www.irplus.in.th Investor Relations Info : EA
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : EA แนะนำ“TRADING” ราคาเหมาะสมที่ 43.00 บาท 

 

What’s new?
  ► กำไรปกติใน 2Q63 คาดทรงตัว QoQ แม้จะเป็นช่วง High season ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ Lockdown ทำให้คำสั่งซื้อและราคาของหน่วยธุรกิจ B100 ลดลง และเติบโตเล็กน้อย YoY เนื่องจากมาตรการสนันสนุน B10 และ B20 ของภาครัฐทำให้ราคาขายเฉลี่ยของ B100 ปรับตัวขึ้นYoY และได้แรงหนุนจากHNM 10
  ► แนวโน้มผลประกอบการใน 2H63 คาดเติบโต HoH เป็นช่วง High season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมและเริ่มรับรู้รายได้ 3 หน่วยธุรกิจใหม่

Our view :
  ► เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2563 ที่ 6,521 ลบ. (+11.4%YoY) ได้แรงหนุนจาก 1) รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าครบทุกโครงการเต็มปีเป็นปีแรก 2) หน่วยธุรกิจ Bio – PCM คาดเริ่มรับรู้รายได้ใน 3Q63 3) ทยอยส่งมอบ EV – Car ใน 4Q63 และ 4) เริ่มรับรู้รายได้โรงแบตฯ ขนาด 1 GWh คาดใน 4Q63
  ► เรามีมุมมองบวกต่อการเข้าลงทุนใน NEX เพื่อเป็นการขยายหน่วยธุรกิจ E – Bus อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาราว 24% MTD สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ราว -2% ถึง +6% ซึ่งเรามองเป็นโอกาสในการลดน้ำหนักการลงทุน ในเชิงกลยุทธ์ รอเข้าสะสมเมื่อหุ้นมีการพักตัว

กำไรปกติทรงตัว QoQ แต่หนุมานช่วยหนุนเติบโต YoY
  คาดรายได้ใน 2Q63 อยู่ที่ 4,346 ลบ. ลดลง 8.2%QoQ แม้จะเป็นช่วง High season ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ Lockdown ทำให้คำสั่งซื้อและราคาขายเฉลี่ยในหน่วยธุรกิจ B100 ฉะลอลง QoQ แต่เติบโต 20.2%YoY
  เนื่องจากมาตรการสนันสนุน B10 และ B20 ของภาครัฐทำให้ ราคาขายเฉลี่ยของ B100 ปรับตัวขึ้น YoY และรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าโครงการหนุมาน โครงการ HNM 10 (80MW) ที่ COD ไปเมื่อกลางเดือน เม.ษ. 62 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ใน 2Q63 อยู่ที่ 47.2% เพิ่มขึ้นจาก 43.6% ใน 1Q63 ด้วยค่าแสงของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดีขึ้น แต่ลดลงจาก 54.0% ใน 2Q62 เพราะสัดส่วนการขายจากหน่วยธุรกิจ B100 มากขึ้นซึ่งมีมาร์จิ้นน้อยกว่าหน่วยธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
  ส่วน SG&A คาดที่ 284 ลบ. ทรงตัว QoQ แต่ลดลงเล็กน้อย YoY เนื่องจากมีค่าใช้จ่าย R&D ของหน่วยธุรกิจใหม่ราว 38 ลบ. ใน 2Q62 ส่งผลให้กำไรปกติของ EA ใน 2Q63 คาดอยู่ที่ 1,350 ลบ. (-0.9%QoQ, +2.5%YoY) ซึ่งคิดเป็น 42% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2563

3 หน่วยธุรกิจใหม่เตรียมเร่งเครื่องใน 2H20
  แนวโน้มกำไรปกติใน 2H63 คาดจะเติบโต HoH ได้แรงหนุนจากเป็นช่วง High season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมใน 3Q63 ซึ่งบริษัทมีกำลังผลิตที่มาจากพลังงานลม 386 MW (หรือคิดเป็นสัดส่วนที่ 58%) และเริ่มรับรู้รายได้ 3 หน่วยธุรกิจใหม่ ประกอบด้วย
  1) ธุรกิจ Bio – PCM ขนาด 65 ตันต่อวัน ซึ่งเลื่อนการส่งมอบจาก 2Q63 เป็น 3Q63 แต่ไม่กระทบประมาณการกำไรปกติของเรา เนื่องจากเราให้ U–rate ที่ Conservative ที่เพียง 25% เท่านั้นและมีคำสั่งซื้อในต่างประเทศที่รองรับแล้ว
  2) เริ่มรับรู้รายได้หน่วยธุรกิจ EV – Car จำนวน 180 คันใน 4Q63 และจะทยอยส่งมอบที่เหลือในปี 2564
  และ 3) หน่วยธุรกิจแบตเตอรี่ Phase 1 ขนาด 1 GWh คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ใน 4Q63

ราคาร้อนแรงจนไม่เหลือ Upside...คงคำแนะนำ “TRADING”
  เรายังคงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2563 ที่ 6,521 ลบ. (+11.4% YoY) ทำระดับสูงสุดใหม่ ยังคงเติบโตจากการ
  1) รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าทุกโครงการเต็มปีเป็นปีแรก รวมขนาด 664 MW
  2) เริ่มรับรู้รายได้หน่วยธุรกิจ Bio – PCM ที่มีมาร์จิ้นสูงใน 3Q63
  3) เริ่มทยอยส่งมอบ EV – Car ราว 5,000 คัน ตั้งแต่ 4Q63
  และ 4) โรงงานแบตเตอรี่ Phase 1 ขนาด 1GWh คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ใน 4Q63
  เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2563 ที่ 43.00 บาทต่อหุ้น มี Upside จาก 1) Bio – PCM Phase 2 อีกขนาด 65 ตันต่อวัน คาดจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2564 2) โรงแบตฯ อีกขนาด 47 GWh และ 3) หน่วยธุรกิจ EV-Car, E-bus และ E-ferry ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ
  เบื้องต้น เรามีมุมมองบวกต่อการเข้าลงทุน NEX ซึ่งเป็นการต่อยอดในหน่วยธุรกิจ E-bus อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาราว 24% MTD สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ราว -2% ถึง +6% ซึ่งเรามองเป็นโอกาสในการลดน้ำหนักการลงทุน ในเชิงกลยุทธ์ รอเข้าสะสมเมื่อหุ้นมีการพักตัว


Research Analysts :
  Theethanat Jindarat
  Tel. : +662 009 8071
  E-Mail : Theethanat.j@yuanta.co.th
  ID : 039916

  Kochakorn Sutaruksanon
  Assistant Analyst


เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม  
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com