บล.เออีซี : PYLON ปรับเพิ่มคำแนะนำจากเดิม`ขาย` เป็น`ถือ` มูลค่าพื้นฐานปี 2561 ที่ 15.10 บาท 

 

คาดกำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง จากสัญญาณ Backlog ที่ดีขึ้น

ผู้บริหารมองงานก่อสร้างเสาเข็มจะทยอยดีขึ้นจากงานภาครัฐและเอกชน
          จากงาน Opp.Day วานนี้ เราสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ 1) ผู้บริหารมีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมงานฐานรากในปี 2561 ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากโครงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนที่คาดฟื้นตัว โดยช่วง 1Q61 PYLON จะทยอยรับรู้งานภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนงานภาครัฐ เช่น งานรถไฟฟ้าสายสีส้มเริ่มก่อสร้างในเดือนม.ค.61 และจะทยอยเริ่มงานรถไฟฟ้าสายสีชมพู และเหลืองในช่วง 2Q61 โดยใช้เวลาในการก่อสร้างราว 10-12 เดือน ส่งผลให้บริษัทจะใช้เครื่องจักร 18-19 ชุด เพื่อก่อสร้างในช่วง 1Q61 (กำลังผลิตสูงสุด 23 ชุด) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้เครื่องจักรราว 10-12 ชุด และ 2) ปัจจุบัน PYLON มี Backlog (7 มี.ค. 61) 1,019.3 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนงานเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 47.5% จากก่อนหน้า (22 พ.ย.60) ที่ระดับ 46.1%

ช่วง 1Q61 คาดกำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง QoQ และทั้งปี 61 คาดกำไรพลิกโต 157%YoY
          เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ PYLON โดยช่วง 1Q61 คาดกำไรจะฟื้นตัว QoQ จากรับรู้งานภาคเอกชน โดยเฉพาะงานก่อสร้างอาคารสูงทั้งคอนโดและรพ. และคาดกำไรจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นในทุกไตรมาส หลังงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ชมพู เหลืองจะเริ่มทยอยรับรู้ตั้งแต่ช่วง 2Q61 จึงคาดหนุนปี  2561 PYLON จะมีกำไรพลิกโต 157.1%YoY สู่ระดับ 260 ล้านบาท ด้วยแรงหนุนจาก 1) รายได้จากรับรู้งานก่อสร้าง 1,415 ล้านบาท โตก้าวกระโดด 97.8%YoY จาก Backlog ในมือ 1,019 ล้านบาท ซึ่งคาด Secured Revenue ราว 70% ของประมาณการรายได้ปี 2561 2) อัตรากำไรขั้นต้นคาดเพิ่มเป็น 25.5% จาก 23.3% ในปี 2560 หลังคาดสัดส่วนงานเฉพาะค่าแรง (มาร์จิ้นสูง)เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็น งานก่อสร้างรถไฟฟ้า และ 3) SG&A/Sales คาดลดลงมาที่ 5.2% จาก 9.8% ในปี 2560 ด้วยผลการประหยัดต่อขนาดที่เพิ่มขึ้น

ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ถือ" หลังเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวจากทั้งกำไรและ Backlog
          แม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะสะท้อนพื้นฐานปี 2561 ที่หุ้นละ 15.10 บาท (อิง PER 21.8x) แล้ว แต่เนื่องด้วยเราคาด PYLON จะมีกำไรค่อยๆ ฟื้นตัวในทุกไตรมาส บวกกับ เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของ Backlog ที่สูงในระดับ 1  พันล้านบาทติดต่อกัน 2 ไตรมาส และสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปีที่ 660 ล้านบาท อีกทั้งมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรช่วง 2H60 อีกหุ้นละ 0.15 บาท (XD 16 มี.ค. และจ่ายปันผล 4 พ.ค.) จึงปรับเพิ่มคำแนะนำจากเดิม "ขาย" เป็น "ถือ" ส่วนประเด็นบอร์ดมีมติแตกพาร์จากเดิมหุ้นละ 1 บาทเป็น 0.50 บาทเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายนั้นไม่ได้กระทบต่อพื้นฐานโดยหลังแตกพาร์มูลค่าพื้นฐานจะปรับลดเป็น 7.55 บาทตามจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น

       
นักวิเคราะห์ :  จิรภัทร  โบสุวรรณ
          เลขทะเบียนนักวิเคราะห์ 040051
          E-mail : Jirapat.b@aecs.com 


เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม  
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com