Special Interview

โออาร์ ชูโมเดลรุก “ค้าปลีก” บนแพลตฟอร์มธุรกิจน้ำมัน

โออาร์ ชูโมเดลรุก “ค้าปลีก” บนแพลตฟอร์มธุรกิจน้ำมัน

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR) บริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่นักลงทุนต่างก็เฝ้าจับตาว่าจะเข้าจดทะเบียนได้ช่วงใด เพราะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ของประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ทำให้นักลงทุนต่างก็ติดตามว่าจะได้มีโอกาสเป็นเจ้าของหุ้นบิ๊กแคปตัวนี้ได้เมื่อไหร่   

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” จะพาไปทำความรู้จักกับ โออาร์ แบบละเอียด ทั้งธุรกิจหลัก ธุรกิจรอง ที่มาที่ไปของบริษัท รวมถึงกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ถึงโอกาสในการเติบโตของหุ้น “OR”

โดยผู้บริหารที่ร่วมให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ คือ “คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ “คุณพิจินต์ อภิวันทนาพร” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารการเงิน และ “คุณสุชาติ ระมาศ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก  

***40 ปีในวงการน้ำมัน

"เราไม่ใช่น้องใหม่ ทั้งทางด้านธุรกิจ ทั้งด้านของผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงผู้บริหารและพนักงาน เราอยู่ในแวดวงนี้มากว่า 40 ปี เดิม โออาร์ คือหน่วยธุรกิจน้ำมันของ ปตท. เราก่อกำเนิดมาพร้อม ปตท. หลายท่านอาจจะเกิดไม่ทันสถานีบริการน้ำมันในชื่อแบรนด์สามทหาร จนกลายมาเป็นแบรนด์สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ในปัจจุบัน" คุณจิราพร เริ่มต้นเล่าถึงประวัติของ โออาร์  

"จาก 40 ปีนั้น เราก็ได้ลงทุนในธุรกิจที่หลากหลาย นอกเหลือไปจากธุรกิจน้ำมัน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักเมื่อตอนที่เราเริ่มเกิดเป็นหน่วยธุรกิจน้ำมันของ ปตท. เรามองว่า ช่องทางที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคคงไม่ได้มีแค่เรื่องน้ำมัน เมื่อเข้ามาที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ผู้บริโภคก็ย่อมต้องการความสะดวกสบาย เราจึงเริ่มลงทุนในธุรกิจทางด้าน Non-Oil เพิ่มขึ้น

จากโมเดลธุรกิจที่เดิมเน้นด้านน้ำมัน โออาร์ ได้พัฒนามาเป็นแพลตฟอร์มที่ผสมผสานธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกเข้าด้วยกัน ซึ่งโมเดลธุรกิจดังกล่าวนี้ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยปัจจุบัน โออาร์ มีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station จำนวนกว่า 1,900 สถานีทั่วประเทศไทย และมีร้าน Café Amazon จำนวนกว่า 3,400 สาขาในประเทศไทยและในต่างประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563)

จากความสำเร็จดังกล่าว ปตท. ก็เล็งเห็นว่า การปรับโครงสร้าง ปตท. ให้หน่วยธุรกิจน้ำมันออกมาเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะเป็นโอกาสในการที่จะทำให้เกิดความเข้มแข็งในเรื่องของการขยายธุรกิจมากขึ้น

 ***แยก โออาร์ เป็นแกนนำธุรกิจ Oil และ Non-Oil

1 กรกฎาคม 2561 ปตท. จึงปรับโครงสร้างโดยการ "นำหน่วยธุรกิจน้ำมันแยกออกมาเป็นบริษัทใหม่"  และใช้ชื่อว่า “บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)” หรือ โออาร์

บทพิสูจน์ของ โออาร์ ถ้าหากว่าเป็นเรื่องสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เราก็มีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับ มากว่า 23 ปีต่อเนื่อง ถ้าเป็นก๊าซหุงต้มที่เราจะเห็นตามครัวเรือน ตามบ้านที่เป็น ก๊าซหุงต้ม ปตท. มาร์เก็ตแชร์ของเราเป็นอันดับ มากว่า 26 ปี และน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants มาร์เก็ตแชร์ก็เป็นที่หนึ่งมากว่า 10 ปี นอกจากความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการแล้ว โมเดลเรื่องการเป็นแพลตฟอร์มที่มีทั้ง Oil และ Non-Oil ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี” คุณจิราพร ระบุ

สำหรับร้าน Café Amazon ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 3,400 สาขาในประเทศไทยและต่างประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) และมีจำนวนสาขามากเป็นอันดับ 6 ของโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) 

ณ สิ้นปี 2562 ยอดขาย Café Amazon ทั้งปีกว่า 263 ล้านแก้วในประเทศไทย ถ้ารวมต่างประเทศเป็นกว่า 285 ล้านแก้ว (Café Amazon มียอดขายเป็นอันดับ ในประเทศไทยและกัมพูชา) โดย 9 เดือนแรกของปี 2563 ยอดขายเติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปี 2562

***ปัจจุบัน โออาร์ มี 3 กลุ่มธุรกิจ น้ำมัน-ค้าปลีก-ตปท.   

1.กลุ่มธุรกิจน้ำมัน (มีสัดส่วน EBITDA (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2563 เท่ากับ 68.7% และสัดส่วนรายได้ (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2563 เท่ากับ 90.8%) ประกอบไปด้วยการค้าน้ำมันในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ เช่น การขายน้ำมันอากาศยานและน้ำมันเตาสำหรับเรือขนส่ง การขายน้ำมันให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม การขายน้ำมันหล่อลื่น และก๊าซปิโตรเลียมเหลว โดยกลุ่มธุรกิจนี้มี EBITDA MARGIN (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 3% 

2.กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ หรือธุรกิจ Non-Oil (มีสัดส่วน EBITDA (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2563 เท่ากับ 25.1% และสัดส่วนรายได้ (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2563 เท่ากับ 3.8%) พระเอกของ โออาร์ ประกอบไปด้วย ร้าน Café Amazon และแบรนด์ร้านค้าปลีกอื่นๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการให้บริการเช่าพื้นที่ภายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station โดยกลุ่มธุรกิจนี้มี EBITDA MARGIN (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 26%  

3.ธุรกิจต่างประเทศ (มีสัดส่วน EBITDA (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2563 เท่ากับ 5.8% และสัดส่วนรายได้ (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2563 เท่ากับ 5.0%) ซึ่งจากความสำเร็จของคุณภาพของสินค้าและบริการ ทำให้ โออาร์ มุ่งขยายธุรกิจไปยังประเทศแถบนี้ ปัจจุบัน โออาร์ ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศรวม 10 ประเทศ โดยกลุ่มธุรกิจนี้มี EBITDA MARGIN (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 4%

***เติบโตแบบ Inorganic ด้วยโมเดล 80/20 

"โออาร์ ไม่ใช่จะเติบโตจากการขยายสาขาตามปกติเท่านั้น แต่เรายังได้ขยายแบบร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์หรือไปแบบ Inorganic อีกด้วย เพราะเรามองว่า 1+1 มากกว่า 2"  

ดังนั้นรูปแบบธุรกิจของ โออาร์ ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยหรืออยู่ในต่างประเทศ ทั้งสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้าน Café Amazon จะใช้หลักการ "เติบโตไปด้วยกันด้วยโมเดล 80/20 กล่าวคือ โออาร์ จะเป็นเจ้าของและดำเนินการเองประมาณ 20% ส่วนอีกประมาณ 80% จะเน้นให้เป็นการดำเนินการของดีลเลอร์หรือในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยที่ โออาร์ ทำหน้าที่ในการพัฒนาสินค้าและบริการ รวมถึงช่วยทำการตลาด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมเติบโตไปกับ โออาร์

***เตรียมขาย IPO รอภาวะตลาด และการมีผลบังคับใช้ของหนังสือชี้ชวน 

เมื่อปรับโครงสร้างออกมา โออาร์ ก็เข้าสู่กระบวนการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยยื่นไฟลิ่งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563 และได้รับการอนุมัติคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่จากสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563  ส่วนจะเสนอขายหุ้น IPO เมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการมีผลบังคับใช้ของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนของ โออาร์

***หลังเข้าตลาดหุ้นยังมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่แข่งขันได้-คล่องตัวสูง 

ปัจจุบัน ปตท. ถือหุ้นใน โออาร์ เกือบ 100% ภายหลังจากการเสนอขายหุ้น IPO ปตท. จะเหลือสัดส่วนหุ้น 75% ดังนั้น โดยหลังการ IPO โออาร์ จะยังมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งนักลงทุนอาจมองว่า โออาร์ จะมีความสามารถในการแข่งขันและคล่องตัวสู้เอกชนรายอื่นหรือไม่ ทั้งนี้ หากเทียบกับเอกชนรายอื่น สำหรับธุรกิจน้ำมัน โออาร์ คือผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เหมือนกับ เชลล์ เอสโซ่ บางจาก คาลเท็กซ์ และพีทีจี ซึ่งในประเทศไทยมี 40 กว่าราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความเป็นรัฐวิสาหกิจไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการทำธุรกิจและการขยายธุรกิจของ โออาร์ แต่อย่างใด

ยกตัวอย่างการขยายธุรกิจใน 2 ปีที่ผ่านมา โออาร์ เข้าลงทุนใน  Flash Express โดยถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 10% และล่าสุด โออาร์ ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกาแฟอย่างครบวงจรในไทย ภายใต้แบรนด์ Pacamara 

นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้ไปตั้งบริษัทย่อยที่ประเทศจีน เพื่อทำธุรกิจทางด้านน้ำมันหล่อลื่นและร้าน Café Amazon และยังได้ร่วมทุนกับกลุ่มเซ็นทรัลคือ CRG เปิดบริษัทร่วมทุนเพื่อทำธุรกิจ Café Amazon ที่ประเทศเวียดนาม

แม้ว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ โออาร์ ยังคงขยายธุรกิจได้ตามแผน ทั้งสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ก๊าซหุงต้ม ปตท. และน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ยังมีมาเก็ตแชร์อันดับ มาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็สามารถขยายการลงทุนได้คล่องตัวมากขึ้นจากการที่มี Partner เข้ามาร่วมลงทุน” 

***ส่องธุรกิจอนาคต ค้าปลีกคือ Stars - น้ำมันเป็น Cash Cow 

ธุรกิจน้ำมัน โออาร์ มีแผนจะขยายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ในไทยปีละประมาณกว่า 100 สาขา ส่วนอัตราค่าการตลาดไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และมีโอกาสเติบโตไปตามภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจน้ำมันจึงยังเป็น  Cash Cow ของกลุ่มที่ยังสามารถทำรายได้ให้กับ โออาร์ ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ที่เป็นพระเอกคือธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ

"ธุรกิจน้ำมัน ต้องถือว่าเป็น Cash Cow ของเรา หากมองในเรื่องของอัตรากำไรหรือค่าการตลาด เรามองว่าในอนาคต ค่าการตลาดคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะว่า 3-4 ปีที่ผ่านมาค่าการตลาดในประเทศไทยก็ค่อนข้างเสถียร แต่สิ่งที่สร้างกำไรให้กับทางด้านธุรกิจ  ตัวที่ทำอัตรากำไรให้มากก็คือธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ หรือ Non-Oil" 

"จะเห็นได้ว่าในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เรามีร้านค้าสะดวกซื้อ มีร้าน Café Amazon และการให้บริการเช่าพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งเป็นรายได้หลักของคนที่ทำสถานีบริการน้ำมัน PTT Station อัตรากำไรจะมาจากธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ มากกว่าสถานีบริการน้ำมัน"  

ธุรกิจ Non-Oil ร้าน Café Amazon มีสาขากว่า 3,100 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็นในสถานีบริการน้ำมันประมาณ 1,900 สาขา และนอกสถานีบริการน้ำมันประมาณ 1,200 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) จึงมองว่ามีโอกาสขยายได้อีกมาก เพราะพฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนจากกาแฟสำเร็จรูปมานิยมกาแฟสดมากขึ้น 

สถิติพบว่าคนไทยบริโภคกาแฟคนละประมาณ 1.2 กิโลกรัมต่อปี แต่ประเทศเพื่อนบ้านอยู่ประมาณ 1.5 ถึง กิโลกรัมต่อปี ดังนั้น โอกาสให้ทำตลาดกาแฟจึงมีอีกมาก ปัจจุบัน มีผู้สนใจขอรับสิทธิแฟรนไชส์ร้าน Café Amazon เดือนละประมาณ 400 ราย มูลค่าตลาดร้านกาแฟโดยรวมเกือบ ๆ 40,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562)” คุณสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก  กล่าวเสริม 

***แผนลงทุน ปี (2564-2568) 7.7 หมื่นลบ. รุก Non-Oil - ตปท.

คุณพิจินต์ อภิวันทนาพร” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารการเงิน  เล่าถึงแผนการลงทุนใน 5 ปีข้างหน้าว่า ตั้งงบไว้กว่า 7.7 หมื่นล้านบาท มีรายละเอียดของสัดส่วนการใช้เงินลงทุน ดังนี้ 

(1) ธุรกิจน้ำมัน (ใช้เงินลงทุน 34%)  มีแผนจะขยายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ให้เป็นกว่า 2,500 สถานีในประเทศไทยภายในปี 2568 จากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 1,900 สถานี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563)

(2) ธุรกิจ Non-Oil (ใช้เงินลงทุน 17%) มีแผนขยายสาขาร้าน Café Amazon ให้เป็นกว่า 5,200 สาขาในประเทศไทย จากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 3,100 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563)

(3) ธุรกิจต่างประเทศ (ใช้เงินลงทุน 21%) จะขยายสถานีบริการน้ำมันในต่างประเทศจาก 329 สถานี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) เป็นกว่า 650 สถานี และขยายสาขาร้าน Café Amazon จาก 272 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) เป็นกว่า 550 สาขาภายในปี 2568

(4) ธุรกิจอื่นๆ (ใช้เงินลงทุน 28%) มีแผนขยายไปยังธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New s-curve และทำดีล M&A

จากสัดส่วนการลงทุน จะเห็นได้ว่าเราให้ความสำคัญกับการลงทุนใน Non-Oil กับต่างประเทศมากขึ้น โดยที่ยังเก็บความแข็งแกร่งของธุรกิจน้ำมันไว้อยู่ เราให้เงินลงทุนน้ำมันที่ 34% เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจน้ำมันเป็นแพลตฟอร์มให้ธุรกิจอื่น ๆ เข้าไปเติบโตด้วย เพราะโดยธรรมชาติของธุรกิจน้ำมัน อัตรากำไรต่ำมาก นั่นเป็นเหตุผลหลักเลยในอดีตที่ทำไมถึงเอาธุรกิจ Non-Oil เข้ามาผสมด้วย เพราะทำให้มันสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้น

โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟ ยังไม่อิ่มตัวแน่นอน เพราะจำนวนแก้วที่จำหน่ายได้ของ Café Amazon เติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 20% ระหว่างปี 2560 – 2562 และ 9 เดือนแรกของปี 2563 นี้ก็ยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วแม้เจอสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากการเติบโตจากการขายกาแฟแล้ว โออาร์ มองว่ายังมีโอกาสในการขายสินค้าอื่น ๆ ในร้าน Café Amazon ด้วย เช่น "เบเกอรี่" ที่อยู่ระหว่างการลงทุนก่อสร้างโรงงานเบเกอรี่ส่วนกลาง

การก่อสร้างโรงงานเบเกอรี่ส่วนกลาง หมายความว่า โออาร์ วางแผนจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากเบเกอรี่ที่อยู่ในร้าน Café Amazon อีกทั้งการก่อสร้างโรงงานผงผสมเครื่องดื่มจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรในธุรกิจ Non-Oil ได้ เพราะการที่ลงทุนในธุรกิจต้นน้ำอย่างการสร้างโรงงานผลิตเอง จะทำให้ต้นทุนลดลงและช่วยเพิ่มอัตรากำไรได้มากยิ่งขึ้น”

  ***เงินลงทุน 28% ลงใน New s-curve  

จุดแข็งของ โออาร์ คือการมีมีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ครอบคลุมกว่า 1,900 สถานีทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) ทั้งในชุมชน ตัวเมือง และยังมีร้าน Café Amazon นอกสถานีบริการน้ำมัน อีกประมาณ 1,200 สาขาในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) จากการเก็บข้อมูลพบว่ามียอดผู้เข้าใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน PTT Station วันละประมาณ 3 ล้านคน และจากข้อมูลอินไซด์ของผู้บริโภคผ่านสมาชิกบัตร Blue Card ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตอบสนองและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคแบบรายบุคคล ผ่านเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก Big Data Analytic จึงมองว่ามีโอกาสทางธุรกิจในการลงทุนด้วยตัวเองหรือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค  

***แผนขยายงานในต่างประเทศ

1.กัมพูชา ทั้งสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้าน Café Amazon ผู้บริโภคนิยมมาก ถ้าเป็น ร้าน Café Amazon มีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับ 1 ในกัมพูชาทั้งในแง่ของรายได้และจำนวนแก้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) แล้วก็ยังมีผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็นแฟรนไชส์อีก สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ก็เช่นกัน เพราะเศรษฐกิจกัมพูชากำลังเติบโต 

2.ลาว จะมีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้าน Café Amazon เป็นตัวหลัก โดยที่ยังมีโอกาสทางธุรกิจที่เป็นทางด้าน Non-Oil อื่น 

3.ฟิลิปปินส์ เร่งขยายธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ส่วน Non-Oil ก็เริ่มที่จะปรับรูปแบบของร้าน Café Amazon ให้เข้ากับวัฒนธรรมของคนที่ฟิลิปปินส์ เพราะว่าในร้านสะดวกซื้อหรือร้านกาแฟที่นิยมให้มีอาหารหนักอยู่ในร้านด้วย 

4.จีน มี 2 ธุรกิจ คือ น้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants และร้าน Café Amazon โดยเปิดที่เมืองหนานหนิง 2 สาขา ซึ่งที่ประเทศจีนตอนใต้มีรสนิยมและวัฒนธรรมคล้ายกับคนไทย 

***เปิด จุดเด่นของหุ้น โออาร์ แบรนด์อันดับ 1  

1.เป็นแบรนด์อันดับ ไม่ว่าจะเป็นสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ร้าน Café Amazon ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants และก๊าซหุงต้ม ปตท.  มีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562)

2.โมเดลธุรกิจมีความแตกต่าง นั่นคือ การมีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เป็นแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดธุรกิจ Non-Oil ซึ่งอัตรากำไรสูงกว่าของธุรกิจน้ำมัน 

3.ธุรกิจต่างประเทศ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศเมียนมา จีน เวียดนาม ก็ขยายการลงทุน ดังนั้น ด้วยรูปแบบทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในประเทศทั้งผลิตภัณฑ์และคุณภาพการบริการจะทำให้ต่อยอดไปยังต่างประเทศได้อีก 

4.ทีมงานมากประสบการณ์ ทั้งระดับบริหารและระดับพนักงาน มีความชำนาญในธุรกิจนี้และผ่านการโมดิฟายธุรกิจให้สำเร็จ การต่อยอดจึงไม่ใช่เรื่องยาก

5.สายสัมพันธ์ที่ดีกับพาร์ทเนอร์มายาวนาน ด้วยความที่เป็นบริษัทแกนนำในกลุ่ม ปตท. ทำธุรกิจพลังงานมา กว่า 40 ปี ทั้งด้านของลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง และมีสายสัมพันธ์กับผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่น่าเชื่อถือ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำสัญญาซื้อระยะยาวกับโรงกลั่นทั้งในกลุ่ม ปตท. และนอกกลุ่ม ปตท. และการเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. ก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วในเรื่องความแข็งแกร่งของพลังร่วมในการดำเนินธุรกิจปิโตรเลียมครบวงจรและความน่าเชื่อถือทางการเงิน







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh