efinancethai

กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน ประชุม BOJ ปี 2024 เริ่มแบบมีเซอร์ไพรส์? โดย ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

โดย
ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

:.
.

ประชุม BOJ ปี 2024 เริ่มแบบมีเซอร์ไพรส์?

 

ดร. บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

ประชุม BOJ ปี 2024 เริ่มแบบมีเซอร์ไพรส์?

 

บทความนี้ จะขอประเมินเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น อัตราดอกเบี้ย และนโยบายการเงินญี่ปุ่น ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของช่วงต้นปี 2024 ดังนี้

 

1.เศรษฐกิจญี่ปุ่นรอดภาวะถดถอยล่าสุด ไว้ใจได้แล้วหรือไม่?

: หากพิจารณาแบบกรอบระยะเวลา 1 ปี จะพบว่า ทางการญี่ปุ่นประเมินว่าเศรษฐกิจจะโต 1-1.2% โดยแม้หากพิจารณาแบบไตรมาสต่อไตรมาส ก็อาจมีบางจังหวะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจจะลดลงกว่าค่าดังกล่าวไปค่อนข้างมาก อาทิ จากจังหวะของประกาศผลกำไร หรือ การสั่งซื้อสินค้าทุน ที่หากออกมามีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

 

โดยหากเราประเมินตัวแปรต่างๆ ทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีนี้ จะพบว่าแม้ค่อนข้างจะชะลอลงบ้าง แต่ก็ยังถือว่าเติบโตได้ดีระดับหนึ่ง เริ่มตั้งแต่ภาคการบริโภค ต้องถือว่ากระเตื้องขึ้นจากช่วงวิกฤตโควิดอย่างชัดเจน นำโดยภาคบริการ ผ่านการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ โดยแม้ว่าจะเติบโตช้าลงบ้างตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2023 ทว่าก็ยังถือว่ายังเติบโตได้ดีอยู่

 

ในขณะที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ การส่งออก ที่ถือว่าเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ส่งออกไปสหรัฐและยุโรป นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนและผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น รวมถึงภาคอุตสาหกรรมผ่านตัวแปร Industrial Production จะพบว่าสามารถเติบโตได้ดีในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ ดูจะมีความผันผวนในเชิงขาลงในบางไตรมาส อาทิ ในไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งลดลง ทว่าส่วนหลักเนื่องจากเป็นลักษณะแบบ Seasonal ในส่วนนี้ ซึ่งก็น่าจะมีการพลิกกลับมาเติบโตได้ในเวลาอีกไม่นานนัก

 

2. สัญญาณเงินเฟ้อญี่ปุ่นเริ่มขยับเนื่องมาจากค่าแรงขึ้นใช่ไหม?

: คงต้องยอมรับว่าการที่แบงก์ชาติญี่ปุ่นได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะเปลี่ยนมาใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยแบบเป็นบวกในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของแบงก์ชาติญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้าผ่านการให้ความเห็นของเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติ ส่วนหนึ่งเกิดมาจากความมั่นใจที่ว่าค่าแรงที่กำลังเจรจากันอยู่แบบประจำปี (Annual Wage Negotiation) น่าจะจบลงในช่วงสิ้นเดือนนี้ด้วยการขึ้นค่าแรงในอัตราค่อนข้างสูงสำหรับในปีนี้ ทำให้มีโอกาสที่จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นในปีนี้ น่าจะไม่ต่ำกว่าอัตราเป้าหมายที่ 2% ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ว่าแบงก์ชาติญี่ปุ่น คาซึโอะ อิชิดะ กล่าวย้ำมาตลอดในช่วงนี้ นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 ที่ผ่านมา พบว่าตลาดบอนด์ของญี่ปุ่นกำลังดูเหมือนมีกลไกการทำงานที่ถือว่ามีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

 

ทั้งนี้ จึงคาดหมายกันว่าผลการประชุมแบงก์ชาติญี่ปุ่น มีโอกาสสูงมากว่าจะมีการยกเลิกมาตรการตรึงดอกเบี้ยพันธบัตร หรือ Yield Curve Control รวมถึงออกจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยแบบติดลบ ทว่ายังมีโอกาส 50/50 ที่ผลการประชุมบีโอเจในสัปดาห์หน้า จะออกมาแบบที่ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 20 bp จาก -0.1% สู่ระดับ 0.1%

 

3. อัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่นจะขึ้นหรือไม่ในปีนี้?

: ผมมองว่า แบงก์ชาติญี่ปุ่นน่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ด้วยขนาด 25 bp ภายใน 1 ปีต่อจากนี้ หลังจากขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกด้วยขนาด 20 bp เพื่อให้ออกจากบรรยากาศอัตราดอกเบี้ยแบบติดลบมาสู่แนวทางอัตราดอกเบี้ยที่เป็นบวก โดยน่าจะขึ้นดอกเบี้ยส่วนดังกล่าวภายใน 3 เดือนต่อจากนี้ ซึ่งหากพิจารณา Market Expectation ของอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตของญี่ปุ่นก็จะพบว่ามีลักษณะที่ใกล้เคียงกับมุมมองนี้

 

4. แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยกระทบตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งสุดในโลกในช่วงนี้ หรือไม่ อย่างไร?

: ผมมองว่าน่าจะไม่มี downside หลังจากจุดเปลี่ยนที่แบงก์ชาตินำพาเศรษฐกิจญี่ปุ่นออกจาก Negative Rate Policy เข้าสู่บรรยากาศอัตราดอกเบี้ยเป็นบวกสำเร็จ รวมถึงน่าจะมี reward ในมุมของผลตอบแทนจากตลาดหุ้นเพิ่มเติมในระดับที่สมน้ำสมเนื้อกับความสำเร็จของการที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นสามารถออกจากบรรยากาศอัตราดอกเบี้ยติดลบที่อยู่มาหลายสิบปี ให้สามารถดำเนินนโยบายการเงินเหมือนกับประเทศพัฒนาแล้วชาติอื่นๆ เสียที

 

อย่างไรก็ดี ในช่วง 2-4 เดือนต่อจากนี้ ซึ่งผู้ว่าฯอูเอเดะกำลังจะหมุนหัวเรือของบรรยากาศอัตราดอกเบี้ยจากติดลบมาเป็นบวกนั้น ต้องถือว่ายังมีความเสี่ยงด้านตลาดบอนด์ญี่ปุ่น ด้านอัตราแลกเปลี่ยน ด้านการแกว่งตัวของอัตราดอกเบี้ยในระบบการเงิน และมีความเสี่ยงต่อความผันผวนของเศรษฐกิจญี่ปุ่นเอง จากการปรับเปลี่ยนนโยบายดอกเบี้ยจากที่ติดลบมาเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบเป็นบวก ทำให้การลงทุนในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ถือว่าอาจจะมีความเสี่ยงสูงมากขึ้นกว่าปกติในระดับหนึ่ง

 

ทั้งนี้ คงต้องให้เครดิตกับนโยบาย Abenomics ของอดีตผู้นำญี่ปุ่น ชินโซะ อาเบะ ที่สามารถนำพาเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ถดถอยอย่างรุนแรงนับตั้งแต่ปี 1990 กลับมาได้ในระดับหนึ่ง หลังจากเริ่มใช้นโยบายดังกล่าวในปี 2012 ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในช่วง 4 ปีแรกของการดำเนินนโยบาย ก่อนที่จะลดประสิทธิภาพลงเล็กน้อยในช่วง 4 ปีถัดมา อย่างไรก็ดี คงยากที่จะปฏิเสธได้ว่าแบงก์ชาติญี่ปุ่นน่าจะไม่สามารถมีวันนี้ ที่มีโอกาสจะปรับเปลี่ยนแนวทางให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นกลับมาเป็นแบบอัตราดอกเบี้ยเป็นบวกได้ หากปราศจากซึ่งนโยบาย Abenomics ที่เกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh