efinancethai

กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน เปิด 8 แนวปฏิบัติสู่การขับเคลื่อนการใช้เอไอเชิงสร้างสรรค์ขององค์กร    โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

เปิด 8 แนวปฏิบัติสู่การขับเคลื่อนการใช้เอไอเชิงสร้างสรรค์ขององค์กร   

 

โดย วิไลพร ทวีลาภพันทอง
หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจบริการทางการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
และหัวหน้าสายงานธุรกิจที่ปรึกษา PwC ประเทศไทย

 

เทคโนโลยี ‘ปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง’ (generative artificial intelligence: GenAI) ถือเป็นเทคโนโลยีที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากเพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาในรูปแบบต่าง ๆ ได้เหมือนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหว จนในปัจจุบัน GenAI ได้กลายเป็น ‘เทคโนโลยีที่แทบทุกภาคธุรกิจจำเป็นจะต้องมี’ ไปเสียแล้ว



และด้วยศักยภาพในการสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจนี่เอง จึงไม่น่าแปลกใจที่ซีอีโอและผู้บริหารทั่วโลกต่างกำลังวางแผนที่จะพลิกโฉมองค์กรของด้วย GenAI ในขณะที่มีบริษัทจำนวนมากหันมาเพิ่มการใช้งาน GenAI ทั่วทั้งองค์กรมากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลจากรายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 27 ฉบับประเทศไทยที่พบว่า 61% ของซีอีโอชาวไทยคาดการณ์ว่า GenAI จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีที่ธุรกิจสร้าง ส่งมอบ และรวบรวมคุณค่าอย่างมีนัยสำคัญในอีกสามปีข้างหน้า
 

แต่เมื่อกระแสของการใช้ GenAI มีมากขึ้น องค์กรควรต้องผนวกการใช้เทคโนโลยีนี้อย่างไรจึงจะช่วยสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับธุรกิจ?

 

บทความของ strategy+business ภายใต้ชื่อ ‘The path to generative AI value: Setting the flywheel in motion’ ได้นำเสนอแนวปฏิบัติ 8 ข้อที่ปรียบเสมือน ‘ล้อตุนกำลัง’ (flywheel) เพื่อช่วยให้ผู้บริหารได้ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดลำดับความสำคัญในการนำ GenAI ไปต่อยอดธุรกิจและได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีนี้ ดังต่อไปนี้


1. กำหนดสมมติฐานด้านคุณค่า (value hypothesis) การประเมินมูลค่าทางธุรกิจที่น่าจะเป็นไปได้และความท้าทายถือเป็นขั้นตอนแรกในการปรับใช้ GenAI โดยผู้บริหารควรพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น วัตถุประสงค์ขององค์กร การดำเนินงานในปัจจุบัน ภูมิทัศน์ด้านการแข่งขัน และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ จากนั้นจึงเปรียบเทียบสมมติฐานกับการวิเคราะห์ศักยภาพในการยกระดับมูลค่าในระยะยาวของอุตสาหกรรมเพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานคร่าว ๆ เพื่อประเมินความคืบหน้า


2. จัดลำดับความสำคัญกรณีการใช้งาน (use cases) ผ่านการระบุกรณีการใช้งาน GenAI ที่ให้ผลประโยชน์สูงสุดทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดทั้งในส่วนของผลตอบแทนจากการลงทุนและข้อพิสูจน์แนวคิด (proof of concept) ทั้งนี้ การจัดลำดับความสำคัญกรณีการใช้งานจะยังช่วยให้ได้รับการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินโครงการริเริ่ม GenAI ในอนาคตมากขึ้นได้ นอกจากนี้ สมมติฐานด้านคุณค่าจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการจัดลำดับความสำคัญ รวมถึงแสดงคุณค่าและประโยชน์ที่เป็นไปได้ของเทคโนโลยี GenAI


3. มองหารูปแบบ (patterns) ที่สามารถขยายขนาด ปรับแต่งและเพิ่มข้อมูลการใช้งานของบริษัท พร้อมทั้งมีเครื่องมือความปลอดภัยและโปรแกรมเสริม (plug-in) เพื่อให้การใช้งาน GenAI มีความถูกต้องแม่นยำและเกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ เมื่อขั้นตอนของการปรับแต่งเสร็จสิ้น องค์กรยังสามารถนำเครื่องมือ GenAI มาใช้ใหม่ได้อย่างรวดเร็วสำหรับการใช้งานอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ซึ่งรูปแบบเหล่านี้จะช่วยให้การปรับใช้ GenAI ที่มีอยู่สำหรับกรณีการใช้งานอื่น ๆ และสามารถขยายขนาดทั่วทั้งธุรกิจได้ในที่สุด


4. เลือกเครื่องมือ GenAI พื้นฐานที่เหมาะสม เมื่อระบุกรณีการใช้งานและรูปแบบเพื่อขยายขนาดแล้ว ผู้บริหารควรเลือกใช้เทคโนโลยีพื้นฐานโดยคำนึงถึงต้นทุนที่เหมาะสม เช่น หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือ GenAI หลายประเภทเกินไปเพื่อจัดการกับกระบวนการต่าง ๆ และควรสร้างสมดุลระหว่างศักยภาพของเทคโนโลยีกับความสามารถในการนำไปใช้และการปรับตัว เพื่อขยายขนาดและส่งมอบผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน


5. กำหนดโซลูชันที่เพิ่มมูลค่าที่มีอยู่ให้สูงสุด ระบุสิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องมือ GenAI พื้นฐานเพื่อส่งมอบโซลูชันที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น เมื่อบริษัทได้พัฒนาการใช้แชทบอท GenAI หรือโปรแกรมตอบคำถามอัตโนมัติเพื่อบริการลูกค้าผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการขององค์กร การปรับปลี่ยนโซลูชันเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การปรับปรุงการโต้ตอบกับลูกค้าแบบต่อหน้าของพนักงานที่เป็นมนุษย์ได้ นอกจากนั้น ก็อาจขยายไปสู่การพัฒนาผู้ช่วย GenAI ภายในสำหรับฝ่ายขาย การฝึกอบรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น


6. ประเมินต้นทุนและผลกระทบด้านคาร์บอน องค์กรควรพิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนในวงกว้างไม่ใช่แค่ทางการเงิน แต่ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อมและชื่อเสียงของบริษัท ยกตัวอย่าง เช่น แม้ว่า GenAI จะช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนด้านแรงงานลง แต่การทดแทนพนักงานที่เป็นมนุษย์ด้วยเอไออาจสร้างความเสียหายต่อแบรนด์ของบริษัทได้ ในขณะเดียวกัน การลดบทบาทของมนุษย์ในการกำกับดูแล และการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องด้วยเอไอเพียงอย่างเดียวก็อาจนำไปสู่ความเสี่ยงได้


นอกจากนี้ การใช้ GenAI เป็นประจำอาจนำไปสู่การใช้พลังงานสูง แต่ผู้บริหารสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งอื่น ๆ เพื่อสร้างประสิทธิภาพการใช้พลังงานในวงกว้าง เนื่องจากลดปริมาณงานที่ปฏิบัติโดยตรงและการประมวลผลที่ไม่ใช่ GenAI


7. พัฒนา ปรับใช้ ทดสอบ และเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยี GenAI ถูกพัฒนาเร็วอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้น ทุกการใช้งานจึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆในทางกลับกัน บทเรียนจากข้อผิดพลาดก็จะช่วยให้องค์กรสามารถระบุข้อควรปรับปรุงต่าง ๆ รวมถึงความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเก็บมูลค่าและวิธีที่ควรวัดความสำเร็จในอนาคต ตลอดจนประเมินความเสี่ยงและการกำกับดูแลอีกครั้งก่อนที่จะปรับใช้และปรับขนาดเครื่องมือและโซลูชันไปยังส่วนอื่นๆ ขององค์กร


8. ประยุกต์ใช้ GenAI กับงานในฟังก์ชันอื่น ๆ เพื่อขยายขนาดการใช้งานทั่วทั้งองค์กร ใช้ประโยชน์จากความรู้และประสบการณ์ที่สร้างขึ้นผ่านการประเมิน การพัฒนา และการทดสอบเพื่อนำเครื่องมือ GenAI มาใช้ใหม่เพื่อการใช้งานที่กว้างขึ้น ทั้งนี้ ในบางกรณีโซลูชันที่ระบุอาจจำเป็นต้องได้การปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อการใช้งานแบบเฉพาะเจาะจง แต่การพิสูจน์แนวคิดและบทเรียนที่ได้รับจากการปรับใช้ครั้งแรกจะช่วยให้การยอมรับหรือสนับสนุนโครงการริเริ่มใหม่ ๆ จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งการฝึกอบรมและการนำไปใช้มีความรวดเร็วขึ้น







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh