www.irplus.in.th Investor Relations Info : EA
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : EA แนะนำ“Trading” ราคาเหมาะสม 43.00 บาท 

 

What’s new?
      ► แม้ได้รับมาตรการสนับสนุนน้ำมัน B10 และ B20 ให้เป็นน้ำมันพื้นฐานของไทย แต่น้ำมันดิบปรับตัวลงแรง อาจเป็นแรงจูงให้ผู้บริโภคใช้น้ำมันชนิดอื่นที่มีราคาถูกแทน กระทบหน่วยธุรกิจไบโอดีเซล
      ► น้ำมันดิบที่ปรับตัวลงทำให้ผู้บริโภคอาจยังไม่เห็นความจำเป็นของการใช้รถ EV – Car ทำให้ Demand ของ EV – Car และแบตเตอรี่มาช้ากว่าเดิม
      ► Covid – 19 และเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อรถ EV Car อาจไม่เป็นไปตามเป้า
      ► งาน Motor Show 2020 เลื่อนการจัดงานจากวันที่ 25 มี.ค. เป็นวันที่ 22 เม.ษ.

Our view
      ► ปรับประมาณการกำไรปี 2563 ลงเป็น 6,521 ลบ. (+11.4%) เนื่องจากเลื่อนการดำเนินงานโรงแบตฯ และ Demand EV – Car ที่ลดลงจากผลกระทบน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงและ Covid – 19 ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการใช้แบตเตอรี่ลดลงตามไปด้วย
      ► ปรับราคาเหมาะสมปี 2563 ลงเป็น 43.00 บาทต่อหุ้น โดยเพิ่มอัตรา discount rate จากความเสี่ยงในการลงทุนที่มากขึ้น และลด Terminal growth rate ของโรงแบตฯ จาก 4% เป็น 3% และลดคำแนะนำลงเป็น “Trading”

Demand แบตเตอรี่ อาจมาไม่เร็วอย่างที่คิด
ลมแรงแสงดี หนุนกำไรปกติ 1Q63 เติบโต QoQ และ YoY
  คาดกำไรปกติเติบโตเล็กน้อย QoQ ได้รับแรงหนุนจากภาวะภัยแล้งที่ช่วยเพิ่มความเข้มแสงและความแรงลมที่มากขึ้นตามผลของฤดูกาล และเติบโตสูง YoY จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหนุมาน ขนาด 260 MW ซึ่งทยอย COD ไปเมื่อปลายเดือน ม.ค. 62

ปรับประมาณการกำไรลงเล็กน้อย...ผลจากการเลื่อนโรงแบตฯและราคาน้ำมันดิบ
  แนวโน้มกำไรปกติปี 2563 คาดแตะระดับสูงสุดใหม่ โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าหนุมาน ขนาด 260 MW เต็มปี ซึ่งทยอย COD ไปเมื่อปลายเดือน ม.ค. 63 2) เริ่มรับรู้รายได้ในหน่วยธุรกิจ Bio-PCM ตั้งแต่ 2Q63 เป็นต้นไป ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 65 ตันต่อวัน โดยตลาดส่วนใหญ่เป็นตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ ญี่ปุ่นและเยอรมัน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจาก Covid – 19 และ 3) หน่วยธุรกิจ EV-Car ที่จะทยอยส่งมอบตั้งแต่ 2Q63 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม แม้มีมาตรการสนับสนุนให้น้ำมัน B10 และ B20 เป็นน้ำมันพื้นฐานของไทยซึ่งจะช่วยหนุนราคาขายในหน่วยธุรกิจไบโอดีเซล แต่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง ทำให้ผู้บริโภคอาจหันไปใช้น้ำมันประเภทอื่นที่มีราคาสูงกว่าไม่มากแต่คุณภาพดีกว่า เป็นผลให้ Demand ของ B100 ลดลง อีกทั้งบริษัทได้เลื่อนดำเนินการโรงงานแบตเตอรี่ Phase 1 ขนาด 1GWh จากภายในต้นปี 2563 เป็นปลายปี 2563 เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2563 ลง 5.2% เป็น 6,521 ลบ. (+11.4%YoY) นอกจากนี้ มีความกังวลจากที่บริษัทเข้าไปลงทุนในบริษัท Land Prosperity Holding จำกัด ซึ่งมูลค่าการเข้าซื้อกิจการสูงกว่าราคาเหมาะสม และ EA ยังไม่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนิคม และยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องเข้าไปลงทุนในบริษัท Land Prosperity Holding จำกัด

ปรับราคาเป้าหมายลงและลดคำแนะนำเป็น “Trading”
  เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 43.00 บาทต่อหุ้น จาก 60.25 บาทต่อหุ้น โดยเราเพิ่มผลตอบแทนของตลาดหุ้น (Rm) เป็น 10% จาก 9% ทำให้อัตรา discount rate เพิ่มขึ้น และลดอัตรา terminal growth rate ของโรงงานแบตเตอรี่จาก 4% เป็น 3% ได้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2563 ลดลงเป็น 43.00 บาทต่อหุ้น มี Upside gain เหลือ 12.4% จึงลดคำแนะนำลงเป็น “Trading” มีประเด็นที่เราระมัดระวังมากขึ้นจาก 1) ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันชนิดอื่นถูกลง ซึ่งอาจกระทบ Demand น้ำมัน B10 และ B20 2) ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงแรง ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงรถยนต์น้ำมันลดลง ทำให้ผู้บริโภคอาจยังไม่เห็นความจำเป็นของการใช้รถ EV – Car ทำให้ Demand EV – Car และปริมาณการใช้แบตเตอรี่ลดลง 3) สถานการณ์โรคระบาด Covid – 19 และเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อรถ EV Car อาจไม่เป็นไปตามเป้า และ 4) ปริมาณการใช้รถ EV – Car ที่อาจลดลงส่งผลให้การใช้สถานีอัดประจุไฟฟ้าลดลงเช่นกัน


Research Analysts :
  Theethanat Jindarat
  Tel. : +662 009 8071
  E-Mail : Theethanat.j@yuanta.co.th
  ID : 039916

  Kochakorn Sutaruksanon
  Assistant Analyst


เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม  
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com