กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน นำพาธุรกิจครอบครัวก้าวข้ามโควิด ด้วยหลัก ESG - เปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

นำพาธุรกิจครอบครัวก้าวข้ามโควิด ด้วยหลัก ESG - เปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล

โดย นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย
หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจครอบครัว
หัวหน้าสายงาน Clients and Markets และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย
บริษัท PwC ประเทศไทย

    ในบทความครั้งที่ผ่านมา ผมได้สรุปรายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลกประจำปี 2564 (ฉบับประเทศไทย) ที่น่าสนใจให้กับคุณผู้อ่าน สำหรับครั้งนี้ ผมจะขอนำเรื่องของกลยุทธ์สร้างความยั่งยืนและการเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลมาเล่าสู่กันฟัง เพราะจะว่าไปแล้ว ทั้งสองกลยุทธ์นี้มีความสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจครอบครัวสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปได้อย่างมั่นคง


    บทความ ‘Sustainability and digitalization hold the key to long-term value for family businesses’1 ของ PwC โดย ปีเตอร์ อิงลิช หัวหน้าสายงานธุรกิจครอบครัวระดับโลกระบุว่า วิกฤตโควิด-19 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และสร้างความไม่แน่นอนให้กับทุกภาคธุรกิจ โดยการกำหนดให้มีแผนความยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, social and governance: ESG) และการเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล จะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและช่วยให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตได้ในระยะยาว เราจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันมีหลายบริษัททั่วโลกที่หันมามุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG มากขึ้นเพราะเชื่อมั่นว่า แนวทางนี้จะช่วยสร้างผลกำไรและผลตอบแทนให้กับธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง


    ขอยกตัวอย่างธุรกิจที่นำหลัก ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้างรายได้จนประสบผลสำเร็จอย่างบริษัทผู้ผลิตชิปและการ์ดจอแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา โดยได้ผลักดันการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเสมอภาค ความหลากหลายของพนักงาน และการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าในการบริหารดาต้าเซ็นเตอร์ สามารถสร้างรายได้ประจำไตรมาสที่ 4 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นถึง 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน2


    นอกจากนี้ ผู้บริโภคยุคใหม่ยังหันมาให้ความสำคัญกับการผลิตและที่มาของสินค้าและบริการมากขึ้น โดยสินค้าและบริการที่มาจากบริษัทที่คำนึงถึงหลัก ESG จะสามารถดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย เช่น บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังของสหรัฐอเมริกาที่มีจุดขายในเรื่องของพลังงานสะอาดและใส่ใจในเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อม3

    
    อย่างไรก็ดี แม้รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวฉบับประเทศไทย ของ PwC จะพบว่า 75% ของธุรกิจครอบครัวไทยมีการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในหลากหลายรูปแบบ แต่กิจกรรมส่วนใหญ่ที่พบจะเกี่ยวข้องกับการทำกุศล หรือการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเสียมากกว่า ซึ่งผมเชื่อว่า ด้วยแนวโน้มของธุรกิจปัจจุบันที่หันมาโฟกัสไม่เฉพาะแต่การสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร จะสร้างความตื่นตัวและการเปลี่ยนแปลงให้แก่ธุรกิจครอบครัวที่ต้องการสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน 

    
    สำหรับการเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลนั้น เราต่างทราบดีว่า ‘เทคโนโลยีดิจิทัล’ กลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำธุรกิจโดยมีวิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น การชำระเงินแบบอีเพย์เมนต์ที่ทั่วโลกและไทยหันมาประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ4 นอกจากนี้ เทคโนยีดิจิทัลสามารถยังช่วยลดต้นทุน และตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของผู้บริโภคได้แบบเรียลไทม์ เช่น เราจะเห็นว่าบริษัทอย่าง Amazon และ Uber สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด


    ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจที่มีความสามารถทางด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งจะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการดำเนินงานและผลประกอบการ เช่น บริษัท United Trading and Shipping Company ของเดนมาร์กที่ได้มีการลงทุนในเทคโนโลยีการทำงานทางไกล (Remote working) ตั้งแต่ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนเมื่อมีวิกฤตเกิดขึ้นทำให้ประเทศมีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่บริษัทก็ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องใน 95 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งรักษาสภาพคล่องของกระแสเงินสด และสามารถรักษาการเติบโตของผลการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี 


    ผมมองว่า แม้ว่าการลงทุนเพื่อเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลในช่วงเวลานี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ธุรกิจมีความจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับกลับมาในระยะยาวทั้งในแง่ของต้นทุนที่ลดลง และความคล่องตัวที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจในสถานการณ์ที่ท้าทายแบบนี้


    จะเห็นได้ว่า การดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG และการเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลจะเป็นสองกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจครอบครัวอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ธุรกิจครอบครัวที่ยึดตามหลัก ESG จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือและผลตอบแทนการลงทุนที่ดีในระยะยาวให้แก่ผู้ลงทุน ในขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจได้มากขึ้น ผมหวังว่าข้อมูลที่นำมาแลกเปลี่ยนกับคุณผู้อ่านจะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจตัวเองนะครับ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh