ๆ ที่จะเพิ่มขึ้น หรือ Shared Service ในบริการจัดเรียงสินค้า และการเป็นผู้จัดจำหน่าย ทำให้โดยรวมเรามั่นใจจะโตสูงกว่าตลาดแน่นอน

 

เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ ในการเข้าไปเป็นผู้จัดหน่ายสินค้า นอกจากนี้จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างคลังสินค้า รองรับการลงทุนในสินทรัพย์ สำหรับการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายรูปแบบราว 50 ล้านบาท เช่น ยานพาหนะสำหรับการขนส่ง ซึ่งใช้สนับสนุนธุรกิจโลจิสติกส์และผู้จัดจำหน่ายสินค้า ซื้อที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับคลังสินค้าเพื่อใช้สนับสนุนธุรกิจผู้จัดจำหน่ายในอนาคต นอกจากนี้เพื่อใช้ในการชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินราว 20 ล้านบาท

 

*** หัวใจสำคัญ "เชื่อใจ วัดผลได้ มืออาชีพ"

หัวใจหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ MCA คือ “ความเชื่อใจ วัดผลได้ อย่างมืออาชีพ” เพราะเชื่อว่าระบบที่ดีจะสร้างผลงานที่มีคุณภาพ และทีมงานที่ดีจะสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า และสุดท้ายความเป็นมืออาชีพในธุรกิจการจัดการตลาดอย่างครบวงจร โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า

 

การที่เราดูแลแคมเปญทั่วประเทศให้กับลูกค้า ดูแลพนักงาน 1,000-1,500 คน ถ้าลูกค้าไม่มีความเชื่อใจเรามันจบเลย ดังนั้นความเชื่อใจ ความซื่อสัตย์จึงเป็นเรื่องแรกที่ลูกค้ามองหา และเวลาที่เกิดปัญหาเราจะช่วยแก้ไขในทันทีให้ผ่านไปได้ด้วยดี

 

"ธุรกิจบริการ ลูกค้าต้องมั่นใจ ส่วนตัวชอบมากลูกค้าที่มาตรวจสอบเรา มีรีพอร์ตตรวจสอบได้ และสุดท้ายความเป็นมืออาชีพ ครอบคลุมทุกอย่างแล้ว"

 

ท้ายสุด คุณโอ๊ต ได้ฝากถึงนักลงทุน อยากให้มองหุ้น MCA เป็นหุ้น Post Covid-19 มีจุดเด่นหลังโควิดกิจกรรมทางการตลาดเติบโตต่อเนื่อง ต้องบอกว่าพอหมดช่วงโควิด เราไม่ได้กลับไปเหมือนก่อนโควิดแน่นอน ยังมีบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเข้าไปทำอีกมาก และต่อยอดงานบริการเดิม ตอนนี้ถ้าเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดแบบครบวงจรในตลาดหลักทรัพย์ เราเป็นรายแรกที่ทำครบวงจรในอุตสาหกรรมทั้งหมด

 

อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจย่อมมีความเสี่ยง คือการแข่งขันเป็นคู่แข่ง แต่โดยส่วนตัวไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นความเสี่ยง มองเป็น Challenge มากกว่า เพราะการที่เรามีคู่แข่งเป็นการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ความเสี่ยงอีกอย่างเรื่องคน การควบคุมคุณภาพคน ซึ่งเราพยายามตรวจสอบให้มากที่สุด

 

อนึ่ง MCA มีผู้ถือหุ้นใหญ่ ประกอบด้วย บจก. บริษัท ภักดี 2019 โฮลดิ้ง ถือหุ้นสัดส่วนก่อน IPO 70% และหลัง IPO คงเหลือ 51.74 นายภักดี เหล่างาม ถือหุ้นสัดส่วนก่อน IPO 30% และหลัง IPO คงเหลือ 17.17%

 

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นของ บจก.ภักดี 2019 โฮลดิ้ง คือ นายภักดี เหล่างาม ถือ 99.99%, นายธราธิป เหล่างาม และนางสาวจงรัก ฐานิสโร ถือคนละ 0.01%


 

MCA อยู่ระหว่างเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) จำนวนไม่เกิน 60 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.09% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลัง IPO มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดธุรกิจให้บริการ (Service) โดยมี บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh