Special Interview

คอปเปอร์ ไวร์ด (CPW) ค้าปลีกไอทีช็อปหรู...กำลังจะเข้าตลาด

คอปเปอร์ ไวร์ด (CPW) ค้าปลีกไอทีช็อปหรู...กำลังจะเข้าตลาด

 

   “บางคนถามว่า ทำไมต้องทำร้าน .life (ดอทไลฟ์) ให้มันพิถีพิถัน วิลิศมาหรา  ทำไมไม่ทำให้มันง่ายๆ แบบโลว์คอสต์ ผมบอกมันไม่ได้..”

     ถ้าเรานึกอยากจะซื้อโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์สักเครื่อง หากไม่ซื้อออนไลน์ ก็แค่เดินไปที่ห้างสรรพสินค้า มุ่งตรงไปยังช็อปค้าปลีกอุปกรณ์ไอที แล้วเลือกซื้อตามกำลังและไลฟ์สไตล์ ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ทั้งการจัดร้าน การจัดกลุ่มสินค้า การบริการขอ'พนักงาน 

    ร้าน .life (ดอทไลฟ์) เป็นช็อปขายปลีก สินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตที่มีการจัดร้านเป็นเอกลักษณ์ค่อนข้างโดดเด่น และแตกต่าง หากมองเผินๆ อาจนึกไปได้ว่ามีความคล้ายกับช็อปเครื่องสำอางเลยทีเดียว 

      ร้านดอทไลฟ์ อยู่ภายใต้ บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW บริหารงานโดย “คุณใหญ่” ปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ซีอีโอ ผู้มีบุคลิกกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว ตามแบบฉบับของคนที่มีไลฟ์สไตล์ดิจิทัล เขาคือผู้ก่อตั้งธุรกิจนับถึงปัจจุบันก็เข้าสู่ปีที่ 19 และเขาเชื่อมั่นว่า ณ วันนี้ “มาถูกทางและถูกเทรนด์” 

     วันนี้เขาตัดสินใจจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น โดยจะเสนอขายไอพีโอ เพื่อนำเงินไปขยายสาขา ร้าน .life (ดอทไลฟ์) อะไรที่ทำให้เขามั่นใจและเชื่อมั่นในโอกาสเติบโตของ ธุรกิจค้าปลีกสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ 

     ถึงขนาดที่บอกกับเราว่า คอปเปอร์ไวร์ด นี่แหละคือ “ดาวดวงใหม่” ในวงการค้าปลีกไอที!      

***ทำธุรกิจค้าปลีกสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ 

     “ดอทไลฟ์นี่เราทำดิจิทัลไลฟ์สไตล์โพรดักส์ ส่วน iStudio เราขาย สินค้าแบรนด์ Apple แล้วเราก็ยังมีศูนย์บริการ Apple ชื่อว่า iServe ”

      เมื่อเริ่มต้นคุยกับซีอีโอถึงที่มาที่ไปของบริษัท ทำให้เราได้ทราบว่า คอปเปอร์ ไวร์ด นั้น ไม่ใช่บริษัทไอทีที่อายุไม่กี่ปีแล้วตัดสินใจระดมทุน ในทางกลับกัน คอปเปอร์ ไวร์ด มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึง 19 ปี กว่าที่จะมาถึงวันนี้ แล้วตัดสินใจระดมทุนในตลาดหุ้น  

    จุดเริ่มต้นมาจากร้านขายปลีกสินค้าแบรนด์ Apple ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ เมื่อปี 2543 และเมื่อ 10 ปีที่แล้วได้เปิดร้าน "ดอทไลฟ์" เนื่องจากเห็นแล้วว่าสมาร์ทโฟนเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คน และพวก Device ต่างๆ ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนก็มีมากขึ้น ทำให้เกิดไอทีโฉมใหม่ขึ้นมา และเกิดร้าน   "ดอทไลฟ์" เพื่อขายปลีกสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ 

     ปัจจุบัน บริษัทมีทั้งธุรกิจร้านค้าปลีก และค้าส่งสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ชั้นนำ  โดยค้าปลีกมีร้าน .life(ดอทไลฟ์) , ร้าน iStudio by copperwired ,ร้าน Ai_ และศูนย์บริการ iServe ส่วนค้าส่งดำเนินงานผ่านบริษัทย่อยที่ชื่อ บริษัท โคแอน จำกัด (KOAN)  

***กลุ่มลูกค้าหลากหลาย ชอบใช้ชีวิตแบบสมาร์ท

     “ลูกค้าเรา คือ กลุ่มที่ต้องการให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นโดยที่เอาพวกอุปกรณ์เทคโนโลยีมาช่วย”

      กลุ่มเป้าหมายของ "คอปเปอร์ ไวร์ด" ค่อนข้างกว้างมาก “คุณใหญ่” มองว่าเนื่องจากเทคโนโลยีมันใช้ง่ายมากขึ้น แถมยังมีความเสถียรกว่าอดีต ทำให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เข้ากับสมาร์ทโฟนมีมากขึ้น และไม่มีใครแก่เกินไปที่จะใช้ แม้กระทั่งผู้สูงอายุก็ชอบแชทไลน์ หรือเล่นเฟซบุ๊ก กดไลค์ กดแชร์ ดังนั้น กลุ่มลูกค้าจึงกว้างมากใครก็ได้ที่อยากให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยนำอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ หรือสินค้าที่เกี่ยวกับระบบการรักษาความปลอดภัยที่บ้าน เป็นต้น 

***กลุ่มของสินค้าแตกต่างจากค้าปลีกไอทีทั่วไป 

     “สินค้าที่ร้าน ค่อนข้างจะแตกต่างจาก Retail อื่นอย่างชัดเจน”

      บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด ขายสินค้าไอที สินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ซึ่งในตลาดก็ต้องมีรายอื่นที่ขายเหมือนกันอย่างที่เราเคยรู้จักและได้ยินชื่อ ได้แก่ COM7, JMART, IT city,J.I.B., TG Phone หรือของค่ายมือถือเองอย่าง AIS ,DTAC  เราจึงอยากทราบว่า ร้านดอทไลฟ์ ไม่เหมือนกับที่อื่นอย่างไร 

    “บางคนถามบอกว่า ทำไมต้องทำร้านให้มันพิถีพิถัน วิลิศมาหรา  ทำไมไม่ทำให้มันง่ายๆ แบบโลว์คอสต์ ผมบอกมันไม่ได้ เวลาพูดกับทีมงานผมบอกว่า พี่เข้าใจนะ cost มันเรื่องนึง แต่เวลาเราสร้างบ้าน เราไม่ทำบ้านเราน่าเกลียดอย่างแรกใช่ไหม เพราะเราอยู่เอง แต่บ้านหลังนี้มันไม่ใช่เราอยู่เองอย่างเดียวนะ เรามีแขกเข้ามาทุกวัน แขกเราต้องการเข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มันดี การบริการการตกแต่งร้าน การจัดวางสินค้า พวกนี้เป็นเรื่องอะไรที่เราพิถีพิถันมากๆ เลย มันสร้างความแตกต่างด้วย” 

     คุณปรเมศร์ เล่าต่อว่า นอกจากการจัดร้านอย่างพิถีพิถันแล้วกลุ่มของสินค้าที่นำมาจำหน่ายก็แตกต่าง โดยจะเป็นสินค้าไอทีกลุ่มใหม่ๆ ที่มีโอกาสเติบโตสูง เมื่อเทียบกับร้านค้าปลีกสินค้าไอทีแบบดั้งเดิมทั่วไป จะเป็นสินค้ากลุ่มเดิมๆ 

      “ถ้าร้านสินค้าไอทีทั่วไป เดินเข้าไปเราก็จะเห็น Mobile accessories เดินไปเราก็จะเห็น Mouse จะเห็น Keyboard เดินเข้าไปเราก็จะเห็น Storage ใช่ไหม พวกฮาร์ดไดรฟ์ เดินเข้าไปอีกเซคชั่นหนึ่งอาจจะเป็น Gaming มีตู้ Router อันนี้เป็น Category แบบเก่าๆ 

     แต่เวลาเราเดินเข้าไปร้าน ดอทไลฟ์ มันชัดเจนเลยว่า ดอทไลฟ์ จะแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Mobile Accessories เรื่อง Health Sport, Home and office Automation, Photo and Video เราเห็น Gaming & Toys เนี่ยมันชัดเจนแล้วว่าเราแบ่ง Category ยังไง”  

***คุมต้นทุนได้ เพราะนำเข้าสินค้าเอง 

     “เราต้องการที่จะคอนโทรลราคาในตลาด เราต้องการคอนโทรลราคาที่มันอยู่บนเชลฟ์” 

      เมื่อมองในภาพใหญ่ คือ บริษัทคอปเปอร์ ไวร์ด จะเห็นว่า Business Model จะแตกต่างจากบริษัทค้าปลีกทั่วไป เนื่องจาก คอปเปอร์ ไวร์ด ทำธุรกิจค้าส่งด้วยโดยดำเนินงานผ่านบริษัทย่อยที่ชื่อ โคแอน (KOAN)  เพื่อที่จะคัดเลือกสินค้านำเข้ามาขายเอง โดยไม่ต้องเสียเวลารอจากผู้นำเข้ารายอื่น ซึ่งอาจใช้เวลาและไม่สามารถควบคุมราคาได้ นอกจากนี้ยังได้ขายส่งให้กับผู้ประกอบการค้าปลีก รายอื่นๆ นำไปจำหน่ายต่ออีกด้วย 

     “เราต้องการที่จะคอนโทรลราคาในตลาด เราต้องการคอนโทรลราคาที่มันอยู่บนเชลฟ์ คือต้องทำให้มั่นใจได้ว่า เมื่อลูกค้าหยิบของขึ้นมาแล้วไปเช็คราคาบนอินเตอร์เน็ต ราคาของของเราต้องไม่ต่างกับเมืองนอก ต้องไม่ถึงขนาดว่าโอ้โห ฉันไปหิ้วจากเมืองนอกคุ้มกว่า” 

***ระดมทุนขยายสาขาใหม่ ปรับปรุงสาขาเดิม 

     “การระดมทุนรอบนี้ หลักๆ คือนำเงินไปขยายสาขาใหม่ และปรับปรุงสาขาเดิม เพื่อสร้างฐานธุรกิจ” 

      ร้าน iStudio ตอนนี้เริ่มลงตัวแล้วคงไม่ต้องปรับปรุงอะไร ส่วนการขยายสาขาจะน้อยลงเพราะตอนนี้ร้าน iStudio ค่อนข้างมากในประเทศไทย แต่ร้านดอทไลฟ์จะทำทั้งการปรับปรุงและการขยายสาขา ปัจจุบันมี 20 สาขาทั่วประเทศในกรุงเทพฯ แต่ยังมีอีกหลายที่ที่จะต้องขยายไป เพราะมันยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

***ปีนี้คาดว่ารายได้จะโตไม่ต่ำกว่า 20% 

      “ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง และปีนี้ก็คาดว่ารายได้จะโตไม่ต่ำกว่า 20%”

      เมื่อเห็นภาพรวมธุรกิจกันไปแล้ว เราก็อยากทราบว่ากำไรของบริษัททำได้ดีขนาดไหน เพราะยิ่งทราบว่ามีการนำเข้าสินค้ามาขายเอง ควบคุมต้นทุนได้เอง แถมยังขายส่งให้รายย่อยเจ้าอื่นอีก ซึ่งคุณใหญ่ ตอบว่า 

    “ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาทั้งรายได้ และผลกำไรของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ก็คิดว่ารายได้จะโตไม่ต่ำกว่า 20%” 

      ข้อมูลจากไฟลิ่งของบริษัท แจ้งไว้ว่า คอปเปอร์ ไวร์ด มีกำไรในงวดปี 59-61  อยู่ที่ 16.22 ล้านบาท, 63.35ล้านบาท และ 83.18 ล้านบาท ตามลำดับ  

      ซีอีโอ ฉายอนาคตธุรกิจว่า มั่นใจว่ารายได้จะโตตามที่คาดเพราะจับกลุ่มสินค้าที่มีอนาคต คือ กลุ่มสินค้าที่เป็นลักษณะ IoT (Internet of Things) จะเห็นได้ว่าพอสมาร์ทโฟนเริ่มมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น อุปกรณ์ที่นำมาเชื่อมต่อจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ยิ่งอนาคตเป็น 5G การเชื่อมต่อจะยิ่งลื่นไหล

     “ปัจจุบันนี้เรากำลังอยู่ในเรียกว่ากลุ่มสินค้าที่กำลังเติบโต พอเรามาดูตลาดโดยรวมของประเทศไทยแล้ว คนที่เข้ามาทำตรงนี้อย่างเต็มตัว อย่างจริงจังมันน้อยมาก มีแต่คนลองผิดลองถูก ลองนิดลองหน่อย เพราะฉะนั้นจะหาคนที่ทำธุรกิจแบบเราอยู่ปัจจุบันนี้มันยังไม่มี” 

***อยู่ในตลาดบลูโอเชียน โอกาสโตมีอีกมาก

     ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตอบเราด้วยความตื่นเต้น เมื่อเราถามถึงมูลค่าตลาดและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ โดยเฉพาะปัจจัยส่งเสริมในเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัลที่นับวันจะมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วไป   

    “ตอนนี้ผมบอกได้อย่างนี้ ผมไม่รู้ว่ามันจะโตไปขนาดไหนนะ แต่ผมเชื่อว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในจุดที่เรียกว่ากำลังเริ่มต้นเลยล่ะ มันเป็น Star แล้วเรากำลังจะอยู่ตรงนี้นะครับ ถามว่าโตไปถึงไหนเนี่ย โอ้โห! ผมว่าโอกาส มันเยอะมากสำหรับกลุ่มนี้ มันยังไม่ใช่ Red Ocean อันนี้คือความสวยงามของธุรกิจเราเลย เรากำลังอยู่ในธุรกิจที่เรียกว่ากำลังเติบโตสูง เป็น segment ที่ยังเป็น Blue Ocean อยู่”  

***New Star ของยุคนี้ สำหรับค้าปลีกไอที 

     “คอปเปอร์ ไวร์ด มีแนวทางในการเติบโตอย่างชัดเจน และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง...ถ้าถามว่าทำไมถึงน่าลงทุน ผมว่าคอปเปอร์ ไวร์ด เป็น New Star ของยุคนี้เลยในแง่ของ Retail”

      เราจบท้ายด้วยคำถามสั้นๆ ว่า “ทำไมต้องซื้อหุ้นคอปเปอร์ ไวร์ด”  

      ซีอีโอ อธิบายว่า เอาแค่เรื่องความประทับใจแรกพบ มันก็น่าตื่นเต้นแล้วเมื่อลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมาที่ร้านแต่เมื่อได้เดินเข้ามาในร้าน ดอทไลฟ์ ลูกค้าจะรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกมีชีวิตชีวา กับบรรยากาศของร้านและสินค้าในร้าน เพราะได้ตกแต่งอย่างพิถีพิถัน คัดสรรสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและแตกต่าง จึงสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าได้   

     ส่วนพื้นฐานทางธุรกิจ คอปเปอร์ ไวร์ด มีแนวทางในการเติบโตอย่างชัดเจน และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ด้วยวิสัยทัศน์ที่เห็นว่าสิ่งที่กำลังทำนี้มาถูกทางและถูกเทรนด์ของโลก บริษัทกำลังอยู่ใน Category ที่มันเติบโต ไม่ได้เดินสวนกระแส 

     “เรามีทั้ง Fundamental ที่จะมา support เรื่องนี้ เรากำลังจับในกลุ่มที่ถูก เรากำลังจะเข้าตลาดหุ้น เรื่องเหล่านี้พอมาผนวกรวมกัน เราเห็นว่าบริษัทเรา เป็นบริษัทที่มีอนาคตแน่นอน ถ้าถามว่าทำไมถึงน่าลงทุน ผมว่าคอปเปอร์ ไวร์ด เป็น New Star ของยุคนี้เลยในแง่ของ Retail”







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh