Special Interview

FSMART : เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ ในวันที่ไม่ใช่แค่ “ตู้เติมเงิน”

FSMART : เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ ในวันที่ไม่ใช่แค่ “ตู้เติมเงิน”

 

          “เดิมคนมองเราว่าเป็นตู้เติมเงิน เราจึงเปลี่ยนโมเดลให้เห็นว่า จริงๆ เราไม่ได้เป็นธุรกิจตู้ แต่เราเป็นธุรกิจทำเล” คุณณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ  FSMART  

          วงจรของธุรกิจ ย่อมมีช่วงเวลาของการเริ่มต้น การเติบโตและการจบรอบ ทำให้นักลงทุนระระยาว ต้องจับจังหวะและดูเทรนด์ใหญ่ประกอบกัน อีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ หุ้น FSMART

          เป็นที่น่าสนใจว่า จากหุ้นที่เคยมีอัตราการเติบโตเป็นเลขสองหลักในระดับ 40-50% ต่อปี ปัจจุบันโตเลขหลักเดียว แถมวันดีคืนดี ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ปรับพอร์ตขาย FSMART ออกมาอย่างหนัก ด้วยเพราะภาพการโตแบบเร้าใจไม่มีให้เห็นเหมือนแต่ก่อน    

          “ตู้บุญเติม” คือ ภาพลักษณ์ที่นักลงทุนคุ้นเคย เวลาเรียกชื่อ FSMART ซึ่งยืนหนึ่งในวงการธุรกิจเติมเงินมือถือมาตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เทคโนโลยีเปลี่ยน โลกเปลี่ยน น่าสนใจว่า FSMART วันนี้และในอนาคตมีหน้าตาอย่างไร? 

          “ณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี”  กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) จะมาบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ พร้อมเปิดแผนในระยะยาว กับโมเดลธุรกิจใหม่ ที่เขาบอกว่าทยอยทำไปตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว และที่กำลังจะทำเพิ่มอีกใน 3 ปีข้างหน้า   

          ตลาดมองว่า “ตู้บุญเติม” จะโดนดิสรัปจากเทคโนโลยี-พฤติกรรมคนเปลี่ยน  

          คุณณรงค์ศักดิ์ เล่าว่า หากเป็นเมื่อ 3 ปีก่อนอาจจะใช่ เพราะรายได้เกือบ 100% ของ FSMART มาจากบริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือประเภทเติมเงินล่วงหน้า (Pre-paid) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตู้บุญเติม” แต่บริษัทได้กระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่นตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว 

          ปัจจุบันเริ่มทยอยเห็นผล สะท้อนจากสัดส่วนรายได้ปัจจุบันที่มาจากบริการเติมเงินเหลือ 70% ที่เหลืออีก 30% เป็นรายได้จากธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่เติมเงินมือถือ ได้แก่ Banking Agent 20% และอีก 10% มาจากธุรกิจอื่นๆ 

          ผู้บริหารขยายความต่อว่า ธุรกิจที่ค่อนข้างมาแรงอย่าง Banking agent หรือการเป็นตัวแทนธนาคาร ให้บริการรับฝาก โอนเงิน บริษัทจะได้ค่าธรรมเนียมจากการทำรายการต่อครั้ง ซึ่งล่าสุด ณ เดือนกันยายน 2562 พบว่า มีธุรกรรมเข้ามาสูงถึงเดือนละ 1 ล้านรายการ 

          โดย FSMART ใช้จุดแข็งจากการที่มีจุดให้บริการ “ตู้บุญเติม” กว่า 1 แสนจุด เริ่มแรกร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย (KTB) ตามด้วยธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารออมสิน และล่าสุดธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมทั้งหมด 5 ธนาคาร (ณ เดือนกันยายน 2562) 

           “จากการที่เทคโนโลยีมันมา แล้วก็ตัว 5G หรือ IoT (Internet of Things) มา เราก็เปลี่ยนตัวเอง จากเดิมที่มองเราเป็นตู้เติมเงินมือถือได้อย่างเดียวและใช้เงินสด เราก็เปลี่ยนโมเดลให้เห็นว่าจริงๆ เราไม่ได้เป็นธุรกิจตู้ เราเป็นธุรกิจทำเล ที่มีเครือข่ายในการให้บริการ แสนกว่าจุด” 

         บริการที่ครบวงจรของ ตู้บุญเติม ปัจจุบันมีอะไรบ้าง 

          เขาฉายภาพให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ตู้บุญเติม เป็นเหมือนกับร้านสะดวกซื้อ แต่ต่างกันตรงที่ไม่ต้องใช้คนมาบริการ ไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าน้ำ ค่าไฟ ใช้เครื่องทำงานแทน และสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่า ตู้บุญเติม มาดิสรัป คนเสียด้วยซ้ำ ปัจจุบันแบ่งชนิดของตู้ออกเป็น 2 ประเภท คือ ตู้เล็ก กับ ตู้ใหญ่ 

          “กลุ่มตู้เล็ก” คือตู้บุญเติมเล็กๆ ที่เห็นแสนกว่าจุด ตู้เล็กนี้จะเน้นเรื่องของการเพิ่มบริการ แล้วก็อาจจะขายสินค้าเพิ่ม  เช่น เพิ่มบริการเป็น Banking Agent , ซื้อเกม , ดูดวง , ซื้อสติ๊กเกอร์ ล่าสุดขายเพลงด้วย ซื้อประกันได้ด้วย แล้วตรงขาตู้บุญเติม ก็ทำให้เป็นพื้นที่ขายซิมมือถือและรับลงทะเบียน (Sim Card & e-KYC) เริ่มจากค่าย AIS และจะมี DTAC และ TRUE ตามมา   

          “กลุ่มตู้ใหญ่” คือ ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) จะสามารถทำได้ 2 ฟังก์ชั่น คือ นอกจากขายขนม ขายอาหาร ขายน้ำได้แล้วจะสามารถเติมเงินได้ด้วย เช่น “บุญเติม เวนดิ้ง แมชชีน แอนด์ ท๊อปอัพ” ซึ่งตู้นี้จำหน่ายเครื่องดื่มและเติมเงิน บางตู้ก็จำหน่ายอาหารและเติมเงิน 

           ทราบมาว่าเรากำลังจะรุกสู่ธุรกิจการเงิน ด้วยการปล่อยสินเชื่อ  

           FSMART มองเห็นโอกาสที่จะสร้างรายได้จากการปล่อยสินเชื่อกับกลุ่มรากหญ้า หรือผู้มีรายได้น้อย ที่เข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารยากลำบาก ช่องว่างนี้คือฐานที่มั่นที่บุญเติม ใช้สร้างรายได้มาตลอด 10 ปี จากธุรกิจให้บริการเติมเงินล่วงหน้า เพราะหากสามารถตามเก็บหนี้ได้ ลดหนี้เสียให้มีน้อยที่สุด รายได้จะดีมาก ซึ่งความมั่นใจในการตามเก็บหนี้ เกิดจากการที่รู้จักพฤติกรรมลูกค้าเก่าเป็นอย่างดี  

          “เฟสแรก เราจะปล่อยให้กลุ่มที่เป็นพาร์ทเนอร์เราแสนกว่าคน แล้วก็ใช้วิธีการโอนเงินเข้าบัญชี แล้วก็ให้เขาผ่อน โดยมาจ่ายผ่านตู้ ซึ่งตู้ก็อยู่หน้าบ้านเขาอยู่แล้ว จะผ่อนรายเดือน ผ่อนรายสัปดาห์ ผ่อนรายวันยังได้เลย เพราะเราไม่มีต้นทุน เพราะตู้เราอยู่หน้าบ้าน” 

          พร้อมยกตัวอย่างว่า ธุรกิจปล่อยสินเชื่อกำไรดีหรือไม่อยู่ที่การบริหารหนี้ ถ้าปล่อยสินเชื่อโดยที่มีหนี้เสียน้อย กำไรจะดี ซึ่งตัวอย่างที่เห็นคือบริษัทในตลาดหุ้นที่ให้บริการสินเชื่อ กำไรดีทุกบริษัท แล้วหากทำได้ก็จะเป็นกำไรส่วนเพิ่ม และยิ่งทำได้ดีจนเป็นผู้นำในตลาดได้ มันคือการสร้าง  S Curve ตัวใหม่ให้กับ FSMART 

          “เราขอใบอนุญาตจากแบงก์ชาติไป 3 ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล  นาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ ซึ่งเราก็คาดหวังว่าปีนี้เราน่าจะได้ใบอนุญาต และเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ในช่วงท้ายๆ ปี นี่คือการที่เราพยายามนำจุดแข็งที่มีอยู่ ในการหารายได้ประเภทใหม่ๆ ” 

           จากโมเดลธุรกิจทั้งหมดที่เล่ามา คิดว่าจะใช้เวลากี่ปีถึงจะเห็นผล

          "ช่วง 1-3 ปีนี้มันเป็นช่วงพลิกตัว ที่เราพยายามจะรุกธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งแน่นอนธุรกิจใหม่ๆ มันต้องค่อยๆ เริ่ม ก็จะค่อยๆ เห็นความคืบหน้า แต่ช่วงแรกมันอาจจะยังไม่เห็นเป็นกอบเป็นกำนะครับ อาจจะต้องค่อยๆ เห็นใน 2-3 ปีนี้"

          คุณณรงค์ศักดิ์ มองว่า รายได้และกำไรจากธุรกิจเติมเงินมือถือไม่ได้หายไป เพียงแต่อุตสาหกรรมการเติมเงินมือถือไม่เติบโต บริษัทฯ จึงพยายามรักษายอดเติมเงินมือถือที่ผ่านตู้บุญเติมปีหนึ่งๆ ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากฐานลูกค้า 22 ล้านเบอร์หรือคน  แต่จะเพิ่มบริการใหม่ๆ เข้าไป เพื่อหารายได้เพิ่ม และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ  

          การเติบโตของกำไรในอดีตเป็นเลข 2 หลัก เพราะเริ่มจากฐานที่เล็กหลักร้อยล้านบาท แต่ปัจจุบันฐานรายได้หลักพันล้านบาท ทำให้อัตราการเติบโตเป็นเลขหลักเดียว แต่บริษัทฯ ก็พยายามรักษาการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี แม้ว่าจะโตแค่หลักเดียว แต่ก็ถือเป็นสถิตินิวไฮต่อเนื่อง     

          “ล่าสุดปีที่แล้วรายได้เรา 3 พันกว่าล้าน กำไรเรา 500 กว่าล้าน แน่นอนพอฐานมันใหญ่ อัตราการ Growth มันคง 40-50% เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ เราก็พยายามทำให้มันโตขึ้นเรื่อยๆ คือให้มัน Growth นิวไฮตลอด แต่การ Growth เปอร์เซ็นต์อาจจะแค่ Digit เดียว นอกเหนือจากว่า สิ่งที่เราทำ 3 ปีที่แล้ว หรือที่กำลังทำอีก 3 ปี มันออกดอกออกผล” 

          “ผมมองว่า 3 ปีถึง 5 ปีเติมเงินมือถือ อาจจะเหลือแค่ 50% อีก 50% ก็เป็นที่ไม่ใช่เติมเงินมือถือ แล้วมันก็จะโตมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เราไปทำทั้งหมดคือความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ  ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ พวกนี้ต้องบอกว่ายั่งยืน” 

          เรามีแผนจะทำสถานีชาร์จ EV ด้วย เราพร้อมแค่ไหนแล้ว

          สถานีชาร์จ EV ทำเสร็จแล้ว เนื่องจากว่าจุดแข็งของ FSMART คือการเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีโรงงานผลิตเอง ทั้งสถานีชาร์จรถยนต์  สถานีชาร์จรถจักรยานยนต์ และได้ทำแพลตฟอร์มเชื่อมโยงกันหมดแล้ว ทั้ง Mobile Application ระบบจ่ายเงิน ส่วนทำเลมีอยู่แล้วแสนกว่าจุด  หากจะติดตั้งก็สามารถเลือกทำเลติดตั้งได้เลย 

          “เราพร้อม Launch อยู่แล้ว รอแค่รถที่จะมาใช้บริการมันต้องเยอะ ไม่งั้นการเอาไปตั้ง มันมีแต่ค่าใช้จ่าย มันไม่มีรายได้เข้ามา คือ พอเราผลิตออกมา แน่นอนเอาไปตั้งปุ๊ป ค่าเสื่อมมาแล้ว”

          ส่วนโมเดลในการแบ่งรายได้ ก็เหมือนกับตู้เติมเงินบุญเติม กล่าวคือบริษัทเป็นเจ้าของ  ส่วนทำเลทั้งหมดจะเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ เมื่อมีกำไรก็จะแบ่งกันกับพาร์ทเนอร์ตามสัดส่วน  

          ถ้ามองในด้านการลงทุน FSMART  เป็นหุ้นแบบไหน

          เมื่อก่อน FSMART เป็น Growth  Stock กำไรโตเป็นเลข 2 หลักราว 40-50% ต่อปี แต่ปัจจุบันนี้ แม้ว่ากำไรอาจจะโตเลขหลักเดียว แต่ให้ปันผลสูงมียีลด์ราว 8-9% และจ่ายปีละ 2 ครั้ง มี Payout Ratio ถึง 80% นักลงทุนจึงน่าจะมองว่า FSMART เป็นหุ้นปันผล 

          นอกจากนี้ ในปีหน้าบริษัทน่าจะหมดภาระเงินกู้  จากเดิมมีประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท ลดลงมาเหลือ 200 กว่าล้านบาท และปีหน้าคงจะชำระได้หมด ดังนั้น เมื่อมีกำไรเข้ามาก็จะเหลือเป็นเงินสด แต่หนี้ไม่มี สะท้อนว่าบริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง 

           “ก็คงต้องรอในส่วนของธุรกิจใหม่ที่เราทำ พวกนี้ต้องใช้เวลา ผมว่าปีหน้า น่าจะเห็นเริ่มเห็นเป็นกอบเป็นกำขึ้นเพราะปีนี้เราทำหลายตัว แล้วก็เราทำในช่วงของครึ่งปีหลังด้วย ภาพปีนี้ตัวเลขจะไม่ได้วิ่งเข้าแบบชัดเจน ผมว่า  ปีหน้าเริ่มชัดขึ้น ปีต่อไปอีก 2 ปีก็จะชัดยิ่งขึ้น ตรงนั้นอาจจะพลิกตัวกลับมาเป็น Growth Stock เหมือนเดิมครับ” 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh