efinancethai

กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน แบงก์ชาติไหน...มีโอกาสลดดอกเบี้ยสูงสุด? โดย ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

โดย
ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

:.
.

แบงก์ชาติไหน...มีโอกาสลดดอกเบี้ยสูงสุด?

ดร. บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

 

แบงก์ชาติไหน...มีโอกาสลดดอกเบี้ยสูงสุด?

 

มาถึงตรงนี้ คงยากที่จะปฏิเสธว่าเรากำลังอยู่ในบรรยากาศที่แบงก์ชาติหลักทั่วโลกส่วนใหญ่กำลังอยู่ในโหมดใกล้ที่จะลดดอกเบี้ยกันเป็นส่วนใหญ่ บทความนี้ จะขอไล่เรียงถึงบรรดาแบงก์ชาติหลัก รวมถึงในแถบอาเซียน ว่าประเทศใดมีโอกาสลดดอกเบี้ยมากน้อยกว่ากันในปีนี้

 

ขอเริ่มจากเต็ง 5 ที่จะลดดอกเบี้ยในปีนี้กันก่อน ผมยกให้แบงก์ชาติออสเตรเลีย โดยผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย หรือ RBA ท่านใหม่ มิเชล บูลล็อก ได้ออกมาตอบคำถามกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกในช่วงต้นสัปดาห์นี้ แม้ว่าโทนของความเห็นของบูลล็อกจะออกมาในลักษณะที่กังวลอัตราเงินเฟ้อมากกว่าคาด ทว่าตัวเลขอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือ Cash Rate ซึ่งในขณะนี้อยู่ที่ 4.35% ได้ถูกให้มีสมมติฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์โมเดลทางเศรษฐกิจออสเตรเลียว่าจะลดลง 0.5% ภายในปีนี้ ทำให้ยากที่จะปฏิเสธว่ากรณี Baseline Scenario ของRBA สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายออสเตรเลียคือจะมีการลดดอกเบี้ยลง 0.5% ในปีนี้

 

เต็ง 4 ของแบงก์ชาติที่น่าจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ ผมยกให้แบงก์ชาติอังกฤษ หรือ BOE โดยประโยค "further tightening in monetary policy” ได้ถูกนำออกจาก Monetary Policy Statement จากการประชุมครั้งล่าสุด รวมถึงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่วิกฤตโควิดปี 2020 ที่มีเสียงโหวตให้ลดดอกเบี้ยเกิดขึ้น จากสวาติ ดิงการ่า ในขณะที่มี 2 เสียงโหวตที่ให้ขึ้นดอกเบี้ย ได้แก่ โจนาธาน ฮัสเกล และ แคธารีน แมนน์ โดยเสียงส่วนใหญ่ 6 เสียง โหวตให้คงดอกเบี้ย ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้ออังกฤษใน 6 เดือนที่ผ่านมา ลดลงเร็วกว่าคาด จนทำให้แอนดริว ไบลีย์ ผู้ว่า BOE เริ่มจะพิจารณาตัวเลขเงินเฟ้อให้แน่ใจว่าลดลงจนเข้าใกล้ 2% แบบค่อนข้างถาวร เพื่อจะเริ่มทำการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในจังหวะถัดไป

 

เต็ง 3 ถึงตรงนี้ คงต้องยกให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) และแบงก์ชาติฟิลิปปินส์ แม้ว่าโทนของ Statement ของทั้งคู่ จะพยายามที่จะโน้มน้าวว่าหากพิจารณาในระยะเวลาปานกลาง (Intermediate Horizon) การลดดอกเบี้ยในขณะนี้ไม่ได้ช่วยให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากกว่าข้อด้อยที่จะไปเพิ่มความเสี่ยงของการทำให้ความเสี่ยงต่อทำให้เกิดภาวะ Search for yield ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงด้าน Financial Stability ของระบบสูงขึ้น โดยทาง กนง. บ้านเราพยายามย้ำว่าอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงในตอนนี้มาจากปัจจัยอุปทานไม่ใช่อุปสงค์ รวมถึงการบริโภคบ้านเราก็ยังไม่ได้ชะลอลงแต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ดี ผลการโหวตของ กนง. ที่ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.5 ด้วยมติที่ 5 ต่อ 2 ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่าเสียงส่วนน้อย 2 เสียงให้ความเห็นว่าควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำลงจากปัจจัยเชิงโครงสร้างนั้น ซึ่งเท่ากับเป็นการยอมรับว่านโยบายการเงินผ่านการลดดอกเบี้ยนั้น สมควรจะพิจารณาผ่านกรอบระยะสั้น (Short-term Horizon) ด้วย ในขณะที่ผู้ว่าแบงก์ชาติฟิลิปปินส์ก็ได้แสดงความเห็นว่าน่าจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป

 

สำหรับเต็ง 1 และ 2 จะเป็นแบงก์ชาติใดบ้างนั้น ผมจะขออนุญาตเขียนถึงในบทความครั้งต่อไป







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh